thansettakij
thansettakij
นายกฯย้ำเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือ G20และG77

นายกฯย้ำเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือ G20และG77

04 ก.ย. 59 | 08:17 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.ย. 59 | 15:20 น.
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน 2559) เวลา 15.40-17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ภายหลังจากเดินทางถึง นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่ม 20 (G20) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการประชุมฯ วาระที่ 1 หัวข้อ “การประสานนโยบายและแนวทางการพัฒนาใหม่ ๆ เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก(Strengthening Policy Coordination and Breaking a New Path for Growth)

พลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และเผชิญกับความท้าทายในหลากมิติ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันมากขึ้นโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยการผนึกกำลังสร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่เพื่อเป็น “ยานยนต์แห่งศตวรรษที่ 21” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกสู่แนวทางการพัฒนาใหม่ (New Path of Growth)ต้องกล้าคิดนอกกรอบและก้าวข้ามเส้นแบ่งในรูปแบบเดิม ๆ เพื่อสร้างหุ้นส่วนระดับโลก ที่ไม่จำกัดรูปแบบของความร่วมมือทั้งเหนือ-ใต้ ใต้-ใต้ และไตรภาคี โดยเฉพาะการพึ่งพาซึ่งกันและกันระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นวาระที่ไทยเน้นย้ำในฐานะประธานกลุ่ม G77 ในการผลักดันความร่วมมือใหม่ เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ต้องลงมือทำใน 3 ส่วน ดังนี้

หนึ่ง การประสานนโยบายและความร่วมมือเพื่อให้โอกาสและทางเลือกและไม่ปิดกั้นประเทศกำลังพัฒนา ที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก จะมีการเชื่อมโยง มีความสมดุล และส่งเสริมซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งพื้นที่สำหรับรัฐบาลใช้มาตรการที่เหมาะสมในการบริหารเศรษฐกิจของตนด้วย

สอง การให้ความสำคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากภายใน ได้แก่ 1) พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการปฏิรูประบบการศึกษาทุกระดับชั้นและการพัฒนาทักษะกำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน 2) พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ ในทุกระดับการศึกษา สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา และสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนสร้างนวัตกรรม โดย G20 ควรร่วมกับ G77 แสวงหาจุดแข็งและศักยภาพของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าร่วมกัน ตลอดจนร่วมกันพัฒนาสินค้าจากทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายของ G77 สร้างแบรนด์ของภูมิภาค ขยายโอกาสตลาดสินค้าและตลาดแรงงานใหม่ ๆ ในกลุ่ม G77 ที่จะสามารถช่วยนำโลกออกจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงันในปัจจุบัน

และสาม สนับสนุนทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วม ผ่านกลไกประชารัฐ ประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากภายใน ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบายร่วมกัน ลดความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรมในสังคม

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง การเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอยู่ภายใต้ Roadmap ที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นไปด้วยดี ภายหลังจากที่ได้มีการลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ประเทศไทยจะเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งในปี 2560 เพื่อการเป็นรัฐประชาธิปไตยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนทั้งนี้ ไทยสนับสนุนวาระการปฏิรูปของ G20 (G20 Structural Reform Priorities) ซึ่งเน้นการสร้างการเติบโตที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางตามแผนยุทศาสตร์ชาติ 20 ปีของไทยเช่นกัน

ในฐานะตัวแทนของ G77 นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ G20 ร่วมมือร่วมใจ โดยอาศัยประสบการณ์ และทรัพยากร ที่มีอยู่ เพื่อขับเคลื่อนยานยนต์ใหม่ที่จะนำพาโลกไปสู่แนวทางการพัฒนาใหม่ อย่างยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดังคำกล่าวที่ว่า แข็งแกร่งไปด้วยกัน (Stronger Together)