
รมว.กระทรวงการคลังมอบนโยบายข้าราชการ20จังหวัดภาคอีสาน
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาโครงการ CCO-MOF สัญจร อุดรธานี เพื่อมอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงานให้แก่ข้าราชการกระทรวงการคลังในส่วนภูมิภาคจาก 20 จังหวัดพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ จังหวัดอุดรธานี พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ณ จังหวัดหนองคาย เพื่อเร่งส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในระดับฐานรากและกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจในภูมิภาคได้อย่างครอบคลุมมั่นคงและยั่งยืน ส่งผลต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในวันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม 2559
ในช่วงการเปิดสัมมนาโครงการCCO-MOF สัญจร อุดรธานี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังและข้าราชการกระทรวงการคลังในส่วนภูมิภาคจาก 20 จังหวัดพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดสกลนคร จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี โดยกล่าวว่า กระทรวงการคลังมีหน้าที่สำคัญในการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำ
การรักษาความยั่งยืนทางการคลัง และการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาลและในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามพันธกิจนั้น ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกระทรวงการคลังเป็นปัจจัยและกลไกสำคัญ จึงมุ่งหวังให้ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกระทรวงการคลังทุกคนต้องปรับบทบาทหน้าที่ของตนเพื่อให้ทันและเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันเน้นการให้คำแนะนำ การให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ยึดหลักตั้งมั่นและแน่วแน่ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องมีธรรมาภิบาล ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังได้เร่งเดินหน้าดำเนินการทำองค์กรให้เป็น “กระทรวงการคลังคุณธรรม
ภายหลังเสร็จสิ้นการมอบนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมพื้นที่การดำเนินงานตามโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรหนองคายและลานตรวจสินค้าแห่งใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างประกอบ 1 แห่ง บนพื้นที่40 ไร่ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมืองหนองคาย โดยโครงการก่อสร้างดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบประมาณจากโครงการบูรณาการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ประจำปีงบประมาณ2559 – 2561 วงเงินงบประมาณ 274,473,000 บาทและเมื่อดำเนินการก่อสร้างตามโครงการฯ แล้วเสร็จ จะช่วยลดการจราจรที่แออัด เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติหน้าที่ และเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาเข้ารับการบริการอีกทั้งยังจะสามารถเพิ่มรายได้ในการจัดเก็บอีกทางหนึ่งด้วย และเดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่และแนวทางการดำเนินงานของลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อตามโครงการสินเชื่อ1 ตำบล 1SME เกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย ณ ศูนย์ให้ความรู้
นอกจากนี้ ตามโครงการCCO-MOFสัญจร อุดรธานีฯ ยังจัดเวทีการเสวนา “กระทรวงการคลัง นวัตกรรมสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยมีผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลงจาก9หน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนาทั้งนี้ กระทรวงการคลัง จะเน้นการสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในทุกหน่วยงานราชการในสังกัดไม่ว่าจะเป็นการนำเอาเทคโนโลยี หรือเทคนิควิธีการต่าง ๆ มาปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิผล โดยข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกระทรวงการคลังทุกคนต้องหมั่นพัฒนาตนอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถปรับตัวพร้อมก้าวทันและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต
ในช่วงการเปิดสัมมนาโครงการCCO-MOF สัญจร อุดรธานี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังและข้าราชการกระทรวงการคลังในส่วนภูมิภาคจาก 20 จังหวัดพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดสกลนคร จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี โดยกล่าวว่า กระทรวงการคลังมีหน้าที่สำคัญในการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำ
การรักษาความยั่งยืนทางการคลัง และการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาลและในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามพันธกิจนั้น ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกระทรวงการคลังเป็นปัจจัยและกลไกสำคัญ จึงมุ่งหวังให้ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกระทรวงการคลังทุกคนต้องปรับบทบาทหน้าที่ของตนเพื่อให้ทันและเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันเน้นการให้คำแนะนำ การให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ยึดหลักตั้งมั่นและแน่วแน่ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องมีธรรมาภิบาล ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังได้เร่งเดินหน้าดำเนินการทำองค์กรให้เป็น “กระทรวงการคลังคุณธรรม
ภายหลังเสร็จสิ้นการมอบนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมพื้นที่การดำเนินงานตามโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรหนองคายและลานตรวจสินค้าแห่งใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างประกอบ 1 แห่ง บนพื้นที่40 ไร่ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมืองหนองคาย โดยโครงการก่อสร้างดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบประมาณจากโครงการบูรณาการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ประจำปีงบประมาณ2559 – 2561 วงเงินงบประมาณ 274,473,000 บาทและเมื่อดำเนินการก่อสร้างตามโครงการฯ แล้วเสร็จ จะช่วยลดการจราจรที่แออัด เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติหน้าที่ และเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาเข้ารับการบริการอีกทั้งยังจะสามารถเพิ่มรายได้ในการจัดเก็บอีกทางหนึ่งด้วย และเดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่และแนวทางการดำเนินงานของลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อตามโครงการสินเชื่อ1 ตำบล 1SME เกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย ณ ศูนย์ให้ความรู้
นอกจากนี้ ตามโครงการCCO-MOFสัญจร อุดรธานีฯ ยังจัดเวทีการเสวนา “กระทรวงการคลัง นวัตกรรมสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยมีผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลงจาก9หน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนาทั้งนี้ กระทรวงการคลัง จะเน้นการสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในทุกหน่วยงานราชการในสังกัดไม่ว่าจะเป็นการนำเอาเทคโนโลยี หรือเทคนิควิธีการต่าง ๆ มาปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิผล โดยข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกระทรวงการคลังทุกคนต้องหมั่นพัฒนาตนอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถปรับตัวพร้อมก้าวทันและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต






