thansettakij
thansettakij
นายกฯใช้ ม. 44 แก้ปัญหาความล่าช้ากรณีหาผู้เดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สั่งเร่งหาผู้ดำเนินการภายใน 30 วัน

นายกฯใช้ ม. 44 แก้ปัญหาความล่าช้ากรณีหาผู้เดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สั่งเร่งหาผู้ดำเนินการภายใน 30 วัน

21 ก.ค. 59 | 11:00 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 59 | 10:56 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(21 ก.ค.59) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่ 42/2559 เรื่อง การดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โดยที่การจัดระบบการขนส่งสาธารณะเป็นเรื่องสําคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และเป็นการอํานวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน แต่เนื่องจากการจัดระบบการขนส่งสาธารณะโดยรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในปัจจุบันยังมีปัญหาการเชื่อมต่อและร่วมใช้ระบบรถไฟฟ้า การพิจารณา คัดเลือกเอกชน และการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้มีการเดินรถแบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน ดังนั้นหัวหน้าคสช.อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 จึงมีคําสั่งให้คณะกรรมการคัดเลือกยุติการดําเนินการใดๆ ที่อยู่ระหว่างดําเนินการ และ ให้ดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินตามที่กําหนด โดยให้คณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กําหนดหลักเกณฑ์ การแบ่งปันผลประโยชน์จากค่าโดยสาร รวมถึงหลักเกณฑ์อื่นเพื่อประโยชน์ในการเชื่อมต่อหรือร่วมใช้กิจการรถไฟฟ้า

โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว ต้องคํานึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บริการของประชาชน ทั้งนี้ให้รับฟังความเห็นของกระทรวงคมนาคม สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต โดยดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้เสนอหลักเกณฑ์พร้อมทั้งความเห็นของหน่วยงานดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหลักเกณฑ์ และให้คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกํากับดูแลประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาการดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในส่วนของงานระบบรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล และโครงการส่วนต่อขยายให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์
ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการดําเนินการจนได้ข้อยุติแล้ว ให้เจรจาร่วมกันกับผู้รับสัมปทาน เดินรถฯ และดําเนินการให้มีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลกับผู้รับสัมปทานดังกล่าว โดยให้ดําเนินการเจรจาและแก้ไขสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ครบกําหนดเวลา และในกรณีที่ไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดให้กระทรวงคมนาคมรายงานผลไปยังนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีอาจพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปได้อีกตามที่เห็นสมควร ซึ่งในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกํากับดูแลไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาและนายกรัฐมนตรีไม่อนุมัติให้มีการขยายระยะเวลาออกไป หรือในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกํากับดูแลไม่สามารถหาข้อยุติได้ ให้ยุติการดําเนินการดังกล่าวและให้กระทรวงคมนาคมรายงานผลการดําเนินการไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา และหากครม.พิจารณารายงานแล้วมีมติเห็นควรให้ดําเนินโครงการต่อไป ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการดําเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการ สศช. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อัยการสูงสุด และผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เป็นกรรมการ และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อทําหน้าที่แทน โดยดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ครม.มีมติ และให้รับฟังความเห็นของคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต หากยังดําเนินการไม่ได้ข้อยุติ ให้เสนอแนวทางอื่นในการดําเนินการต่อครม.ต่อไป จนได้ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนแล้ว โดยให้สํานักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการเจรจากับเอกชนหรือผู้รับสัมปทานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาดังกล่าว ซึ่งผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งนี้ที่ได้กระทําการไปตามอํานาจหน้าที่โดยสุจริต และไม่เกินสมควรแก่เหตุย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 17 ก.ค. 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ