
กรมส่งเสริมสหกรณ์เช็คบิลคนแอบอ้างสหกรณ์เปิดรับสมาชิกในจังหวัดร้อยเอ็ด
กรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งตรวจสอบหาต้นตอกลุ่มบุคคลอ้างมาจากสหกรณ์ประชาสุขสันต์ จำกัด เชิญชวนชาวบ้านในอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ดสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ พร้อมจูงใจจะให้กู้เงินผ่านกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มีคนหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้ว 11 ราย ประสานหน่วยงานในพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อเกรงตกเป็นเหยื่อให้ผู้แสวงหาผลประโยชน์
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่รับผิดชอบดูแลสหกรณ์ในอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ดว่า มีกลุ่มบุคคลได้ชักชวนชาวบ้านในตำบลบ้านแจ้ง อำเภออาจสามารถ ให้มาสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ประชาสุขสันต์ จำกัด โดยเสียค่าสมัครรายละ 50 บาท พร้อมเสนอสิ่งจูงใจหากเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์แล้วจะสามารถขอกู้เงินโดยผ่านทางกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ ซึ่งมีคนหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกไปแล้ว 11 ราย เสียค่าใช้จ่ายรายละ 50 บาท แต่ไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้สมัครเก็บไว้เป็นหลักฐานแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบข้อมูลเอกสารในใบรับสมัครสมาชิกของสหกรณ์ประชาสุขสันต์ จำกัด ได้แจ้งที่ตั้งของสำนักงานเลขที่ 169/8-17 หมู่ 11 ถนนแสงชูโต กม.72 ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ดจึงได้ประสานให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดราชบุรี ตรวจสอบหลักฐานนิติบุคคลของสหกรณ์ประชาสุขสันต์ จำกัด ปรากฏว่าไม่เคยมีการขอจดทะเบียนสหกรณ์ดังกล่าวในสารบบ กรมฯจึงได้สั่งการให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ดไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภออาจสามารถ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และได้ทำหนังสือ และได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อรายงานข้อเท็จจริงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับทราบ พร้อมทั้งประสานงานกับนายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดร้อยเอ็ดให้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างสหกรณ์เพื่อเปิดรับชาวบ้านให้สมัครสมาชิก และขอความร่วมมือให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ และหากพบว่ายังมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวให้รีบแจ้งมายังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ดทันที เพื่อจะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไป
“ฝากเตือนไปยังประชาชนทุกพื้นที่อย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นตัวแทนของสหกรณ์มาให้บริการเปิดรับสมัครสมาชิก และเรียกรับเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสมัคร โดยไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่าจะโดยหลอก และอาจมีการแสวงหาผลประโยชน์ ทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำเช่นนี้อีก หากใครพบเห็นการกระทำดังกล่าวขอให้ประสานมายังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าผู้ที่มาเปิดรับสมัครสมาชิกนั้น มาจากสหกรณ์จริงหรือไม่ เพื่อจะได้มีการตรวจสอบข้อมูล และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบสหกรณ์เสียหายในวงกว้างต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่รับผิดชอบดูแลสหกรณ์ในอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ดว่า มีกลุ่มบุคคลได้ชักชวนชาวบ้านในตำบลบ้านแจ้ง อำเภออาจสามารถ ให้มาสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ประชาสุขสันต์ จำกัด โดยเสียค่าสมัครรายละ 50 บาท พร้อมเสนอสิ่งจูงใจหากเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์แล้วจะสามารถขอกู้เงินโดยผ่านทางกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ ซึ่งมีคนหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกไปแล้ว 11 ราย เสียค่าใช้จ่ายรายละ 50 บาท แต่ไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้สมัครเก็บไว้เป็นหลักฐานแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบข้อมูลเอกสารในใบรับสมัครสมาชิกของสหกรณ์ประชาสุขสันต์ จำกัด ได้แจ้งที่ตั้งของสำนักงานเลขที่ 169/8-17 หมู่ 11 ถนนแสงชูโต กม.72 ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ดจึงได้ประสานให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดราชบุรี ตรวจสอบหลักฐานนิติบุคคลของสหกรณ์ประชาสุขสันต์ จำกัด ปรากฏว่าไม่เคยมีการขอจดทะเบียนสหกรณ์ดังกล่าวในสารบบ กรมฯจึงได้สั่งการให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ดไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภออาจสามารถ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และได้ทำหนังสือ และได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อรายงานข้อเท็จจริงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับทราบ พร้อมทั้งประสานงานกับนายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดร้อยเอ็ดให้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างสหกรณ์เพื่อเปิดรับชาวบ้านให้สมัครสมาชิก และขอความร่วมมือให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ และหากพบว่ายังมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวให้รีบแจ้งมายังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ดทันที เพื่อจะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไป
“ฝากเตือนไปยังประชาชนทุกพื้นที่อย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นตัวแทนของสหกรณ์มาให้บริการเปิดรับสมัครสมาชิก และเรียกรับเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสมัคร โดยไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่าจะโดยหลอก และอาจมีการแสวงหาผลประโยชน์ ทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำเช่นนี้อีก หากใครพบเห็นการกระทำดังกล่าวขอให้ประสานมายังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าผู้ที่มาเปิดรับสมัครสมาชิกนั้น มาจากสหกรณ์จริงหรือไม่ เพื่อจะได้มีการตรวจสอบข้อมูล และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบสหกรณ์เสียหายในวงกว้างต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว






