
จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง รัฐ-เอกชนมั่นใจปั๊มรายได้ทะลุเป้าสู่2.58ล้านล้าน
การเติบโตด้านการท่องเที่ยวของไทยช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-ก.ย. 59) ที่เติบโตร่วม 14% สร้างรายได้เข้าประเทศ 1.88 ล้านล้านบาท ขณะที่แนวโน้มช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ (ต.ค. – ธ.ค.59)ก็ยังคงมีแนวโน้มสดใส ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท.มั่นใจว่ารายได้การท่องเที่ยวของไทยในปีนี้ จะทะลุเป้าหมายสู่ 2.58 ล้านล้านบาท เกินเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ 2.41 ล้านล้านบาท
[caption id="attachment_94056" align="aligncenter" width="700"]
แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยว ม.ค. - ก.ย. 59[/caption]
4 ปัจจัยหนุนปั๊มตลาด Q4
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.))เผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วง 9 เดือนแรก มีทิศทางเติบโตดีมาก ส่วนปัจจัยสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวใน ไตรมาสที่ 4 ของตลาดต่างประเทศ ปัจจัยแรก คือ การเดินทางท่องเที่ยวในช่วง Golden Week หรือวันชาติจีน ( 1 - 9 ต.ค.นี้) คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยราว 280,000 คน เพิ่มขึ้น 66% สร้างรายได้ประมาณ 10,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% และจากข้อมูลเบื้องต้นของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)พบว่า มีเที่ยวบินพิเศษเข้ามาในไทยช่วงที่ 30 กันยายน - 9 ตุลาคมนี้ ราว 39 เที่ยวบิน มีที่นั่งจำนวน 7,594 ที่นั่ง เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มากที่สุด 37 เที่ยวบิน และเข้าภูเก็ต 2 เที่ยวบิน ส่วนใหญ่เดินทางมาจากเมืองรองของจีน เช่น ซีหนิง หนานจิง ไท่หยวน จางโจว ฉงชิ่ง ต้าหยง ฟูโจว หนานหนิง และหนานชาง ซึ่งปัจจุบันทางกรมการบินพลเรือนของจีน มีนโยบายผลักดันให้สายการบินเช่าเหมาลำหันมาเปิดบินเที่ยวบินประจำหลายเส้นทาง
ปัจจัยที่ 2 เป็นปัจจัยบวกด้านการบิน โดยเฉพาะยอดการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าระบบ ในไตร
มาสที่ 4 (ณ วันที่ 29 ส.ค.59) มียอดจองเข้าไทย เพิ่มขึ้น 8 % การเปิดเที่ยวบินใหม่ ใน 3 ภูมิภาคสู่ไทย ได้แก่ จากรัสเซีย : มอสโก 3 เที่ยว/สัปดาห์ , วลาดิวอสต็อก 1 เที่ยว/สัปดาห์( เข้า กรุงเทพฯ ) เยคาเตรินเบิร์ก 3 เที่ยว/สัปดาห์ (เข้า กระบี่) จากตะวันออกกลาง : เตหะราน 4 เที่ยว/สัปดาห์ , ดูไบ 14 เที่ยว/สัปดาห์ (เข้ากรุงเทพฯ)โดฮา 4 เที่ยว/สัปดาห์ ( เข้ากระบี่ ) และจากเอเชีย : ฮ่องกง – เชียงราย 2 เที่ยว/สัปดาห์ /มัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ 3 เที่ยว/สัปดาห์ /หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ เข้าเชียงใหม่ เส้นทางละ 7 เที่ยว/สัปดาห์
ปัจจัยที่ 3 คือ การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ที่คาดว่าปีนี้จะกลับมาเป็น 1 ล้านคน และปัจจัยที่สี่ คือ การดำเนินงานสำคัญที่จะเกิดขึ้นในช่วงQ4 เช่น การจัดงาน World Tourism Day ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 27 กันยายนนี้ ชี้ให้เห็นความมั่นใจที่มีต่อเมืองไทยของ UNWTO ที่เข้ามาจัดงาน รวมทั้ง WTTC เชื่อมั่นที่จะจัดการประชุมสมาชิกทั่วโลกในไทยในปีหน้า การเปิดตัวถ่ายทำรายการสารคดีเชิงท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ Well Travel with Brook Shields เทปแรกในประเทศไทยของดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง
[caption id="attachment_94057" align="aligncenter" width="700"]
แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยว ไตรมาส 4 ต.ค. -ธ.ค. 59[/caption]
ดัชนีความเชื่อมั่นดีกว่าต้นปี
ในด้านของดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 3 นายมานิตย์ บุญฉิม ผู้เชี่ยวชาญการท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการไตรมาส3 อยู่ที่ ระดับ 98 และไตรมาส 4 อยู่ที่ระดับ 102 ถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงปกติ ซึ่งดีกว่าช่วงต้นปี โดยผู้ประกอบการที่ทำตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และตลาดจีน จะเชื่อมั่นกว่าผู้ประกอบการที่ทำตลาดนักท่องเที่ยวคนไทย
ส่วนสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 8-9 ล้านคน โดยเฉพาะจีนอยู่ที่ 2.61 ล้านคน และตลอดทั้งปี 2559 นักท่องเที่ยวจีนจะมีจำนวน 10.16 ล้านคน และเป็นปีแรกที่ไทยมีนักท่องเที่ยวจีนเกิน 10 ล้านคน และตลอดทั้งปีคาดว่าจะไทยจะมีนักท่องเที่ยวโดยรวมทั้งหมด 33.93 ล้านคน สร้างรายได้1.74 ล้านล้านบาทสำหรับตลาดจากต่างประเทศ
มีภูมิต้านทานดีบริหารไครซิส
นางสุกัญญา จันทร์ชู ประธานฝ่ายการตลาด สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เผยว่า สถานการณ์การเข้าพักของนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ จากการสำรวจของโรงแรมกว่า 872 แห่งทั่วประเทศไทยที่เป็นสมาชิกของทีเอชเอ โดยรวมพบว่าดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยภาคเหนือมีอัตราการเข้าพักสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 87.74% ส่วนในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ก็น่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย เพราะเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยพฤติกรรมการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวจะจองล่วงหน้าน้อยลง แต่จะเป็นในลักษณะของลาสมินิต บุ๊กกิ้ง ดังนั้นธุรกิจโรงแรมจะต้องเน้นการขยายฐานและปรับปรุงข้อมูลผ่านทางเว็บไซด์ หรือออนไลน์มากขึ้น ส่านการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ คนไทยก็จะเชื่อมั่นมากขึ้น หลังการทำประชามติที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็จะบริหารหนี้สินที่มีได้เก่งขึ้น ทำให้ตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว
"ปัญหาระเบิดครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น ไม่ได้กระทบต่ออัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่หายไปทันที เพราะที่ผ่านมามีไครซิสเกิดขึ้นมากมาย ผู้ ทำให้ภาครัฐและเอกชนท่องเที่ยวรู้ว่าจะบริหารให้ผ่านไปได้อย่างไร และภาครัฐมีการบริหารไครซิสที่ดีขึ้นมาก มีความคุ้นชินกับสถานการณ์เป็นอย่างดี ทำให้เอกชนมั่นใจที่จะสื่อสารกับนักท่องเที่ยว จึงจะเห็นชัดเจนว่ากลุ่มงานประชุมต่างๆที่เกิดขึ้นในไทยก็ไม่ได้มีการยกเลิกเกิดขึ้น ขณะเดียวกันอะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ในโลกไม่ใช่คนจะหยุดการใช้ชีวิตหรือท่องเที่ยว เพราะคนไม่อยากให้สิ่งผู้ก่อการร้ายทำ หรือระเบิดต่างๆที่เกิดขึ้นมีผลต่อเศรษฐกิจโลก" นางสุกัญญา กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เผยว่า ผลกระทบของระเบิดครั้งนี้ก็แค่ช่วงสั้นและมีการยกเลิกไม่มาก ระเบิดไม่ได้ทำให้เราหัวทิ่ม เพราะต้องยอมรับว่าภาคการท่องเที่ยวมีภูมิต้านทานที่ดี และมีการบริหารจัดการภาวะวิกฤติที่ดีทั้งภาครัฐและเอกชนซึ่งก่อนหน้านี้ททท.ประเมินไว้ว่าจะกระทบนักท่องเที่ยวหายไปราว 1-2 แสนคน ผมคิดว่าจนถึงวันนี้ น่าจะกระทบในหลักเพียงหมื่นต้นๆเท่านั้น และตัวเลขที่หายไปจะกลับคืนมาได้ในสิ้นปีนี้
ท่องเที่ยวไทยในปีนี้ยังเป็นพระเอก
นางสาว เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แม้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในช่วงที่เหลือของปี2559 ยังอยู่ในช่วงที่บอบบาง หลายพื้นที่มีปัญหา คนจับตาดูว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะขึ้นดอกเบี้ยไหม ยุโรปก็ยังต้องติดตามเรื่องของเบร็กซิท และการเมืองในยุโรป หรือแม้แต่ญี่ปุ่น ก็มีแผนอาจเพิ่มเติมมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจีนเติบโตช้าลง สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าภาคเศรษฐกิจมหภาคค่อนข้างบอบบาง แต่เมื่อไปดูโมเมนตัมด้านการท่องเที่ยว ต้องถือว่าการท่องเที่ยวของไทยมีความแข็งแกร่ง และยังเติบโตดี ซึ่งเป็นเพราะไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป คนจะรักษาสมดุลของการใช้ชีวิต ด้วยการออกไปท่องเที่ยวหาประสบการณ์ใหม่
อีกทั้งหากไปดูสถิติย้อนหลัง ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะมีเหตุการณ์อะไรขึ้น ภาคการท่องเที่ยว จะฟื้นตัวเร็ว ไม่เกินครึ่งปีก็กลับมา และเหตุระเบิดล่าสุดใน 7 จังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้ พบว่าแทบจะไม่มีผลกระทบเลย ถือว่าฟื้นตัวได้ไว้ขึ้นกว่าเดิม ซึ่งต้องให้เครดิตกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ประคับประคองผลกระทบได้จำกัดที่สุด
ขณะเดียวกันยังต้องติดตามเรื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยต้องรอการประชุมของกลุ่มโอเปกและนอกโอเปกอย่างรัสเซีย ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ซึ่งการปรับราคาก็จะเป็นแบบทยอยไต่ระดับขึ้น และน่าจะเป็นผลดีในบางตลาดอย่างตะวันออกกลาง ที่เศรษฐกิจจะดีขึ้น การท่องเที่ยวก็จะได้อานิสงส์ตามไปด้วย อีกปัจจัยหนุนด้านการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือ การขยายเส้นทางบินใหม่ๆเข้าสู่เมืองรองเพิ่มขึ้น
สำหรับไทยเที่ยวไทย เชื่อว่าหลังการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เดินหน้าสู่โรดแมปที่รัฐบาลวางไว้ จะทำให้ความเชื่อมั่นกลับมา และในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็จะมีแรงกระตุ้นเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวโค้งสุดท้ายของปีนี้ เพื่อนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษี ดังนั้นโดยรวมมั่นใจว่าการท่องเที่ยวของไทยยังเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ ขณะที่คลัสเตอร์อื่นๆยังต้องรอการฟื้นตัวที่จะเกิดขึ้น การท่องเที่ยวไทยจึงยังคงเป็นพระเอก อยู่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมให้มาเที่ยวไทยได้ทุกฤดู
ทั้งหมดแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่า Brexit หรือ เหตุการณ์ระเบิดในหลายพื้นที่ในภาคใต้ของไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบในภาพรวมของการท่องเที่ยวไทยในปีนี้แต่อย่างใด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 4 - 7 กันยายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_94056" align="aligncenter" width="700"]
4 ปัจจัยหนุนปั๊มตลาด Q4
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.))เผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วง 9 เดือนแรก มีทิศทางเติบโตดีมาก ส่วนปัจจัยสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวใน ไตรมาสที่ 4 ของตลาดต่างประเทศ ปัจจัยแรก คือ การเดินทางท่องเที่ยวในช่วง Golden Week หรือวันชาติจีน ( 1 - 9 ต.ค.นี้) คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยราว 280,000 คน เพิ่มขึ้น 66% สร้างรายได้ประมาณ 10,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% และจากข้อมูลเบื้องต้นของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)พบว่า มีเที่ยวบินพิเศษเข้ามาในไทยช่วงที่ 30 กันยายน - 9 ตุลาคมนี้ ราว 39 เที่ยวบิน มีที่นั่งจำนวน 7,594 ที่นั่ง เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มากที่สุด 37 เที่ยวบิน และเข้าภูเก็ต 2 เที่ยวบิน ส่วนใหญ่เดินทางมาจากเมืองรองของจีน เช่น ซีหนิง หนานจิง ไท่หยวน จางโจว ฉงชิ่ง ต้าหยง ฟูโจว หนานหนิง และหนานชาง ซึ่งปัจจุบันทางกรมการบินพลเรือนของจีน มีนโยบายผลักดันให้สายการบินเช่าเหมาลำหันมาเปิดบินเที่ยวบินประจำหลายเส้นทาง
ปัจจัยที่ 2 เป็นปัจจัยบวกด้านการบิน โดยเฉพาะยอดการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าระบบ ในไตร
มาสที่ 4 (ณ วันที่ 29 ส.ค.59) มียอดจองเข้าไทย เพิ่มขึ้น 8 % การเปิดเที่ยวบินใหม่ ใน 3 ภูมิภาคสู่ไทย ได้แก่ จากรัสเซีย : มอสโก 3 เที่ยว/สัปดาห์ , วลาดิวอสต็อก 1 เที่ยว/สัปดาห์( เข้า กรุงเทพฯ ) เยคาเตรินเบิร์ก 3 เที่ยว/สัปดาห์ (เข้า กระบี่) จากตะวันออกกลาง : เตหะราน 4 เที่ยว/สัปดาห์ , ดูไบ 14 เที่ยว/สัปดาห์ (เข้ากรุงเทพฯ)โดฮา 4 เที่ยว/สัปดาห์ ( เข้ากระบี่ ) และจากเอเชีย : ฮ่องกง – เชียงราย 2 เที่ยว/สัปดาห์ /มัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ 3 เที่ยว/สัปดาห์ /หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ เข้าเชียงใหม่ เส้นทางละ 7 เที่ยว/สัปดาห์
ปัจจัยที่ 3 คือ การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ที่คาดว่าปีนี้จะกลับมาเป็น 1 ล้านคน และปัจจัยที่สี่ คือ การดำเนินงานสำคัญที่จะเกิดขึ้นในช่วงQ4 เช่น การจัดงาน World Tourism Day ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 27 กันยายนนี้ ชี้ให้เห็นความมั่นใจที่มีต่อเมืองไทยของ UNWTO ที่เข้ามาจัดงาน รวมทั้ง WTTC เชื่อมั่นที่จะจัดการประชุมสมาชิกทั่วโลกในไทยในปีหน้า การเปิดตัวถ่ายทำรายการสารคดีเชิงท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ Well Travel with Brook Shields เทปแรกในประเทศไทยของดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง
[caption id="attachment_94057" align="aligncenter" width="700"]
ดัชนีความเชื่อมั่นดีกว่าต้นปี
ในด้านของดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 3 นายมานิตย์ บุญฉิม ผู้เชี่ยวชาญการท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการไตรมาส3 อยู่ที่ ระดับ 98 และไตรมาส 4 อยู่ที่ระดับ 102 ถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงปกติ ซึ่งดีกว่าช่วงต้นปี โดยผู้ประกอบการที่ทำตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และตลาดจีน จะเชื่อมั่นกว่าผู้ประกอบการที่ทำตลาดนักท่องเที่ยวคนไทย
ส่วนสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 8-9 ล้านคน โดยเฉพาะจีนอยู่ที่ 2.61 ล้านคน และตลอดทั้งปี 2559 นักท่องเที่ยวจีนจะมีจำนวน 10.16 ล้านคน และเป็นปีแรกที่ไทยมีนักท่องเที่ยวจีนเกิน 10 ล้านคน และตลอดทั้งปีคาดว่าจะไทยจะมีนักท่องเที่ยวโดยรวมทั้งหมด 33.93 ล้านคน สร้างรายได้1.74 ล้านล้านบาทสำหรับตลาดจากต่างประเทศ
มีภูมิต้านทานดีบริหารไครซิส
นางสุกัญญา จันทร์ชู ประธานฝ่ายการตลาด สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เผยว่า สถานการณ์การเข้าพักของนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ จากการสำรวจของโรงแรมกว่า 872 แห่งทั่วประเทศไทยที่เป็นสมาชิกของทีเอชเอ โดยรวมพบว่าดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยภาคเหนือมีอัตราการเข้าพักสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 87.74% ส่วนในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ก็น่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย เพราะเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยพฤติกรรมการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวจะจองล่วงหน้าน้อยลง แต่จะเป็นในลักษณะของลาสมินิต บุ๊กกิ้ง ดังนั้นธุรกิจโรงแรมจะต้องเน้นการขยายฐานและปรับปรุงข้อมูลผ่านทางเว็บไซด์ หรือออนไลน์มากขึ้น ส่านการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ คนไทยก็จะเชื่อมั่นมากขึ้น หลังการทำประชามติที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็จะบริหารหนี้สินที่มีได้เก่งขึ้น ทำให้ตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว
"ปัญหาระเบิดครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น ไม่ได้กระทบต่ออัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่หายไปทันที เพราะที่ผ่านมามีไครซิสเกิดขึ้นมากมาย ผู้ ทำให้ภาครัฐและเอกชนท่องเที่ยวรู้ว่าจะบริหารให้ผ่านไปได้อย่างไร และภาครัฐมีการบริหารไครซิสที่ดีขึ้นมาก มีความคุ้นชินกับสถานการณ์เป็นอย่างดี ทำให้เอกชนมั่นใจที่จะสื่อสารกับนักท่องเที่ยว จึงจะเห็นชัดเจนว่ากลุ่มงานประชุมต่างๆที่เกิดขึ้นในไทยก็ไม่ได้มีการยกเลิกเกิดขึ้น ขณะเดียวกันอะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ในโลกไม่ใช่คนจะหยุดการใช้ชีวิตหรือท่องเที่ยว เพราะคนไม่อยากให้สิ่งผู้ก่อการร้ายทำ หรือระเบิดต่างๆที่เกิดขึ้นมีผลต่อเศรษฐกิจโลก" นางสุกัญญา กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เผยว่า ผลกระทบของระเบิดครั้งนี้ก็แค่ช่วงสั้นและมีการยกเลิกไม่มาก ระเบิดไม่ได้ทำให้เราหัวทิ่ม เพราะต้องยอมรับว่าภาคการท่องเที่ยวมีภูมิต้านทานที่ดี และมีการบริหารจัดการภาวะวิกฤติที่ดีทั้งภาครัฐและเอกชนซึ่งก่อนหน้านี้ททท.ประเมินไว้ว่าจะกระทบนักท่องเที่ยวหายไปราว 1-2 แสนคน ผมคิดว่าจนถึงวันนี้ น่าจะกระทบในหลักเพียงหมื่นต้นๆเท่านั้น และตัวเลขที่หายไปจะกลับคืนมาได้ในสิ้นปีนี้
ท่องเที่ยวไทยในปีนี้ยังเป็นพระเอก
นางสาว เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แม้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในช่วงที่เหลือของปี2559 ยังอยู่ในช่วงที่บอบบาง หลายพื้นที่มีปัญหา คนจับตาดูว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะขึ้นดอกเบี้ยไหม ยุโรปก็ยังต้องติดตามเรื่องของเบร็กซิท และการเมืองในยุโรป หรือแม้แต่ญี่ปุ่น ก็มีแผนอาจเพิ่มเติมมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจีนเติบโตช้าลง สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าภาคเศรษฐกิจมหภาคค่อนข้างบอบบาง แต่เมื่อไปดูโมเมนตัมด้านการท่องเที่ยว ต้องถือว่าการท่องเที่ยวของไทยมีความแข็งแกร่ง และยังเติบโตดี ซึ่งเป็นเพราะไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป คนจะรักษาสมดุลของการใช้ชีวิต ด้วยการออกไปท่องเที่ยวหาประสบการณ์ใหม่
อีกทั้งหากไปดูสถิติย้อนหลัง ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะมีเหตุการณ์อะไรขึ้น ภาคการท่องเที่ยว จะฟื้นตัวเร็ว ไม่เกินครึ่งปีก็กลับมา และเหตุระเบิดล่าสุดใน 7 จังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้ พบว่าแทบจะไม่มีผลกระทบเลย ถือว่าฟื้นตัวได้ไว้ขึ้นกว่าเดิม ซึ่งต้องให้เครดิตกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ประคับประคองผลกระทบได้จำกัดที่สุด
ขณะเดียวกันยังต้องติดตามเรื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยต้องรอการประชุมของกลุ่มโอเปกและนอกโอเปกอย่างรัสเซีย ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ซึ่งการปรับราคาก็จะเป็นแบบทยอยไต่ระดับขึ้น และน่าจะเป็นผลดีในบางตลาดอย่างตะวันออกกลาง ที่เศรษฐกิจจะดีขึ้น การท่องเที่ยวก็จะได้อานิสงส์ตามไปด้วย อีกปัจจัยหนุนด้านการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือ การขยายเส้นทางบินใหม่ๆเข้าสู่เมืองรองเพิ่มขึ้น
สำหรับไทยเที่ยวไทย เชื่อว่าหลังการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เดินหน้าสู่โรดแมปที่รัฐบาลวางไว้ จะทำให้ความเชื่อมั่นกลับมา และในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็จะมีแรงกระตุ้นเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวโค้งสุดท้ายของปีนี้ เพื่อนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษี ดังนั้นโดยรวมมั่นใจว่าการท่องเที่ยวของไทยยังเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ ขณะที่คลัสเตอร์อื่นๆยังต้องรอการฟื้นตัวที่จะเกิดขึ้น การท่องเที่ยวไทยจึงยังคงเป็นพระเอก อยู่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมให้มาเที่ยวไทยได้ทุกฤดู
ทั้งหมดแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่า Brexit หรือ เหตุการณ์ระเบิดในหลายพื้นที่ในภาคใต้ของไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบในภาพรวมของการท่องเที่ยวไทยในปีนี้แต่อย่างใด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 4 - 7 กันยายน พ.ศ. 2559






