
‘นีโน่’ลุยธุรกิจอาหารเสริมดิน อัดโปรแรงใช้ก่อน-ผ่อนทีหลัง/เล็งยอดปีแรก 500 ล.
"นีโน่-เมทนี " เปิดตัว "นีโน่ซุปเปอร์ฮิวมิค" ธาตุอาหารเสริมบำรุงดิน ประเดิมตลาดตั้งแต่ ม.ค. ผนึกภาคภูมิกรุ๊ป อัดโปรโมชันแรงแจกปุ๋ยให้ไปใช้ก่อน หลังเก็บเกี่ยวค่อยนำเงินสดมาจ่าย เผยเร็วๆ นี้จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 3 ตัว "เร่งโต-เร่งผลผลิต-ยาฆ่าหญ้า" ฝันดันยอดขายทะลุ 500 ล้าน ขณะที่บอสใหญ่ภาคภูมิกรุ๊ปไม่ห่วงเกษตรกรเบี้ยวยังใจป้ำเกิดภัยพิบัติเลื่อนจ่ายหนี้ให้อีกไม่เกิน 2 ปี
นายเมทนี บุรณศิริ(นีโน่) ศิลปิน ดารานักแสดง และพิธีกรชื่อดัง เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ในนามกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรัพย์สยาม ไอเอ็นซี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย "นีโน่ ซุปเปอร์ฮิวมิค" สารปรับปรุงดิน ว่า ผลิตภัณฑ์ธาตุอาหารเสริมบำรุงดินของบริษัท ได้วางจำหน่ายมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 เป็นต้นมา ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดีมาก ประกอบกับได้บริษัท ภาคภูมิเกษตร 003 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือภาคภูมิกรุ๊ป ผู้ผลิตปุ๋ยและวัตถุดิบเพื่อการเกษตรรายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยได้ร่วมมือกันจัดโครงการสนับสนุนซื้อปุ๋ยเงินสดแบ่งจ่ายแบบง่ายๆ
"โครงการดังกล่าวถือเป็นทางเลือกใหม่ที่บริษัทได้ทำโปรโมชันร่วมกับเครือภาคภูมิ ที่ขายสารปรับปรุงดินพ่วงปุ๋ยเคมีเนื่องจากเห็นว่าเกษตรกรประสบปัญหาไม่มีเงินสดไปซื้อปุ๋ย ไม่มีเครดิตไปซื้อปุ๋ย และไม่มีหลักทรัพย์ไปค้ำประกันเพื่อกู้เงินซื้อปุ๋ย ตรงนี้จึงเป็นทางออก และช่วยเหลือเกษตรกรได้จำนวนมาก ที่สำคัญยังไม่ต้องจ่ายเงินทั้งหมดผลผลิตออกค่อยมาจ่ายที่เหลือ สิ่งที่เกษตรกรจะได้ไปก็คือ 1.ปุ๋ยเคมี ธาตุอาหารรองเสริม ตรา "ว่าวคู่" กระสอบขาว-เขียว 2.ปุ๋ยเคมี ธาตุอาหารรองเสริม ตรา "ม้าคู่" และ 3.นีโน่ฮิวมิคแอซิดชนิดผง ในราคาชุดละ 580 บาท ชำระเงินวันรับสินค้า 280 บาท ส่วนอีก 300 บาทจ่ายเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว"
นายเมทนี กล่าวว่า โครงการนี้อยากช่วยแบกรับภาระให้เกษตรกร ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะถ้าเป็นปุ๋ยเคมีขนาด 50 กิโลกรัมต่อกระสอบจะตกอย่างน้อย 700-800 บาท ดังนั้นตรงนี้ถือเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่จะได้ปุ๋ยราคาถูกลงมาก และในเร็วๆ นี้จะมีผลิตภัณฑ์ออกมาใหม่ อีก 3 ตัว ได้แก่ ปุ๋ยสูตรเร่งโต สูตรเร่งผลิตผล และยาฆ่าหญ้า ซึ่งอยู่ในหมวดหมู่ชีวภาพ โดยทั้ง 4 ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาทั้งหมดคาดจะมียอดขายในปีแรกประมาณ 500 ล้านบาท
"ผมขายชื่อเสียงของตัวเอง และความแตกต่างของราคา ดังนั้นใครมาเป็นคู่ค้าของผม มีแต่ได้กับได้ นโยบายของผมที่ถูกสั่งสอนมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อแล้วว่าจะทำประกอบธุรกิจใดแล้วจะต้องอยู่ด้วยกันได้หมด ทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภคจะต้องได้รับผลประโยชน์ร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย เพราะฉะนั้นคิดง่ายๆ กำไรของบริษัทจะน้อยกว่าตัวแทนจำหน่ายอยู่แล้ว ผมไม่ได้ทำธุรกิจแบบขายตรง แต่จะให้ผลตอบแทนแบบธุรกิจขายตรงคือหากทำได้ตามเป้าจะแจกรถยนต์ให้ไปเลย"
สอดคล้องกับนายกฤษชนก ตันฑเศรณีวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทเครือภาคภูมิกรุ๊ป ที่กล่าวถึง โครงการสนับสนุนซื้อปุ๋ยเงินสดแบ่งจ่าย วิธีการจะเชิญบุคคลทั่วไปร่วมทำธุรกิจ ไม่ต้องมีเงินที่ลงทุน เพราะบริษัทจะลงทุนผลิตสินค้าให้ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตัวแทนขายไม่ต้องรับผิดชอบ หากเกษตรกรเบี้ยวไม่จ่ายเงิน บริษัทจะรับความเสี่ยงทั้งหมด โดยแต่ละจังหวัดจะเปิดวงเงินเป็นมูลค่าปุ๋ยให้ 1 ล้านบาทต่อ 1 หนึ่งหมู่บ้าน ดังนั้นถ้าหมู่บ้านใดสนใจสามารถที่จะมารับปุ๋ยจากบริษัทได้ทันที แล้วหากกรณีเกิดภัยพิบัติในพื้นที่นั้นๆ อาทิ น้ำท่วม โรคระบาด หรือ ไฟไหม้ เป็นต้น ก็สามารถมาเลื่อนจ่ายส่วนต่างได้ ไม่เกิน 2 ปี
ด้านนายชานุช พรหมยงค์ ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยนีโน่ซุปเปอร์ฮิวมิค ประจำภาคเหนือ กล่าวว่า ยอดขายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากที่นายเมทนี ได้ลงพื้นที่ไปพบเกษตรกรด้วยตัวเอง ยิ่งทำให้เกษตรกรเชื่อมั่น ส่วนความคุ้มค่าที่เกษตรกรจะได้ผลผลิตดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเกษตรกร แต่เชื่อว่าโปรโมชันที่ 2 บริษัทให้ ไม่มีใครกล้าให้แบบนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,190 วันที่ 8 - 10 กันยายน พ.ศ. 2559
นายเมทนี บุรณศิริ(นีโน่) ศิลปิน ดารานักแสดง และพิธีกรชื่อดัง เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ในนามกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรัพย์สยาม ไอเอ็นซี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย "นีโน่ ซุปเปอร์ฮิวมิค" สารปรับปรุงดิน ว่า ผลิตภัณฑ์ธาตุอาหารเสริมบำรุงดินของบริษัท ได้วางจำหน่ายมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 เป็นต้นมา ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดีมาก ประกอบกับได้บริษัท ภาคภูมิเกษตร 003 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือภาคภูมิกรุ๊ป ผู้ผลิตปุ๋ยและวัตถุดิบเพื่อการเกษตรรายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยได้ร่วมมือกันจัดโครงการสนับสนุนซื้อปุ๋ยเงินสดแบ่งจ่ายแบบง่ายๆ
"โครงการดังกล่าวถือเป็นทางเลือกใหม่ที่บริษัทได้ทำโปรโมชันร่วมกับเครือภาคภูมิ ที่ขายสารปรับปรุงดินพ่วงปุ๋ยเคมีเนื่องจากเห็นว่าเกษตรกรประสบปัญหาไม่มีเงินสดไปซื้อปุ๋ย ไม่มีเครดิตไปซื้อปุ๋ย และไม่มีหลักทรัพย์ไปค้ำประกันเพื่อกู้เงินซื้อปุ๋ย ตรงนี้จึงเป็นทางออก และช่วยเหลือเกษตรกรได้จำนวนมาก ที่สำคัญยังไม่ต้องจ่ายเงินทั้งหมดผลผลิตออกค่อยมาจ่ายที่เหลือ สิ่งที่เกษตรกรจะได้ไปก็คือ 1.ปุ๋ยเคมี ธาตุอาหารรองเสริม ตรา "ว่าวคู่" กระสอบขาว-เขียว 2.ปุ๋ยเคมี ธาตุอาหารรองเสริม ตรา "ม้าคู่" และ 3.นีโน่ฮิวมิคแอซิดชนิดผง ในราคาชุดละ 580 บาท ชำระเงินวันรับสินค้า 280 บาท ส่วนอีก 300 บาทจ่ายเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว"
นายเมทนี กล่าวว่า โครงการนี้อยากช่วยแบกรับภาระให้เกษตรกร ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะถ้าเป็นปุ๋ยเคมีขนาด 50 กิโลกรัมต่อกระสอบจะตกอย่างน้อย 700-800 บาท ดังนั้นตรงนี้ถือเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่จะได้ปุ๋ยราคาถูกลงมาก และในเร็วๆ นี้จะมีผลิตภัณฑ์ออกมาใหม่ อีก 3 ตัว ได้แก่ ปุ๋ยสูตรเร่งโต สูตรเร่งผลิตผล และยาฆ่าหญ้า ซึ่งอยู่ในหมวดหมู่ชีวภาพ โดยทั้ง 4 ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาทั้งหมดคาดจะมียอดขายในปีแรกประมาณ 500 ล้านบาท
"ผมขายชื่อเสียงของตัวเอง และความแตกต่างของราคา ดังนั้นใครมาเป็นคู่ค้าของผม มีแต่ได้กับได้ นโยบายของผมที่ถูกสั่งสอนมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อแล้วว่าจะทำประกอบธุรกิจใดแล้วจะต้องอยู่ด้วยกันได้หมด ทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภคจะต้องได้รับผลประโยชน์ร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย เพราะฉะนั้นคิดง่ายๆ กำไรของบริษัทจะน้อยกว่าตัวแทนจำหน่ายอยู่แล้ว ผมไม่ได้ทำธุรกิจแบบขายตรง แต่จะให้ผลตอบแทนแบบธุรกิจขายตรงคือหากทำได้ตามเป้าจะแจกรถยนต์ให้ไปเลย"
สอดคล้องกับนายกฤษชนก ตันฑเศรณีวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทเครือภาคภูมิกรุ๊ป ที่กล่าวถึง โครงการสนับสนุนซื้อปุ๋ยเงินสดแบ่งจ่าย วิธีการจะเชิญบุคคลทั่วไปร่วมทำธุรกิจ ไม่ต้องมีเงินที่ลงทุน เพราะบริษัทจะลงทุนผลิตสินค้าให้ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตัวแทนขายไม่ต้องรับผิดชอบ หากเกษตรกรเบี้ยวไม่จ่ายเงิน บริษัทจะรับความเสี่ยงทั้งหมด โดยแต่ละจังหวัดจะเปิดวงเงินเป็นมูลค่าปุ๋ยให้ 1 ล้านบาทต่อ 1 หนึ่งหมู่บ้าน ดังนั้นถ้าหมู่บ้านใดสนใจสามารถที่จะมารับปุ๋ยจากบริษัทได้ทันที แล้วหากกรณีเกิดภัยพิบัติในพื้นที่นั้นๆ อาทิ น้ำท่วม โรคระบาด หรือ ไฟไหม้ เป็นต้น ก็สามารถมาเลื่อนจ่ายส่วนต่างได้ ไม่เกิน 2 ปี
ด้านนายชานุช พรหมยงค์ ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยนีโน่ซุปเปอร์ฮิวมิค ประจำภาคเหนือ กล่าวว่า ยอดขายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากที่นายเมทนี ได้ลงพื้นที่ไปพบเกษตรกรด้วยตัวเอง ยิ่งทำให้เกษตรกรเชื่อมั่น ส่วนความคุ้มค่าที่เกษตรกรจะได้ผลผลิตดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเกษตรกร แต่เชื่อว่าโปรโมชันที่ 2 บริษัทให้ ไม่มีใครกล้าให้แบบนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,190 วันที่ 8 - 10 กันยายน พ.ศ. 2559






