
ประธานกรรมการ นบข.เห็นชอบขายข้าวให้ผู้ชนะประมูลฯค่ากว่า 326 ล้านบาท
ประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไปและเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 ให้แก่ผู้ชนะการประมูล 4 ราย จำนวน 9 คลัง ปริมาณ 45,459 ตัน คิดเป็นมูลค่า 326.61 ล้านบาท
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐได้มีการพิจารณาผลการยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไปและเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด จำนวน 18 ราย ใน 78 คลัง ปริมาณ 976,291.52 ตัน คณะทำงานฯ ได้นำเสนอประธานกรรมการ นบข. พิจารณาให้ความเห็นชอบการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไปและเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 แก่ผู้เสนอซื้อสูงสุดที่ผ่านเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำตามที่ นบข. กำหนด จำนวน 4 ราย ใน 9 คลัง ปริมาณ 45,458.99 ตัน คิดเป็นมูลค่าเสนอซื้อ 326.61 ล้านบาท โดยในส่วนของข้าวเกรด.C. ข้าวผิดไปจากมาตรฐาน และข้าวผิดชนิด ได้มอบหมาย อคส. และ อ.ต.ก. ดำเนินมาตรการควบคุมการนำข้าวดังกล่าวนี้เข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่อาหารคน เพื่อมิให้ข้าวดังกล่าวออกมาปะปนกับข้าวในตลาดต่อไป
นอกจากนี้ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจตกลงขายข้าวเฉพาะที่ราคาผ่านเกณฑ์เพียง 45,459 ตัน คิดเป็นร้อยละ 2.79 ของการออกประกาศขาย 1.6 ล้านตัน เพราะไม่ต้องการให้การระบายข้าวของรัฐกระทบต่อราคาข้าวในตลาด และเป็นการส่งสัญญาณว่าผู้ที่มากดราคาซื้อจะไม่ได้ข้าวไปใช้ แม้รัฐจะต้องรับภาระต่อไปก็เป็นความจำเป็น เพราะผลกระทบของการระบายข้าวในราคาต่ำกว่าเกณฑ์จะกระทบต่อตลาดโดยไม่สามารถประเมินค่าได้ และในวันนี้คณะทำงานฯ จะมีการประชุมเจรจาต่อรองราคากับ ผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด สำหรับการจำหน่ายข้าวให้กับภาคเอกชนที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเพื่อส่งออกต่างประเทศ ครั้งที่ 1/2559 จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย บจก.เอช เอช แอล อินเตอร์เทรด บจก.กรุงไทยพืชผล บจก.ธนสรรไรซ์ บจก. แสงฟ้าอะกริโปรดักส์ บจก.แคปปิตัลซีเรียลส์ บจก.พงษ์ลาภ และบจก.ไทย แกรนลักซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ไรซ์ โดยคาดว่าจะได้ผลสรุปการต่อรองราคาสุดท้ายนำเสนอประธานฯ นบข. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการจำหน่ายตามขั้นตอนต่อไป
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐได้มีการพิจารณาผลการยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไปและเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด จำนวน 18 ราย ใน 78 คลัง ปริมาณ 976,291.52 ตัน คณะทำงานฯ ได้นำเสนอประธานกรรมการ นบข. พิจารณาให้ความเห็นชอบการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไปและเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 แก่ผู้เสนอซื้อสูงสุดที่ผ่านเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำตามที่ นบข. กำหนด จำนวน 4 ราย ใน 9 คลัง ปริมาณ 45,458.99 ตัน คิดเป็นมูลค่าเสนอซื้อ 326.61 ล้านบาท โดยในส่วนของข้าวเกรด.C. ข้าวผิดไปจากมาตรฐาน และข้าวผิดชนิด ได้มอบหมาย อคส. และ อ.ต.ก. ดำเนินมาตรการควบคุมการนำข้าวดังกล่าวนี้เข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่อาหารคน เพื่อมิให้ข้าวดังกล่าวออกมาปะปนกับข้าวในตลาดต่อไป
นอกจากนี้ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจตกลงขายข้าวเฉพาะที่ราคาผ่านเกณฑ์เพียง 45,459 ตัน คิดเป็นร้อยละ 2.79 ของการออกประกาศขาย 1.6 ล้านตัน เพราะไม่ต้องการให้การระบายข้าวของรัฐกระทบต่อราคาข้าวในตลาด และเป็นการส่งสัญญาณว่าผู้ที่มากดราคาซื้อจะไม่ได้ข้าวไปใช้ แม้รัฐจะต้องรับภาระต่อไปก็เป็นความจำเป็น เพราะผลกระทบของการระบายข้าวในราคาต่ำกว่าเกณฑ์จะกระทบต่อตลาดโดยไม่สามารถประเมินค่าได้ และในวันนี้คณะทำงานฯ จะมีการประชุมเจรจาต่อรองราคากับ ผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด สำหรับการจำหน่ายข้าวให้กับภาคเอกชนที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเพื่อส่งออกต่างประเทศ ครั้งที่ 1/2559 จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย บจก.เอช เอช แอล อินเตอร์เทรด บจก.กรุงไทยพืชผล บจก.ธนสรรไรซ์ บจก. แสงฟ้าอะกริโปรดักส์ บจก.แคปปิตัลซีเรียลส์ บจก.พงษ์ลาภ และบจก.ไทย แกรนลักซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ไรซ์ โดยคาดว่าจะได้ผลสรุปการต่อรองราคาสุดท้ายนำเสนอประธานฯ นบข. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการจำหน่ายตามขั้นตอนต่อไป






