thansettakij
thansettakij
กรมส่งเสริมสหกรณ์บุกตลาดข้าวเมืองเสิ่นหยางของจีน

กรมส่งเสริมสหกรณ์บุกตลาดข้าวเมืองเสิ่นหยางของจีน

08 ก.ค. 59 | 09:41 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ค. 59 | 16:02 น.
ดร.วิณะโรจน์  ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมด้วยตัวแทนสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำข้าวหอมมะลิคุณภาพดีจากพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ไปจัดแสดงและจำหน่ายในงานเทศกาลผลไม้และอาหารไทย ที่เมืองเสิ่นหยาง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง ร่วมกับสำนักงานวิเทศสัมพันธ์เมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง ได้จัดขึ้น ณ SHENYANG TIANDI  เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทย สินค้าและอาหารไทยให้เป็นที่รู้จัก โดยคาดหวังว่าเมืองเสิ่นหยางจะเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าไทยไปสู่เมืองอื่นๆ ในฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของจีน  ซึ่งเมืองเสิ่นหยางถือได้ว่าเป็นฐานอุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของจีน และประชาชนส่วนใหญ่นิยมบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก

ทั้งนี้ ภายในงานเทศกาลผลไม้และอาหารไทย มีการสาธิตวิธีทำอาหาร การแสดงวัฒนธรรมไทยและการจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการของไทย ซึ่งสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด ได้นำข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ของสหกรณ์ไปร่วมแสดงและจำหน่ายในงานดังกล่าว สามารถจำหน่ายได้ 330 กิโลกรัม ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคของชาวจีนส่วนใหญ่เป็นวันทำงานจนถึงสูงอายุ นิยมซื้อข้าวสารขนาดบรรจุถุง 1 กิโลกรัม และนิยมบริโภคข้าวหอมมะลิมากกว่าข้าวชนิดอื่นๆ ถึงแม้ว่าเมืองเสิ่นหยางจะเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และราคาข้าวหอมมะลิของไทยที่นำไปจำหน่ายจะสูงกว่าข้าวสารภายในประเทศ แต่ด้วยความมีชื่อเสียงของข้าวหอมมะลิไทย ทำให้สินค้าข้าวของไทยเป็นที่ชื่นชอบและนิยมของผู้บริโภคชาวจีน เนื่องจากข้าวไทยเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ แต่ข้าวหอมมะลิของไทยก็ยังมีวางจำหน่ายในเมืองเสิ่นหยางน้อยมาก จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสหกรณ์ผู้ผลิตข้าวหอมมะลิของไทยที่จะขยายช่องทางตลาดสินค้าข้าวหอมมะลิไปสู่เมืองเสิ่นหยางของจีน

“การเดินทางไปร่วมแสดงสินค้าในงานงานเทศกาลผลไม้และอาหารไทย ที่เมืองเสิ่นหยาง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนครั้งนี้ ช่วยเปิดประสบการณ์ให้กับผู้แทนสหกรณ์ ได้รับทราบรูปแบบการพัฒนาสินค้าข้าว บรรจุภัณฑ์และขนาดบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน และมองเห็นช่องทางการตลาดที่จะทำการค้ากับต่างประเทศ เบื้องต้นจะต้องพัฒนาเรื่องบรรจุภัณฑ์ การกำหนดวันผลิตและวันหมดอายุข้างถุงให้เป็นมาตรฐานสากล รวมถึงศึกษาเรื่องเงื่อนไขในการทำการค้าให้มีความรัดกุม สิ่งสำคัญคือเรื่องของภาษาในการติดต่อสื่อสารมีความจำเป็นในการทำธุรกิจ เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ควรฝึกอบรมทักษะด้านภาษาจีน เพื่อใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารและเรียนรู้ถึงเทคนิคการค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพความเป็นมืออาชีพในการทำธุรกิจกับต่างประเทศให้กับขบวนการสหกรณ์ และสามารถขยายช่องทางการจำหน่ายข้าวหอมมะลิของไทยไปยังตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว