thansettakij
thansettakij
บล.KTBST มองหุ้นไทยสัปดาห์นี้ มีความผันผวน

บล.KTBST มองหุ้นไทยสัปดาห์นี้ มีความผันผวน

29 ส.ค. 59 | 04:27 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ส.ค. 59 | 13:56 น.
ดร.วิน  อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่า ปัจจัยในต่างประเทศยังมีผลต่อทิศทางของตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ (29 ส.ค. -2 ก.ย.) โดยจากถ้อยแถลงของประธาน Fed เป็นสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 20-21 ก.ย. ยังไม่ชัดเจน บล.KTBST มองว่าทาง Fed พร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ยนานแล้ว แต่ยังติดที่ปัจจัยภายนอกหรือจังหวะเวลาอาจยังไม่เหมาะ อีกทั้งการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะเป็นการทำที่ตรงกันข้ามกับหลายๆประเทศที่ใช้นโยบายลดดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำไว้ ทำให้ Fed ต้องคิดอย่างถี่ถ้วนในการตัดสินใจแต่ละครั้ง  ขณะเดียวกันจากการให้สัมภาษณ์ของ นาย Stanley Fischer หนึ่งในสมาชิกของ FOMC ที่จะดูตัวเลขภาคการจ้างงานประกอบการตัดสินใจได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ตัวเลขเคลมการว่างงาน และตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่จะรายงานในวันศุกร์นี้ซึ่งเป็นตัวที่สำคัญที่สุด นักวิเคราะห์ คาดว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมจะเพิ่ม 180,000 ตำแหน่ง จากเดือนก่อนที่เพิ่ม 255,000 ตำแหน่ง ตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ จะผันผวนจากตัวเลขเหล่านี้ที่จะออกมาในระหว่างสัปดาห์ ส่วนตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม จะไปมีผลต่อตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ถัดไป

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ กรอบการเคลื่อนไหว จะถูกตรึงไว้ที่ $40-50 เหรียญฯ หากค่าดอลลาร์ไม่ได้พุ่งขึ้นอย่างผิดปกติ การที่มีกรอบการเคลื่อนไหวที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง และข่าวสารที่ออกมาว่าผู้ผลิตต่างเห็นพ้องที่จะไม่แข่งกันในเรื่องการผลิต ดังนั้นหุ้นได้ประโยชน์จะเป็นกลุ่มปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน และหุ้นบริษัทแม่ของกลุ่มคือ PTT แต่ผู้ผลิตน้ำมันอาจไม่ได้ประโยชน์เท่ากลุ่มแรก เพราะนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่น่าจะใช้ราคาน้ำมันที่ระดับนี้ในประมาณการกำไรอยู่แล้ว

สำหรับปัจจัยในประเทศมองว่าแรงซื้อของนักลงทุนต่างประเทศเป็นกำลังหลักที่จะพยุงและดันดัชนีฯให้ปรับตัวสูงขึ้น ยังมีแนวโน้มที่นักลงทุนกลุ่มนี้จะยังซื้อหุ้นไทยและอาจเบาลง เพราะรอดูความชัดเจนในเรื่องดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ขณะที่ตัวเลขส่งออกของไทยเดือน ก.ค.ที่ลดลง 4.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถ้าไม่รวมการส่งออกทองคำจะลดลงถึง 8.3% ทั้งนี้ เป็นการลดลงในกลุ่มสินค้าเกษตรกรรม -18.6% และสินค้าอุตสาหกรรม -0.4% สินค้าหลักๆที่ลดลงคือ ยานพาหนะและชิ้นส่วนฯ เรามองตัวเลขที่ออกมานี้ไปในทางลบ เพราะลำพังการใช้จ่าย-ลงทุนภาครัฐฯ อาจช่วย GDP ได้ไม่มากนัก นอกจากนี้ตลาดผ่านช่วงของการขึ้นเครื่องหมาย “XD” จำนวนมากในสัปดาห์ก่อนไปแล้ว สัปดาห์นี้มีจำนวนที่น้อยลง แต่อาจมีการขึ้น “XD” ของหุ้นใหญ่บางตัว คือ PTT , EGCO , PTTGC และ SCB

ดร.วิน ยังกล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น ในสัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ที่จะเล่นได้ยาก จากผันผวนในแต่ละวัน บล.KTBST แนะให้ลงทุนในกรอบเวลาสั้นๆ “ลงซื้อ ขึ้นขาย”  เน้นหุ้นที่ต่างชาติเข้าซื้อสลับตัวเล่น หรือให้เน้นหุ้นที่มีข่าวบวกเฉพาะตัวไว้ก่อน โดยในสัปดาห์นี้ที่มองกรอบแนวรับที่ 1,530 จุด แนว ต้าน 1,566 จุด

"สำหรับหุ้นที่ บล.KTBST แนะนำในสัปดาห์นี้ ยังแนะหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ KBANK , PTT  หุ้นสายสินค้าโภคภัณฑ์ที่เริ่มฟื้นตามเศรษฐกิจได้แก่ PTTGC , BANPU , RCL , KSL และหุ้นขนาดเล็กที่มีข่าวบวกเฉพาะตัวได้แก่  SCI , SVI , THANI , WICE"