
มุมมองตลาดหุ้น by Bualuang Securities
มุมมองตลาด
ตลาดหุ้นภูมิภาคปรับตัวขึ้นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ประจำเดือนมิ.ย. เห็นควรมีการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป ประเด็นสำคัญคือ 1.ความกังวลการเติบโตการจ้างงานในสหรัฐ 2.ผลกระทบจากการที่อังกฤษลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) 3.อัตราเงินเฟ้อที่เป้าหมาย 2.0% มอร์แกนสแตนเล่ย์คาดว่าเฟดอาจเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี 2017 และจะส่งผลในแง่ดีต่อการไหลเข้าของกระแสเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ปัจจัยสำคัญในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้คือการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) คาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพิ่มเติม และอาจกลายเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นส่งผลให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชีย ในมุมมองเชิงเทคนิคของเราคาดว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นจากปัจจัยดังต่อไปนี้:
1.ดัชนีทำจุดสูงสุดใหม่สอดคล้องกับสัญญาณบวกจากเครื่องมือทางเทคนิคหลายอย่างเกิดสัญญาณบวก ปรับตัวขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน
2.การปรับตัวขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมีและกลุ่มธนาคารได้มีการปรับตัวขึ้นตามตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง
3.ตลาดหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นได้จากสภาพคล่องการเงินสูงเนื่องจากปริมาณเงินที่ถูกอัดฉัดเข้ามาเพิ่มขึ้นจากธนาคารกลางทั่วโลก
4.ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ส่งสัญญาณปรับตัวขึ้น
สรุปแนวโน้มตลาด: เรายังมองแนวต้านบริเวณ 1480 จุด / แนวรับ 1450 จุด กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นเริ่มมีสัญญาณกลับตัวเป็นขึ้นและหุ้นที่ส่งสัญญาณแข็งแกร่งมากกว่าตลาด
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง
ตลาดหุ้นภูมิภาคปรับตัวขึ้นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ประจำเดือนมิ.ย. เห็นควรมีการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป ประเด็นสำคัญคือ 1.ความกังวลการเติบโตการจ้างงานในสหรัฐ 2.ผลกระทบจากการที่อังกฤษลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) 3.อัตราเงินเฟ้อที่เป้าหมาย 2.0% มอร์แกนสแตนเล่ย์คาดว่าเฟดอาจเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี 2017 และจะส่งผลในแง่ดีต่อการไหลเข้าของกระแสเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ปัจจัยสำคัญในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้คือการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) คาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพิ่มเติม และอาจกลายเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นส่งผลให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชีย ในมุมมองเชิงเทคนิคของเราคาดว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นจากปัจจัยดังต่อไปนี้:
1.ดัชนีทำจุดสูงสุดใหม่สอดคล้องกับสัญญาณบวกจากเครื่องมือทางเทคนิคหลายอย่างเกิดสัญญาณบวก ปรับตัวขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน
2.การปรับตัวขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมีและกลุ่มธนาคารได้มีการปรับตัวขึ้นตามตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง
3.ตลาดหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นได้จากสภาพคล่องการเงินสูงเนื่องจากปริมาณเงินที่ถูกอัดฉัดเข้ามาเพิ่มขึ้นจากธนาคารกลางทั่วโลก
4.ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ส่งสัญญาณปรับตัวขึ้น
สรุปแนวโน้มตลาด: เรายังมองแนวต้านบริเวณ 1480 จุด / แนวรับ 1450 จุด กลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นเริ่มมีสัญญาณกลับตัวเป็นขึ้นและหุ้นที่ส่งสัญญาณแข็งแกร่งมากกว่าตลาด
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง






