thansettakij
thansettakij
ศาลปกครองไม่รับคำฟ้องคดีเกี่ยวกับการประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติและคดีเกี่ยวกับการเผยแพร่ ร่าง รธน. ต่อสาธารณชน

ศาลปกครองไม่รับคำฟ้องคดีเกี่ยวกับการประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติและคดีเกี่ยวกับการเผยแพร่ ร่าง รธน. ต่อสาธารณชน

14 ก.ค. 59 | 08:10 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ค. 59 | 14:26 น.
ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งในคดีที่นายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง รวม ๒ คดี ดังนี

๑. คดีที่นายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีได้มีประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙ อันเป็นวันก่อนที่จะมีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙  ซึ่งมีผลใช้บังคับในวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๙ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีกำหนดวันออกเสียงประชามติให้ถูกต้อง หากไม่สามารถดำเนินการได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการกำหนดวันออกเสียงประชามติไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้เงินที่จ่ายไปเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งตามคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.๑๕/๒๕๕๙ วินิจฉัยว่า คำขอของผู้ฟ้องคดี ที่ขอให้ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติในราชกิจจานุเบกษา เป็นการขอในเรื่องที่มีการดำเนินการไปแล้ว และการประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติในราชกิจจานุเบกษาก็โดยเจตนารมณ์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบกำหนดวันออกเสียงและไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติตามวันเวลาที่กำหนด แต่ไม่ปรากฏว่ากรณีดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีอย่างไร เช่น ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่ทราบวันออกเสียงประชามติ ไม่มีสิทธิออกเสียงหรือเสียหายต่อสิทธิอื่นใด อีกทั้งไม่ปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีละเลยไม่ดำเนินการตามหน้าที่ที่ต่อเนื่องจากการกำหนดวันออกเสียงประชามติซึ่งอาจส่งผลต่อประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงรวมทั้งผู้ฟ้องคดี ส่วนคำขอให้ชดใช้เงินที่จ่ายไปเกี่ยวกับการออกเสียงประชามตินั้น ผู้ฟ้องคดีไม่ได้แสดงถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีและไม่ได้มีคำขอให้ชดใช้เงินแก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดี ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา

๒. คดีที่นายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ ฟ้องประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต่อศาลปกครองกลางกรณีผู้ถูกฟ้องคดีนำร่างรัฐธรรมนูญออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยที่ยังไม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และกำหนดเวลาในการรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีแจ้งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญรายอื่น เพิกถอนร่างรัฐธรรมนูญ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่หลังจากมีการดำเนินการโดยถูกต้องแล้ว ให้ผู้ถูกฟ้องคดีกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น และให้ผู้ถูกฟ้องคดีและผู้เกี่ยวข้องในการร่างรัฐธรรมนูญ คืนเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับไปในระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญ

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ ๔๕๔/๒๕๕๙ วินิจฉัยว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญและหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญเท่านั้น มิใช่การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ อีกทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และกำหนดเวลาการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญโดยไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายอื่นอีก จึงมิใช่การกระทำทางปกครองหรือการใช้อำนาจทางปกครอง คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา