
เปรม ณ สงขลา : เกษตรสร้างชีวิต ผลิตความสุขอย่างยั่งยืน
“เพียงแค่รู้จักเครื่องมือและขุดให้เป็นการเกษตรก็คือขุมทรัพย์ที่ไม่รู้จักหมด” คำพูดของชายสูงวัยที่ประสบการณ์ทั้งชีวิตผูกพันอยู่กับเส้นทางการเกษตร เปลี่ยนจากผู้ลงมือทำเป็นผู้ถ่ายทอดและพัฒนาเป็นผู้ผลิตองค์ความรู้สำหรับเกษตรกรทั่วประเทศ คุณเปรม ณ สงขลา บรรณาธิการบริหาร นิตยสารเคหการเกษตร คู่มือรวบรวมศาสตร์และศิลป์สำหรับการเกษตรวิถีใหม่ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการแต่ยังตามทันดินฟ้าอากาศและการเปลี่ยนแปลงด้วยหลักวิทยาศาสตร์ สร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตรกรอย่างแท้จริง
[caption id="attachment_95981" align="aligncenter" width="500"]
เปรม ณ สงขลา[/caption]
จากเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเกิดและเติบโตบนเกาะยอ จังหวัดสงขลา มีความทรงจำแรกคือ น้ำ ปลา และการเกษตรเห็นพ่อทำสวนยางพารา ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และทำการประมงชายฝั่งมาตั้งแต่ยังเล็ก ก้าวสู่การเติบโตด้วยการผนวกประสบการณ์ร่วมกับความรู้ภาคทฤษฎีจากคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อเกิดเป็นความรู้เชิงลึก ยิ่งเมื่อเข้าสู่ภาคปฏิบัติในโลกแห่งความเป็นจริง ร่วมกับโอกาสในการถ่ายทอดศาสตร์ต่างๆ ผ่านงานเขียนในนิตยสารที่ไม่เพียงให้ความรู้ด้านการเกษตรแต่ยังให้บริการจัดสรรที่ดินสำหรับการเกษตรใน “เคหการเกษตร” ตั้งแต่ปี 2518
ลักษณะนิสัยที่ไม่อยู่นิ่ง นิยมการแสวงหาศาสตร์ใหม่ๆ ตั้งแต่ครั้งเป็นนักกิจกรรมตัวยงในสโมสรนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ่วงการทำหนังสือพิมพ์รรายปักษ์และรายการวิทยุในมหาวิทยาลัย หลังจากเริ่มต้นงานเขียนได้เพียงปีเศษ ก็ได้รับความไว้วางใจบริหารเนื้อหาและก้าวสู่การเป็นเจ้าของนิตยสารเพื่อเกษตรกรที่อยู่เคียงคู่สังคมไทยมากกว่า 4 ทศวรรษ
“งานด้านการเกษตรในปัจจุบันถูกเข้าใจผิดไปมาก เกษตรกรที่เลี้ยงตนได้ไม่ใช่ต้องเป็นคนที่มีแค่พอดี แต่ต้องเป็นคนที่รวยทั้งเงินทองและความรู้ เพราะนอกจากที่ดินแล้วการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ งานดูแลรักษา จำเป็นต้องใช้เงินแทบทั้งสิ้น”
การเห็นจุดอ่อนด้านการทำการเกษตรในประเทศไทยและเข้าถึงหัวใจของเกษตรกรจากการลงมือปลูกสวน ทำไร่ ด้วยตนเอง คุณเปรมจึงมุ่งมั่นสร้างองค์ความรู้ชัดเจนและพิสูจน์ได้ผ่านแปลงเกษตรทดลองมากกว่า 70 ไร่ ในจังหวัดปทุมธานี พื้นที่ซึ่งจะสร้างลักษณะ “การเกษตรแบบเม่นยำ” ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย พร้อมเป็นพื้นที่สร้างเมล็ดพันธุ์ชั้นดีและแหล่งการเรียนรู้การเกษตรรูปแบบใหม่ในชื่อ “Weekend Farm”
“คนส่วนใหญ่ต่างคิดว่าการทำการเกษตรเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่มีที่ดิน มีเมล็ดพันธุ์ มีน้ำ มีปุ๋ย ก็สามารถปลูกพืชหาเลี้ยงชีพได้ เพราะแต่ก่อนนั้นฮวงจุ้ยประเทศไทยดี ดินดี น้ำดี แต่ปัจจุบันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เกษตรกรยุคนี้จะทำแบบเดิม จะเป็นคนในยุคอะนาล็อกไม่ได้ เกษตรกรต้องปรับตามยุคดิจิตอลเช่นเดียวกัน นอกจากทุนแล้ว ต้องรู้จักใช้การตลาด ใช้องค์ความรู้ งานด้านการเกษตรจึงเป็นงานที่ท้าทายมากในยุคนี้ ยุคที่ใครต่างหันหน้าใส่สูตผูกไท ทำงานในห้องแอร์ แต่รับประทานอาหารซึ่งไม่เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ และนำเงินที่หาได้ไปใช้รักษาสุขภาพในโรงพยาบาล”
[caption id="attachment_95982" align="aligncenter" width="336"]
เปรม ณ สงขลา[/caption]
กอปรกับปัจจุบันแม้การให้ความสำคัญด้านการเกษตรจะมีมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอกับการก้าวให้ทันฮวยจุ้ยทางภูมิศาสตร์ และความต้องการทางอาหาร ด้วยศักยภาพและเส้นทางชีวิตที่ผ่านการปูด้วยอิฐอย่างมั่นคงมาครึ่งชีวิต การไม่หยุดที่จะแสวงหาความรู้ทั้งจากการเดินทางไปในพื้นที่ทางการเกษตรทั่วประเทศไทย การเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับนานาชาติ รวมถึงการเข้าไปคลุกคลีกับปราชญ์ท้องถิ่น คุณเปรมได้ผนึกพลังเกษตรกรสร้างการรวมกลุ่มผนึกองค์ความรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างเกษตรกรให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ผลิตอาหารคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านต้นไม้ทุกต้น ผลไม้ทุกผล และผักทุกชนิด เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไป
“อาชีพเกษตรกรเราไม่สามารถกดปุ่มรายรับได้ตามต้องการ รายจ่ายเกิดขึ้นทุกวัน แต่รายรับแปรผันตั้งแต่แมลงตัวเล็ก เม็ดฝน จนถึงเม็ดเงินมูลค่ามหาศาล เกษตรกรจึงต้องไม่แค่หยุดที่จะเรียนรู้แต่ต้องคุมกิเลสได้พอดี ไม่ไหลวนไปตามความอยากมีอยากได้ของตลาดทุนนิยม รู้จักลงทุนในเมล็ดพันธุ์ที่ถูกต้อง เลือกจักรกลที่มีคุณภาพ เพื่อการสร้างรายได้ให้ดำรงตนได้อย่างมีความสุข”
หน้าที่ของหนังสือคือการทำให้ผู้อ่านมีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น หน้าที่ของเคหการเกษตรคือการทำให้เกษตรกรอยู่ได้ด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะต้นทางการผลิตอาหารให้กับคนทั้งโลก การเกษตรคือชีวิต คือผลผลิตจากลมหายใจของผู้ชายที่ชื่อ “เปรม ณ สงขลา”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_95981" align="aligncenter" width="500"]
จากเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเกิดและเติบโตบนเกาะยอ จังหวัดสงขลา มีความทรงจำแรกคือ น้ำ ปลา และการเกษตรเห็นพ่อทำสวนยางพารา ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และทำการประมงชายฝั่งมาตั้งแต่ยังเล็ก ก้าวสู่การเติบโตด้วยการผนวกประสบการณ์ร่วมกับความรู้ภาคทฤษฎีจากคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อเกิดเป็นความรู้เชิงลึก ยิ่งเมื่อเข้าสู่ภาคปฏิบัติในโลกแห่งความเป็นจริง ร่วมกับโอกาสในการถ่ายทอดศาสตร์ต่างๆ ผ่านงานเขียนในนิตยสารที่ไม่เพียงให้ความรู้ด้านการเกษตรแต่ยังให้บริการจัดสรรที่ดินสำหรับการเกษตรใน “เคหการเกษตร” ตั้งแต่ปี 2518
ลักษณะนิสัยที่ไม่อยู่นิ่ง นิยมการแสวงหาศาสตร์ใหม่ๆ ตั้งแต่ครั้งเป็นนักกิจกรรมตัวยงในสโมสรนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ่วงการทำหนังสือพิมพ์รรายปักษ์และรายการวิทยุในมหาวิทยาลัย หลังจากเริ่มต้นงานเขียนได้เพียงปีเศษ ก็ได้รับความไว้วางใจบริหารเนื้อหาและก้าวสู่การเป็นเจ้าของนิตยสารเพื่อเกษตรกรที่อยู่เคียงคู่สังคมไทยมากกว่า 4 ทศวรรษ
“งานด้านการเกษตรในปัจจุบันถูกเข้าใจผิดไปมาก เกษตรกรที่เลี้ยงตนได้ไม่ใช่ต้องเป็นคนที่มีแค่พอดี แต่ต้องเป็นคนที่รวยทั้งเงินทองและความรู้ เพราะนอกจากที่ดินแล้วการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ งานดูแลรักษา จำเป็นต้องใช้เงินแทบทั้งสิ้น”
การเห็นจุดอ่อนด้านการทำการเกษตรในประเทศไทยและเข้าถึงหัวใจของเกษตรกรจากการลงมือปลูกสวน ทำไร่ ด้วยตนเอง คุณเปรมจึงมุ่งมั่นสร้างองค์ความรู้ชัดเจนและพิสูจน์ได้ผ่านแปลงเกษตรทดลองมากกว่า 70 ไร่ ในจังหวัดปทุมธานี พื้นที่ซึ่งจะสร้างลักษณะ “การเกษตรแบบเม่นยำ” ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย พร้อมเป็นพื้นที่สร้างเมล็ดพันธุ์ชั้นดีและแหล่งการเรียนรู้การเกษตรรูปแบบใหม่ในชื่อ “Weekend Farm”
“คนส่วนใหญ่ต่างคิดว่าการทำการเกษตรเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่มีที่ดิน มีเมล็ดพันธุ์ มีน้ำ มีปุ๋ย ก็สามารถปลูกพืชหาเลี้ยงชีพได้ เพราะแต่ก่อนนั้นฮวงจุ้ยประเทศไทยดี ดินดี น้ำดี แต่ปัจจุบันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เกษตรกรยุคนี้จะทำแบบเดิม จะเป็นคนในยุคอะนาล็อกไม่ได้ เกษตรกรต้องปรับตามยุคดิจิตอลเช่นเดียวกัน นอกจากทุนแล้ว ต้องรู้จักใช้การตลาด ใช้องค์ความรู้ งานด้านการเกษตรจึงเป็นงานที่ท้าทายมากในยุคนี้ ยุคที่ใครต่างหันหน้าใส่สูตผูกไท ทำงานในห้องแอร์ แต่รับประทานอาหารซึ่งไม่เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ และนำเงินที่หาได้ไปใช้รักษาสุขภาพในโรงพยาบาล”
[caption id="attachment_95982" align="aligncenter" width="336"]
กอปรกับปัจจุบันแม้การให้ความสำคัญด้านการเกษตรจะมีมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอกับการก้าวให้ทันฮวยจุ้ยทางภูมิศาสตร์ และความต้องการทางอาหาร ด้วยศักยภาพและเส้นทางชีวิตที่ผ่านการปูด้วยอิฐอย่างมั่นคงมาครึ่งชีวิต การไม่หยุดที่จะแสวงหาความรู้ทั้งจากการเดินทางไปในพื้นที่ทางการเกษตรทั่วประเทศไทย การเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับนานาชาติ รวมถึงการเข้าไปคลุกคลีกับปราชญ์ท้องถิ่น คุณเปรมได้ผนึกพลังเกษตรกรสร้างการรวมกลุ่มผนึกองค์ความรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างเกษตรกรให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ผลิตอาหารคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านต้นไม้ทุกต้น ผลไม้ทุกผล และผักทุกชนิด เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไป
“อาชีพเกษตรกรเราไม่สามารถกดปุ่มรายรับได้ตามต้องการ รายจ่ายเกิดขึ้นทุกวัน แต่รายรับแปรผันตั้งแต่แมลงตัวเล็ก เม็ดฝน จนถึงเม็ดเงินมูลค่ามหาศาล เกษตรกรจึงต้องไม่แค่หยุดที่จะเรียนรู้แต่ต้องคุมกิเลสได้พอดี ไม่ไหลวนไปตามความอยากมีอยากได้ของตลาดทุนนิยม รู้จักลงทุนในเมล็ดพันธุ์ที่ถูกต้อง เลือกจักรกลที่มีคุณภาพ เพื่อการสร้างรายได้ให้ดำรงตนได้อย่างมีความสุข”
หน้าที่ของหนังสือคือการทำให้ผู้อ่านมีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น หน้าที่ของเคหการเกษตรคือการทำให้เกษตรกรอยู่ได้ด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะต้นทางการผลิตอาหารให้กับคนทั้งโลก การเกษตรคือชีวิต คือผลผลิตจากลมหายใจของผู้ชายที่ชื่อ “เปรม ณ สงขลา”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559






