
สบส. –ตำรวจ บุกจับสปานางฟ้าพริตตี้ ย่านสีลม
บ่ายวันนี้ (15 ก.ค.2559) นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ, เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และพันตำรวจเอกอัครวุฒ ธานีรัตน์ ผู้กำกับสถานีตำรวจทุ่งมหาเมฆ บุกจับสถานประกอบการ ชื่อร้าน ดิแองเจิล อโรมา พริตตี้สปา แอดสีลม (The Angel aroma pretty spa @ Silom) ซึ่งอยู่บนถนนสีลม แยกซอยนราธิวาส 3 แขวงสีลม เขตบางรัก กทม.
จากการตรวจสอบเบื้องต้นสถานที่ดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ดัดแปลงเป็นสถานประกอบการสปา และนวด มีห้องนวด 12 ห้อง ชั้นบนมีห้องบริการ 6 ห้อง โดยมีนางสาวศิริพาณิช อินตา อายุ 31 ปี เป็นผู้จัดการ ดำเนินการโดยไม่มีใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจากกระทรวงสาธารณสุข เปิดมาแล้วประมาณ 3 ปี มีบริการนวดอโรมา นวดเจล นวดน้ำมัน และนวดตัวต่อตัว มีป้ายร้านภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น พร้อมป้ายโฆษณาภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่นเสนอบริการพิเศษหากมานวด 3 คน ฟรี 1 คน และหากนวด 2 คน คนที่ 3 ลด 50 เปอร์เซ็นต์ อัตราค่าบริการมีตั้งแต่ 1,000 – 1,600 บาท เปิดให้บริการเวลา 11.00 – 05.00 น. มีผู้ให้บริการหมุนเวียนไม่ประจำ 10 คน ลักษณะการแต่งตัวล่อแหลม และไม่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ให้บริการสปา หรือนวดเพื่อสุขภาพ แต่ดำเนินกิจการให้บริการนวดที่มีบริการแอบแฝง จึงไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาเปิดบริการโดยมิได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรม สบส.ได้แจ้งให้เจ้าของกิจการปลดป้ายชื่อร้านออก เพื่อไม่ให้สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน และปิดกิจการทันที
นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าวว่า ก่อนที่ พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 กันยายน 2559 นี้ กรม สบส.จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจเข้ม คัดกรองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทุกแห่งให้เหลือแต่เฉพาะสถานประกอบการน้ำดีที่ปฏิบัติได้มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2551 ที่ออกตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 และกำจัดสถานประกอบการที่แฝงบริการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สปา นวดทุกประเภทให้หมดไปจากริมถนน ซอกซอย แหล่งบันเทิง ย่านการค้า ทั่วประเทศ โดยมอบหมายสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ ร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ร่วมตรวจตราควบคู่กัน เพื่อแยกให้ชัดเจนว่าเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือสถานบริการทั่วไป เพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยให้ประชาชนทั้งไทยและเทศใช้บริการได้อย่างมั่นใจ และได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง
สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ขึ้นทะเบียนกับกรม สบส. ทั้ง 3 ประเภท ประกอบด้วย สปา นวดเพื่อสุขภาพ และนวดเพื่อเสริมความงามตามประกาศกระทรวงฯ พ.ศ. 2551 ต้องไม่มีบริการอื่นใดๆแอบแฝง โดยเฉพาะบริการทางเพศ ห้ามให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือผู้มึนเมา และจะต้องมีเวลาปิดเปิดชัดเจน คือ สปาและนวดเพื่อสุขภาพ กำหนดเวลา 08.00 – 24.00 น. ส่วนนวดเพื่อเสริมความงาม กำหนดเวลา 06.00 – 22.00 น. เท่านั้น ผู้ให้บริการทั้งชาย-หญิงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และมีความรู้ได้รับประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาที่กรม สบส.ให้การรับรอง มีระบบความปลอดภัย ชุดปฐมพยาบาลพร้อมใช้งานตลอดเวลาให้บริการเพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้รับบริการ
นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า สถานประกอบการเพื่อสุขภาพจะต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ สถานที่ ผู้ดำเนินการ ผู้ให้บริการ การบริการ และความปลอดภัย หากพบว่าแห่งใดตกเกณฑ์มาตรฐาน กรม สบส.จะลงโทษสถานหนัก คือ เพิกถอนใบรับรองมาตรฐาน และให้งดใช้เครื่องหมายสัญลักษณ์ “มาตรฐาน สบส.” ทันที และไม่สามารถยื่นขออนุญาตประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 เป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ประกอบกิจการ ประการสำคัญหากเคยได้รับโทษจากความผิดการค้าประเวณี ค้ามนุษย์ จะไม่มีสิทธิ์ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการ และผู้ดำเนินการตลอดชีพ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นสถานที่ดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ดัดแปลงเป็นสถานประกอบการสปา และนวด มีห้องนวด 12 ห้อง ชั้นบนมีห้องบริการ 6 ห้อง โดยมีนางสาวศิริพาณิช อินตา อายุ 31 ปี เป็นผู้จัดการ ดำเนินการโดยไม่มีใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจากกระทรวงสาธารณสุข เปิดมาแล้วประมาณ 3 ปี มีบริการนวดอโรมา นวดเจล นวดน้ำมัน และนวดตัวต่อตัว มีป้ายร้านภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น พร้อมป้ายโฆษณาภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่นเสนอบริการพิเศษหากมานวด 3 คน ฟรี 1 คน และหากนวด 2 คน คนที่ 3 ลด 50 เปอร์เซ็นต์ อัตราค่าบริการมีตั้งแต่ 1,000 – 1,600 บาท เปิดให้บริการเวลา 11.00 – 05.00 น. มีผู้ให้บริการหมุนเวียนไม่ประจำ 10 คน ลักษณะการแต่งตัวล่อแหลม และไม่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ให้บริการสปา หรือนวดเพื่อสุขภาพ แต่ดำเนินกิจการให้บริการนวดที่มีบริการแอบแฝง จึงไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาเปิดบริการโดยมิได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรม สบส.ได้แจ้งให้เจ้าของกิจการปลดป้ายชื่อร้านออก เพื่อไม่ให้สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน และปิดกิจการทันที
นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าวว่า ก่อนที่ พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 กันยายน 2559 นี้ กรม สบส.จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจเข้ม คัดกรองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทุกแห่งให้เหลือแต่เฉพาะสถานประกอบการน้ำดีที่ปฏิบัติได้มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2551 ที่ออกตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 และกำจัดสถานประกอบการที่แฝงบริการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สปา นวดทุกประเภทให้หมดไปจากริมถนน ซอกซอย แหล่งบันเทิง ย่านการค้า ทั่วประเทศ โดยมอบหมายสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ ร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ร่วมตรวจตราควบคู่กัน เพื่อแยกให้ชัดเจนว่าเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือสถานบริการทั่วไป เพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยให้ประชาชนทั้งไทยและเทศใช้บริการได้อย่างมั่นใจ และได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง
สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ขึ้นทะเบียนกับกรม สบส. ทั้ง 3 ประเภท ประกอบด้วย สปา นวดเพื่อสุขภาพ และนวดเพื่อเสริมความงามตามประกาศกระทรวงฯ พ.ศ. 2551 ต้องไม่มีบริการอื่นใดๆแอบแฝง โดยเฉพาะบริการทางเพศ ห้ามให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือผู้มึนเมา และจะต้องมีเวลาปิดเปิดชัดเจน คือ สปาและนวดเพื่อสุขภาพ กำหนดเวลา 08.00 – 24.00 น. ส่วนนวดเพื่อเสริมความงาม กำหนดเวลา 06.00 – 22.00 น. เท่านั้น ผู้ให้บริการทั้งชาย-หญิงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และมีความรู้ได้รับประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาที่กรม สบส.ให้การรับรอง มีระบบความปลอดภัย ชุดปฐมพยาบาลพร้อมใช้งานตลอดเวลาให้บริการเพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้รับบริการ
นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า สถานประกอบการเพื่อสุขภาพจะต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ สถานที่ ผู้ดำเนินการ ผู้ให้บริการ การบริการ และความปลอดภัย หากพบว่าแห่งใดตกเกณฑ์มาตรฐาน กรม สบส.จะลงโทษสถานหนัก คือ เพิกถอนใบรับรองมาตรฐาน และให้งดใช้เครื่องหมายสัญลักษณ์ “มาตรฐาน สบส.” ทันที และไม่สามารถยื่นขออนุญาตประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 เป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ประกอบกิจการ ประการสำคัญหากเคยได้รับโทษจากความผิดการค้าประเวณี ค้ามนุษย์ จะไม่มีสิทธิ์ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการ และผู้ดำเนินการตลอดชีพ






