
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนร้อนแรงสุดรอบ 20 เดือน
สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเผยความเชื่อมั่นนักลงทุน 3เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น 23.31% ชี้เป็นระดับที่ร้อนแรงสุดในรอบ 20 เดือน ระบุนักลงทุนสถาบันต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้น 71.43% สูงสุดตั้งแต่เคยสำรวจ แจงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้รับความสนใจมากที่สุด
นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.31% โดยถือว่าอยู่ในระดับที่ร้อนแรง (Bullish) ซึ่งถือว่าเป็นความร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 20 เดือนตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจ โดยดัชนีอยู่ในระดับที่ 128.81 ส่วนดัชนีรายกลุ่มนั้น นักลงทุนรายกลุ่มยังอยู่ในระดับที่ทรงตัว แต่มีการปรับตัวขึ้นประมาณ 10% ขณะที่กลุ่มสถาบันในประเทศมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูงประมาณ 36% ไปอยู่ที่ระดับ 136 จุด โดยเป็นระดับที่ร้อนแรง
ทั้งนี้ ในส่วนของนักลงทุนสถาบันต่างประเทศมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 71.43% มาอยู่ที่ระดับ 171.43 จุด จากเดิมที่อยู่ที่ระดับ 100 จุด โดยถือเป็นระดับที่สูงสุดตั้งแต่เคยสำรวจมา ด้านเงินทุนจากต่างประเทศมีการไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของปริมาณการซื้อขายในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีมูลค่าถึง 2.69 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นปริมาณที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ตั้งแต่ในช่วงปี 55-59 มีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาในภูมิภาคค่อนข้างมาก ซึ่งเฉพาะในประเทศไทยมีการไหลเข้ามาในช่วงปลายปีที่ผ่านมาในปริมาณมาก โดยค่อนข้างชัดเจนว่านักลงทุนต่างชาติมีส่วนในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นในภูมิภาค
“ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยได้แก่ เงินทุนไหลเข้า ขณะที่ปัจจัยฉุดคือเรื่องของการเมืองที่มีความผันผวน แต่ต้องเรียนว่าเป็นการสำรวจก่อนที่จะมีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ” นายคเณศ กล่าวและว่า
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ,ไอซีที และพลังงาน ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับความสนใจ ได้แก่ กลุ่มแฟชั่น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทำการสำรวจจากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 1,500 บริษัทมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.33 จุด ส่วนดัชนีผู้บริโภคที่สำรวจจากผู้บริโภคทั่วไปทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 1.35 จุด ด้านดัชนีภาคอุตสาหกรรมจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เพิ่มขึ้น 1.1 จุด ยกเว้นดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนของตลาดทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 23 จุด ซึ่งค่อนข้างมีนัยยะสำคัญเป็นอย่างมาก
นายคเณศ กล่าวต่อไปอีกว่า ประเทศไทยได้เข้ามากลุ่มประเทศที่มีความน่าสนใจในการเข้ามาลงทุนในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศ จากเดิมเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ติดอันดับการได้รับความน่าสนใจ โดยปีนี้ได้เข้ามาอยู่ในลำดับที่ 21 ของโลก
นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.31% โดยถือว่าอยู่ในระดับที่ร้อนแรง (Bullish) ซึ่งถือว่าเป็นความร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 20 เดือนตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจ โดยดัชนีอยู่ในระดับที่ 128.81 ส่วนดัชนีรายกลุ่มนั้น นักลงทุนรายกลุ่มยังอยู่ในระดับที่ทรงตัว แต่มีการปรับตัวขึ้นประมาณ 10% ขณะที่กลุ่มสถาบันในประเทศมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูงประมาณ 36% ไปอยู่ที่ระดับ 136 จุด โดยเป็นระดับที่ร้อนแรง
ทั้งนี้ ในส่วนของนักลงทุนสถาบันต่างประเทศมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 71.43% มาอยู่ที่ระดับ 171.43 จุด จากเดิมที่อยู่ที่ระดับ 100 จุด โดยถือเป็นระดับที่สูงสุดตั้งแต่เคยสำรวจมา ด้านเงินทุนจากต่างประเทศมีการไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของปริมาณการซื้อขายในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีมูลค่าถึง 2.69 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นปริมาณที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ตั้งแต่ในช่วงปี 55-59 มีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาในภูมิภาคค่อนข้างมาก ซึ่งเฉพาะในประเทศไทยมีการไหลเข้ามาในช่วงปลายปีที่ผ่านมาในปริมาณมาก โดยค่อนข้างชัดเจนว่านักลงทุนต่างชาติมีส่วนในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นในภูมิภาค
“ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยได้แก่ เงินทุนไหลเข้า ขณะที่ปัจจัยฉุดคือเรื่องของการเมืองที่มีความผันผวน แต่ต้องเรียนว่าเป็นการสำรวจก่อนที่จะมีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ” นายคเณศ กล่าวและว่า
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ,ไอซีที และพลังงาน ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับความสนใจ ได้แก่ กลุ่มแฟชั่น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทำการสำรวจจากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 1,500 บริษัทมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.33 จุด ส่วนดัชนีผู้บริโภคที่สำรวจจากผู้บริโภคทั่วไปทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 1.35 จุด ด้านดัชนีภาคอุตสาหกรรมจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เพิ่มขึ้น 1.1 จุด ยกเว้นดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนของตลาดทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 23 จุด ซึ่งค่อนข้างมีนัยยะสำคัญเป็นอย่างมาก
นายคเณศ กล่าวต่อไปอีกว่า ประเทศไทยได้เข้ามากลุ่มประเทศที่มีความน่าสนใจในการเข้ามาลงทุนในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศ จากเดิมเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ติดอันดับการได้รับความน่าสนใจ โดยปีนี้ได้เข้ามาอยู่ในลำดับที่ 21 ของโลก






