
“ปณท” ชูไปรษณีย์เพิ่มสุข ยกระดับช่องทางการกระจายสินค้าชุมชน
ไปรษณีย์ไทย สานต่อนโยบายประชารัฐ ยกระดับช่องทางการกระจายสินค้าชุมชนผ่านการเปิดตัวโครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข ประชารัฐเข้มแข็ง แห่งเมืองสองแคว” พัฒนามาตรฐานการันตีคุณภาพด้วยการติดตรา “เพิ่มสุข” พร้อมสนับสนุนช่องทางการตลาด และค่าขนส่งในอัตราพิเศษให้กับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าชุมชนของจังหวัดพิษณุโลก นำร่อง 7 ผลิตภัณฑ์
พลเอก สาธิต พิธรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ปณท เล็งเห็นถึงความสำคัญในการตอบแทนสังคมไทยผ่านการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติให้เติบโตอย่างสมดุลไปพร้อมกัน ด้วยการใช้ศักยภาพความรู้ ความชำนาญ และจุดแข็งในการเป็นเครือข่ายที่แข็งแกร่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศสนับสนุนชุมชน ผ่าน“โครงการไปรษณีย์เพิ่มสุข” โดยมีตัวอย่างความสำเร็จ คือ โครงการข้าวฮาง บ้านกุดจิก จังหวัดสกลนคร โครงการชุมชนมีดอรัญญิก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการเที่ยวสวนผึ้งบึ่งไปไปรษณีย์ จังหวัดราชบุรี และในครั้งนี้ ไปรษณีย์ไทย ได้สานต่อนโยบายประชารัฐ ในการยกระดับมาตรฐานสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ณ จังหวัดพิษณุโลกให้มีโอกาสขยายช่องทางการค้าขายได้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นยกระดับมาตรฐานสินค้าชุมชนผ่านการให้องค์ความรู้ต่างๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละผลิตภัณฑ์
ด้าน นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ปณท มีความมุ่งมั่นในการขยายผลโครงการไปรษณีย์เพิ่มสุขอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ดำเนินโครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข ประชารัฐเข้มแข็งแห่งเมืองสองแคว” ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ผ่านการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และประชาชนเข้าด้วยกันในรูปแบบประชารัฐ โดย ปณท จะเข้าช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการสร้างช่องทางกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทย และสนับสนุนค่าขนส่งในอัตราพิเศษให้กับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าชุมชน เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งในระยะแรกไปรษณีย์ไทยได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 7 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำมันมะพร้าวตราแม่ตะเพียน ยาขัดรองเท้าตราวิ้งค์ คุกกี้กล้วยตากตราไร่เทพประทานพร ผงจมูกข้าวกล้องมะลิแดงและไรซ์เบอรี่ตราจันทร์หอม กระดาษใยกล้วยตราบ้านนาน่า น้ำหวานกล้วยตรานาส์ และกล้วยม้วนอบตราแสงทอง โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อสินค้าสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนจากโครงการไปรษณีย์เพิ่มสุขได้ทาง promtpost.thailandpost.com หรือแอปพลิเคชั่น พร้อมโพสต์ (PromptPost)
สำหรับตรา”เพิ่มสุข” ที่ประทับบนผลิตภัณฑ์หมายถึง การการันตีมาตรฐานให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้านวัตกรรมชุมชนที่มีคุณภาพ เป็นมิตรกับผู้บริโภค มีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม และราคาประหยัด โดยผลิตภัณฑ์ที่คัดเลือกเข้าโครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” จะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คือสินค้ามีคุณภาพดี มีบรรจุภัณฑ์สวยงามอยู่แล้ว ไปรษณีย์ไทยจะติดตรา “เพิ่มสุข” ลงบนสินค้า เพื่อสื่อให้เห็นว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่ไปรษณีย์ไทยสนับสนุนในด้านช่องทางการตลาด และค่าขนส่งในอัตราพิเศษ กลุ่มที่ 2 เป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีแล้ว แต่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมบางส่วน เช่น บรรจุภัณฑ์ หรือการหุ้มห่อ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด โดยหลังจากพัฒนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไปรษณีย์ไทยจะสนับสนุนด้านช่องทางการตลาด และค่าขนส่งในอัตราพิเศษ เช่นเดียวกับสินค้าในกลุ่มแรก และกลุ่มที่ 3 เป็นสินค้าที่จะให้การสนับสนุนตั้งแต่แรกเริ่ม มีการวางแผนยุทธศาสตร์พัฒนาในทุกๆ ด้านร่วมกับชุมชน เพื่อเสริมความเข้มแข็งของกลุ่ม และจะขยับการดำเนินงานพัฒนาขึ้นสู่สินค้ากลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 1 ตามลำดับต่อไป อย่างไรก็ดี โครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” ตั้งเป้าขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นเครือข่ายส่งต่อความสุขจากชุมชนสู่คนไทย มุ่งสู่การเป็นผู้นำในการเชื่อมโยงสังคมไทย ด้วยเครือข่ายไปรษณีย์และทรัพยากรที่มี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และตอกย้ำการเป็นเครือข่ายชีวิตและเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มภาคภูมิ
พลเอก สาธิต พิธรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ปณท เล็งเห็นถึงความสำคัญในการตอบแทนสังคมไทยผ่านการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติให้เติบโตอย่างสมดุลไปพร้อมกัน ด้วยการใช้ศักยภาพความรู้ ความชำนาญ และจุดแข็งในการเป็นเครือข่ายที่แข็งแกร่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศสนับสนุนชุมชน ผ่าน“โครงการไปรษณีย์เพิ่มสุข” โดยมีตัวอย่างความสำเร็จ คือ โครงการข้าวฮาง บ้านกุดจิก จังหวัดสกลนคร โครงการชุมชนมีดอรัญญิก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการเที่ยวสวนผึ้งบึ่งไปไปรษณีย์ จังหวัดราชบุรี และในครั้งนี้ ไปรษณีย์ไทย ได้สานต่อนโยบายประชารัฐ ในการยกระดับมาตรฐานสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ณ จังหวัดพิษณุโลกให้มีโอกาสขยายช่องทางการค้าขายได้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นยกระดับมาตรฐานสินค้าชุมชนผ่านการให้องค์ความรู้ต่างๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละผลิตภัณฑ์
ด้าน นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ปณท มีความมุ่งมั่นในการขยายผลโครงการไปรษณีย์เพิ่มสุขอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ดำเนินโครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข ประชารัฐเข้มแข็งแห่งเมืองสองแคว” ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ผ่านการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และประชาชนเข้าด้วยกันในรูปแบบประชารัฐ โดย ปณท จะเข้าช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการสร้างช่องทางกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทย และสนับสนุนค่าขนส่งในอัตราพิเศษให้กับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าชุมชน เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งในระยะแรกไปรษณีย์ไทยได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 7 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำมันมะพร้าวตราแม่ตะเพียน ยาขัดรองเท้าตราวิ้งค์ คุกกี้กล้วยตากตราไร่เทพประทานพร ผงจมูกข้าวกล้องมะลิแดงและไรซ์เบอรี่ตราจันทร์หอม กระดาษใยกล้วยตราบ้านนาน่า น้ำหวานกล้วยตรานาส์ และกล้วยม้วนอบตราแสงทอง โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อสินค้าสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนจากโครงการไปรษณีย์เพิ่มสุขได้ทาง promtpost.thailandpost.com หรือแอปพลิเคชั่น พร้อมโพสต์ (PromptPost)
สำหรับตรา”เพิ่มสุข” ที่ประทับบนผลิตภัณฑ์หมายถึง การการันตีมาตรฐานให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้านวัตกรรมชุมชนที่มีคุณภาพ เป็นมิตรกับผู้บริโภค มีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม และราคาประหยัด โดยผลิตภัณฑ์ที่คัดเลือกเข้าโครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” จะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คือสินค้ามีคุณภาพดี มีบรรจุภัณฑ์สวยงามอยู่แล้ว ไปรษณีย์ไทยจะติดตรา “เพิ่มสุข” ลงบนสินค้า เพื่อสื่อให้เห็นว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่ไปรษณีย์ไทยสนับสนุนในด้านช่องทางการตลาด และค่าขนส่งในอัตราพิเศษ กลุ่มที่ 2 เป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีแล้ว แต่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมบางส่วน เช่น บรรจุภัณฑ์ หรือการหุ้มห่อ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด โดยหลังจากพัฒนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไปรษณีย์ไทยจะสนับสนุนด้านช่องทางการตลาด และค่าขนส่งในอัตราพิเศษ เช่นเดียวกับสินค้าในกลุ่มแรก และกลุ่มที่ 3 เป็นสินค้าที่จะให้การสนับสนุนตั้งแต่แรกเริ่ม มีการวางแผนยุทธศาสตร์พัฒนาในทุกๆ ด้านร่วมกับชุมชน เพื่อเสริมความเข้มแข็งของกลุ่ม และจะขยับการดำเนินงานพัฒนาขึ้นสู่สินค้ากลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 1 ตามลำดับต่อไป อย่างไรก็ดี โครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” ตั้งเป้าขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นเครือข่ายส่งต่อความสุขจากชุมชนสู่คนไทย มุ่งสู่การเป็นผู้นำในการเชื่อมโยงสังคมไทย ด้วยเครือข่ายไปรษณีย์และทรัพยากรที่มี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และตอกย้ำการเป็นเครือข่ายชีวิตและเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มภาคภูมิ






