
มท.เตรียมเสนอแก้พ.ร.บ.เจ้าครม.
มท.เตรียมเสนอแก้พ.ร.บ.พนันเข้าครม. เครือข่ายฯชี้ส่งเสริมมากกว่าควบคุม เปิดช่องให้บ่อนพนันถูกกฎหมาย มุ่งหาเงินเข้ารัฐ ไม่คุ้มครองเด็ก สวนทางนโยบายลดปัญหาการพนัน
วันนี้(4กันยนยน2559) นายธนากร คมกฤส ผู้อำนวยการเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทย(มท.)เตรียมเสนอร่างพ.ร.บ.การพนัน (ฉบับที่) พ.ศ. ... เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็วๆนี้ ว่า จากการศึกษาร่างกฏหมายดังกล่าว พบช่องโหว่หลายอย่างคือ ไม่มีบทบัญญัติที่คุ้มครองปกป้องเด็กจากการพนันเลย มีเพียงมาตรา13ที่ห้ามปล่อยปละละเลยให้เด็กอายุต่ำกว่า20ปีเข้าพนัน ขณะเดียวกันกลับอนุโลมให้เด็กเล่นการพนันบางชนิดได้ เช่น สลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากอื่นๆที่คล้ายกัน อีกทั้งไม่มีบทบัญญัติที่คำนึงถึงเด็กเยาวชน ที่สำคัญคือ ร่างฯนี้เปิดช่องให้โยกย้ายการพนันที่เป็นประเภทต้องห้าม ตามบัญชีก.ให้เปลี่ยนมาเป็นการพนันที่อนุญาตได้ ตามบัญชีข.ได้ เพียงแค่การออกกฎกระทรวง ซึ่งจะทำให้พนันในบ่อน หรือพนันที่มุดอยู่ใต้ดิน ที่มีคนเล่นเสียเงินจำนวนมาก สามารถย้ายมาอยู่บนดินได้ เท่ากับเป็นการเปิดช่องทางให้บ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย
“น่าเสียดายที่กฎหมายการพนันเดิมพ.ศ.2478ถูกใช้มาถึง81ปี เมื่อมีการเสนอแก้ทั้งทีแทบไม่มีอะไรดีกว่าเดิมเลย โดยเฉพาะในหมวดว่าด้วยการควบคุมการพนัน กลับไม่มีการพูดถึงกลไกควบคุมการพนันใดๆที่แตกต่างไปจากเมื่อ80ปีที่แล้ว มีแต่มาตราที่กล่าวถึงการอนุญาต การออกใบอนุญาตมากขึ้น แถมยังกำหนดค่าธรรมเนียมการอนุญาตต่างๆไว้แนบท้ายกฎหมายให้เสร็จ ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจมาก เพราะเรื่องที่ควรบัญญัติให้ชัดเจนอยู่ในกฎหมาย เช่น การโยกย้ายบัญชีการพนันจาก ก. เป็น ข. ซึ่งควรกำหนดกระบวนการหรือเงื่อนไขต่างๆไว้มากๆ ไม่ให้เพิ่มการพนันได้ง่ายๆ กลับให้ไปออกเป็นกฎกระทรวงทีหลังได้ แต่เรื่องที่ควรให้ไปออกเป็นกฎกระทรวงทีหลังอย่างการกำหนดค่าธรรมเนียมกลับมากำหนดแนบท้ายในพ.ร.บ. ซึ่งจะทำให้การปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มค่าธรรมเนียมต่างๆในอนาคตทำได้ยาก” นายธนากร กล่าว
นายธนากร กล่าวด้วยว่า คำถามคือ นโยบายรัฐบาลนี้ต้องการลดปัญหาพนันในสังคมไทย แล้วทำไมร่างกฎหมายฉบับนี้กลับตรงกันข้าม สังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก การพนันสลับซับซ้อนมากขึ้น แต่กฎหมายนี้กลับยังมีวิธีคิดวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไม่คิดเพิ่มกลไกควบคุมหรือมีมาตรการใหม่ๆที่สามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างเท่าทัน เช่น การมีหน่วยงานที่จะมารับผิดชอบดูแลเพื่อกำกับควบคุมนโยบายการพนันอย่างจริงจัง การแก้กฎหมายนี้เป็นการแก้เพื่อให้รัฐมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมการพนันต่างๆ ได้มากและง่ายขึ้น ดูเป็นพ.ร.บ.ส่งเสริมการพนันมากกว่าควบคุมการพนัน ซึ่งน่าวิตกว่าหากภาครัฐเห็นการพนันเป็นสิ่งที่พึงแสวงหาประโยชน์ มากกว่าเห็นการพนันเป็นโทษ แล้วเราจะบอกกับลูกหลานอย่างไรเกี่ยวกับความผิดชอบชั่วดี
วันนี้(4กันยนยน2559) นายธนากร คมกฤส ผู้อำนวยการเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทย(มท.)เตรียมเสนอร่างพ.ร.บ.การพนัน (ฉบับที่) พ.ศ. ... เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็วๆนี้ ว่า จากการศึกษาร่างกฏหมายดังกล่าว พบช่องโหว่หลายอย่างคือ ไม่มีบทบัญญัติที่คุ้มครองปกป้องเด็กจากการพนันเลย มีเพียงมาตรา13ที่ห้ามปล่อยปละละเลยให้เด็กอายุต่ำกว่า20ปีเข้าพนัน ขณะเดียวกันกลับอนุโลมให้เด็กเล่นการพนันบางชนิดได้ เช่น สลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากอื่นๆที่คล้ายกัน อีกทั้งไม่มีบทบัญญัติที่คำนึงถึงเด็กเยาวชน ที่สำคัญคือ ร่างฯนี้เปิดช่องให้โยกย้ายการพนันที่เป็นประเภทต้องห้าม ตามบัญชีก.ให้เปลี่ยนมาเป็นการพนันที่อนุญาตได้ ตามบัญชีข.ได้ เพียงแค่การออกกฎกระทรวง ซึ่งจะทำให้พนันในบ่อน หรือพนันที่มุดอยู่ใต้ดิน ที่มีคนเล่นเสียเงินจำนวนมาก สามารถย้ายมาอยู่บนดินได้ เท่ากับเป็นการเปิดช่องทางให้บ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย
“น่าเสียดายที่กฎหมายการพนันเดิมพ.ศ.2478ถูกใช้มาถึง81ปี เมื่อมีการเสนอแก้ทั้งทีแทบไม่มีอะไรดีกว่าเดิมเลย โดยเฉพาะในหมวดว่าด้วยการควบคุมการพนัน กลับไม่มีการพูดถึงกลไกควบคุมการพนันใดๆที่แตกต่างไปจากเมื่อ80ปีที่แล้ว มีแต่มาตราที่กล่าวถึงการอนุญาต การออกใบอนุญาตมากขึ้น แถมยังกำหนดค่าธรรมเนียมการอนุญาตต่างๆไว้แนบท้ายกฎหมายให้เสร็จ ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจมาก เพราะเรื่องที่ควรบัญญัติให้ชัดเจนอยู่ในกฎหมาย เช่น การโยกย้ายบัญชีการพนันจาก ก. เป็น ข. ซึ่งควรกำหนดกระบวนการหรือเงื่อนไขต่างๆไว้มากๆ ไม่ให้เพิ่มการพนันได้ง่ายๆ กลับให้ไปออกเป็นกฎกระทรวงทีหลังได้ แต่เรื่องที่ควรให้ไปออกเป็นกฎกระทรวงทีหลังอย่างการกำหนดค่าธรรมเนียมกลับมากำหนดแนบท้ายในพ.ร.บ. ซึ่งจะทำให้การปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มค่าธรรมเนียมต่างๆในอนาคตทำได้ยาก” นายธนากร กล่าว
นายธนากร กล่าวด้วยว่า คำถามคือ นโยบายรัฐบาลนี้ต้องการลดปัญหาพนันในสังคมไทย แล้วทำไมร่างกฎหมายฉบับนี้กลับตรงกันข้าม สังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก การพนันสลับซับซ้อนมากขึ้น แต่กฎหมายนี้กลับยังมีวิธีคิดวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไม่คิดเพิ่มกลไกควบคุมหรือมีมาตรการใหม่ๆที่สามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างเท่าทัน เช่น การมีหน่วยงานที่จะมารับผิดชอบดูแลเพื่อกำกับควบคุมนโยบายการพนันอย่างจริงจัง การแก้กฎหมายนี้เป็นการแก้เพื่อให้รัฐมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมการพนันต่างๆ ได้มากและง่ายขึ้น ดูเป็นพ.ร.บ.ส่งเสริมการพนันมากกว่าควบคุมการพนัน ซึ่งน่าวิตกว่าหากภาครัฐเห็นการพนันเป็นสิ่งที่พึงแสวงหาประโยชน์ มากกว่าเห็นการพนันเป็นโทษ แล้วเราจะบอกกับลูกหลานอย่างไรเกี่ยวกับความผิดชอบชั่วดี






