
“ประวิตร”สั่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการแก้ปัญหาจราจรกทม.-ปริมณฑล
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม( กห.) เปิดเผยว่า วันี้( 14 ก.ย.59) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี(นรม.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม( รมว.กห.) ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจราจรใน กทม.และปริมณฑล ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้รับทราบสาเหตุปัญหาการจราจรติดขัดที่สำคัญ จากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร อันได้แก่ การเติบโตของประชากรเมืองและยานพาหนะที่รวดเร็ว การใช้ผิวจราจรและการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ การเชื่อมโยงเครือข่ายถนนและระบบขนส่งสาธารณะที่ยังไม่เพียงพอ รวมทั้ง การละเลยวินัยจราจรของผู้ใช้รถใช้ถนน เป็นต้น
รอง นรม.และรมว.กห. ได้หารือที่ประชุมและสั่งการให้ แต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมี ผบ.ตร.เป็นประธาน และมีกรรมการจากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งจาก กทม. กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กองทัพบกและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมบูรณาการขับเคลื่อนแก้ปัญหาจราจรอย่างเป็นระบบและจริงจัง พร้อมทั้งให้จัดทำแผนงานและแก้ปัญหาควบคู่กันไปทั้ง ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว
พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนให้เป็นรูปธรรมและมีผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว โดยให้สำรวจสภาพการจราจรใน 21 เส้นทางหลักและสายรอง เชื่อมโยงถึงปลายทางสู่ปริมณฑล และให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างจริงจังโดยเร็วที่สุด ทั้งการปรับผิวจราจรและจุดตัดที่เป็นผลให้รถเคลื่อนตัวช้า การขยายถนนในบริเวณคอขวด การอำนวยความสะดวกจราจรในเส้นทางก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน การบังคับใช้กฎหมายจราจรและการกวดขันวินัยจราจรของผู้ใช้รถอย่างจริงจัง โดยเฉพาะรถสาธารณะทั้ง มอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ รถตู้และรถประจำทาง การเชื่อมโยงระบบข้อมูลใบสั่งกับการต่อทะเบียนรถประจำปี การบริหารจัดการกระแสจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน ความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายรถที่มีปัญหาออกจากจุดเกิดเหตุ การให้ข้อมูลการจราจรกับประชาชนผ่านสื่อต่างๆรวมทั้งแอพพลิเคชั่น
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ปัญหา เช่น เปิดช่องทางให้ประชาชนร้องทุกข์และรับข้อเสนอ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการให้ประชาชนร่วมส่งข้อมูลผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเปรียบเทียบปรับ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ปลุกจิตสำนึก สร้างการรับรู้ในความปลอดภัยและวินัยจราจรกับประชาชนควบคู่กันไป โดยประสานความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม
สำหรับการแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว ให้คณะกรรมการร่วมศึกษาและจัดทำแผนงานเพื่อพิจารณาร่วมกันต่อไป โดยบูรณาการเชื่อมโยงกับแผนงานของคณะกรรมการอื่นๆที่มีอยู่เดิม อย่างเป็นระบบ เน้นความต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมทั้งให้ประเมินผลและรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อเร่งคลี่คลายแก้ปัญหาจราจรที่ติดขัดให้มีความคล่องตัว สามารถอำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัยและลดระยะเวลาในการเดินทางของประชาชนให้ได้โดยเร็ว
รอง นรม.และรมว.กห. ได้หารือที่ประชุมและสั่งการให้ แต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมี ผบ.ตร.เป็นประธาน และมีกรรมการจากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งจาก กทม. กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กองทัพบกและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมบูรณาการขับเคลื่อนแก้ปัญหาจราจรอย่างเป็นระบบและจริงจัง พร้อมทั้งให้จัดทำแผนงานและแก้ปัญหาควบคู่กันไปทั้ง ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว
พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนให้เป็นรูปธรรมและมีผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว โดยให้สำรวจสภาพการจราจรใน 21 เส้นทางหลักและสายรอง เชื่อมโยงถึงปลายทางสู่ปริมณฑล และให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างจริงจังโดยเร็วที่สุด ทั้งการปรับผิวจราจรและจุดตัดที่เป็นผลให้รถเคลื่อนตัวช้า การขยายถนนในบริเวณคอขวด การอำนวยความสะดวกจราจรในเส้นทางก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน การบังคับใช้กฎหมายจราจรและการกวดขันวินัยจราจรของผู้ใช้รถอย่างจริงจัง โดยเฉพาะรถสาธารณะทั้ง มอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ รถตู้และรถประจำทาง การเชื่อมโยงระบบข้อมูลใบสั่งกับการต่อทะเบียนรถประจำปี การบริหารจัดการกระแสจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน ความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายรถที่มีปัญหาออกจากจุดเกิดเหตุ การให้ข้อมูลการจราจรกับประชาชนผ่านสื่อต่างๆรวมทั้งแอพพลิเคชั่น
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ปัญหา เช่น เปิดช่องทางให้ประชาชนร้องทุกข์และรับข้อเสนอ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการให้ประชาชนร่วมส่งข้อมูลผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเปรียบเทียบปรับ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ปลุกจิตสำนึก สร้างการรับรู้ในความปลอดภัยและวินัยจราจรกับประชาชนควบคู่กันไป โดยประสานความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม
สำหรับการแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว ให้คณะกรรมการร่วมศึกษาและจัดทำแผนงานเพื่อพิจารณาร่วมกันต่อไป โดยบูรณาการเชื่อมโยงกับแผนงานของคณะกรรมการอื่นๆที่มีอยู่เดิม อย่างเป็นระบบ เน้นความต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมทั้งให้ประเมินผลและรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อเร่งคลี่คลายแก้ปัญหาจราจรที่ติดขัดให้มีความคล่องตัว สามารถอำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัยและลดระยะเวลาในการเดินทางของประชาชนให้ได้โดยเร็ว






