
ซิมเพนกวิน แนวคิดใหม่แบบ Eco จากค่ายเล็ก แต่ใจใหญ่
ในยุคที่ผู้คนหันมาใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จึงจำเป็นต้องพัฒนาโมเดลธุรกิจให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ซึ่ง บริษัท เดอะไวท์สเปซ จำกัด ก็กลายเป็นอีกหนึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เสมือน ที่เข้ามาสร้างจุดต่างในตลาดโทรคมนาคมไทยพร้อมกับซิมมือถือ ในชื่อว่า ‘เพนกวิน’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Eco Operator 'ตัวเล็ก ใจใหญ่'
[caption id="attachment_67353" align="aligncenter" width="377"]
คุณชัยยศ จิรบวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะไวท์สเปซ จำกัด[/caption]
คุณชัยยศ จิรบวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะไวท์สเปซ จำกัด ผู้ให้บริการ MVNO ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เล่าให้ฟังถึงโมเดลแนวคิดใหม่แบบ eco ของซิมเพนกวิน ว่า เป็นค่ายมือถือทางเลือกใหม่ต้นทุนต่ำที่ใช้เครือข่ายเดียวกันกับผู้ให้บริการรายอื่นที่มีเครือข่ายอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในการสร้างเครือข่ายใหม่ ซึ่งเป็นลักษณะธุรกิจแบบ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) แต่อาศัยเครือข่ายของผู้ให้บริการรายอื่น แล้วนำมาจำหน่ายต่อผ่านโปรโมชั่นและช่องทางการตลาดของตัวเอง
“ ถ้าสังเกตการใช้งานมือถือบ้านเราจะเห็นว่าผู้ประกอบการทุกรายนอกจากจะต้องมีความถี่ ที่ต้องใช้งานเป็นของตัวเองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมัยก่อนที่เป็น ระบบ 900 ระบบ 800 ระบบ 1800 จน มาถึงระบบ 2001 ของ 3 G และปัจจุบันก็เอาความถี่ 900 ความถี่ 1008 มาใช้งาน 4 G เพิ่มมากขึ้น ที่เรียกว่า re-farming ผู้ประกอบการพวกนี้นอกจากมีความถี่เองแล้ว ต้องมีการสร้างโครงข่ายของตัวเอง ต้องสร้างเสาสัญญาณ ต้องสร้างระบบไอที ต่างๆ มากมาย ก่อนที่จะผลิตออกมาเป็นซิม แล้วก็ทำโปรโมชั่น มาคิดค่าบริการต่างๆ ให้บริการต่างๆ ได้เต็มรูปแบบ โดยแต่ละบริษัทฯ ที่ทำธุรกิจ MVNO จะไม่มีเครือข่ายของตนเอง แบบค่ายมือถือรายใหญ่ แต่จะใช้เครือข่ายของ CAT หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) พัฒนาออกมาเป็นซิม ในโปรโมชั่นที่ให้บริการแก่ลูกค้า จึงไม่มีความแตกต่างกันมากหนัก ในแง่ของการใช้บริการของลูกค้า ”
คุณชัยยศบอกอีกว่า สำหรับการเช่าใช้สัญญาณของทาง กสท โทรคมนาคม ที่มีจำนวนกว่า 14,000 สถานีฐาน บนคลื่นความถี่ 850 MHz ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งข้อได้เปรียบของความถี่ต่ำ คือ เซลล์ไซส์พื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณต่อหนึ่งเซลล์ไซส์ จะไปได้กว้างกว่าความถี่สูง ดังนั้น ลักษณะของการครอบคลุมพื้นที่ของสัญญาณก็ควบคุมได้ทั่วประเทศ และเชื่อว่าโครงข่าย 3 G ของ กสท บนความถี่ 850 MHz เป็นหนึ่งในโครงข่าย 3G ที่ดีที่สุดในประเทศ ที่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ ที่มีการใช้งานจริงๆ
ในขณะเดียวกันก็เลือกให้บริการที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น แต่เน้นให้ความสำคัญกับคุณภาพการใช้งาน จึงสามารถให้บริการได้ในอัตราที่คุ้มค่าแก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเช่นเดียวกับแนวคิดแบบ Eco-car หรือ สายการบินประเภท low cost โดยได้ออกซิมเติมเงินใหม่ “เพนกวิน” ที่ให้บริการได้ทั้งเสียงและอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายของ บมจ. กสท โทรคมนาคม
และอีกความง่ายของ “ซิมเพนกวิน” คือ ให้บริการเฉพาะระบบเติมเงิน ภายใต้คอนเซ็ปต์แบบ Eco Operator ในซิมจะมีโปรโมชั่นเพียงรูปแบบเดียว ไม่ต้องสมัครแพคเกจใช้งานเพิ่มเติม ที่ไม่ว่าจะเป็นค่าโทร.วินาทีละ 1 สตางค์ อินเทอร์เน็ต MB ละ 25 สตางค์ (4 MB 1 บาท) ถ้ามีการใช้งานต่อวันเกิน จะคิดอัตราเหมาจ่ายวันละ 20 บาททันที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเสียค่าบริการเพิ่มเติมเกินความจำเป็น สำหรับกลุ่มลูกค้าจึงเน้นไปที่กลุ่ม “แมส” ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษา พนักงานโรงงาน วินมอเตอร์ไซค์ รวมถึงผู้ใช้งานสูงอายุ
โดยช่องทางการขาย “ซิมเพนกวิน” คือ ร้านค้ามือถือทั่วประเทศ ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงออนไลน์ สามารถเติมเงินได้ง่ายๆ ที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านมือถือทั่วไป ตู้เติมเงินหลากหลาย เช่น ตู้บุญเติม ตู้ซิงเกอร์ ตู้ฟิลท้อป ตู้กระปุก รวมถึงเติมเงินผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ เช่น AirPay, WePay และอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อซิมได้ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและลงทะเบียน ณ จุดขาย ได้อย่างสะดวก
[caption id="attachment_67353" align="aligncenter" width="377"]
คุณชัยยศ จิรบวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะไวท์สเปซ จำกัด ผู้ให้บริการ MVNO ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เล่าให้ฟังถึงโมเดลแนวคิดใหม่แบบ eco ของซิมเพนกวิน ว่า เป็นค่ายมือถือทางเลือกใหม่ต้นทุนต่ำที่ใช้เครือข่ายเดียวกันกับผู้ให้บริการรายอื่นที่มีเครือข่ายอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในการสร้างเครือข่ายใหม่ ซึ่งเป็นลักษณะธุรกิจแบบ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) แต่อาศัยเครือข่ายของผู้ให้บริการรายอื่น แล้วนำมาจำหน่ายต่อผ่านโปรโมชั่นและช่องทางการตลาดของตัวเอง
“ ถ้าสังเกตการใช้งานมือถือบ้านเราจะเห็นว่าผู้ประกอบการทุกรายนอกจากจะต้องมีความถี่ ที่ต้องใช้งานเป็นของตัวเองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมัยก่อนที่เป็น ระบบ 900 ระบบ 800 ระบบ 1800 จน มาถึงระบบ 2001 ของ 3 G และปัจจุบันก็เอาความถี่ 900 ความถี่ 1008 มาใช้งาน 4 G เพิ่มมากขึ้น ที่เรียกว่า re-farming ผู้ประกอบการพวกนี้นอกจากมีความถี่เองแล้ว ต้องมีการสร้างโครงข่ายของตัวเอง ต้องสร้างเสาสัญญาณ ต้องสร้างระบบไอที ต่างๆ มากมาย ก่อนที่จะผลิตออกมาเป็นซิม แล้วก็ทำโปรโมชั่น มาคิดค่าบริการต่างๆ ให้บริการต่างๆ ได้เต็มรูปแบบ โดยแต่ละบริษัทฯ ที่ทำธุรกิจ MVNO จะไม่มีเครือข่ายของตนเอง แบบค่ายมือถือรายใหญ่ แต่จะใช้เครือข่ายของ CAT หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) พัฒนาออกมาเป็นซิม ในโปรโมชั่นที่ให้บริการแก่ลูกค้า จึงไม่มีความแตกต่างกันมากหนัก ในแง่ของการใช้บริการของลูกค้า ”
คุณชัยยศบอกอีกว่า สำหรับการเช่าใช้สัญญาณของทาง กสท โทรคมนาคม ที่มีจำนวนกว่า 14,000 สถานีฐาน บนคลื่นความถี่ 850 MHz ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งข้อได้เปรียบของความถี่ต่ำ คือ เซลล์ไซส์พื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณต่อหนึ่งเซลล์ไซส์ จะไปได้กว้างกว่าความถี่สูง ดังนั้น ลักษณะของการครอบคลุมพื้นที่ของสัญญาณก็ควบคุมได้ทั่วประเทศ และเชื่อว่าโครงข่าย 3 G ของ กสท บนความถี่ 850 MHz เป็นหนึ่งในโครงข่าย 3G ที่ดีที่สุดในประเทศ ที่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ ที่มีการใช้งานจริงๆ
ในขณะเดียวกันก็เลือกให้บริการที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น แต่เน้นให้ความสำคัญกับคุณภาพการใช้งาน จึงสามารถให้บริการได้ในอัตราที่คุ้มค่าแก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเช่นเดียวกับแนวคิดแบบ Eco-car หรือ สายการบินประเภท low cost โดยได้ออกซิมเติมเงินใหม่ “เพนกวิน” ที่ให้บริการได้ทั้งเสียงและอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายของ บมจ. กสท โทรคมนาคม
และอีกความง่ายของ “ซิมเพนกวิน” คือ ให้บริการเฉพาะระบบเติมเงิน ภายใต้คอนเซ็ปต์แบบ Eco Operator ในซิมจะมีโปรโมชั่นเพียงรูปแบบเดียว ไม่ต้องสมัครแพคเกจใช้งานเพิ่มเติม ที่ไม่ว่าจะเป็นค่าโทร.วินาทีละ 1 สตางค์ อินเทอร์เน็ต MB ละ 25 สตางค์ (4 MB 1 บาท) ถ้ามีการใช้งานต่อวันเกิน จะคิดอัตราเหมาจ่ายวันละ 20 บาททันที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเสียค่าบริการเพิ่มเติมเกินความจำเป็น สำหรับกลุ่มลูกค้าจึงเน้นไปที่กลุ่ม “แมส” ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษา พนักงานโรงงาน วินมอเตอร์ไซค์ รวมถึงผู้ใช้งานสูงอายุ
โดยช่องทางการขาย “ซิมเพนกวิน” คือ ร้านค้ามือถือทั่วประเทศ ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงออนไลน์ สามารถเติมเงินได้ง่ายๆ ที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านมือถือทั่วไป ตู้เติมเงินหลากหลาย เช่น ตู้บุญเติม ตู้ซิงเกอร์ ตู้ฟิลท้อป ตู้กระปุก รวมถึงเติมเงินผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ เช่น AirPay, WePay และอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อซิมได้ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและลงทะเบียน ณ จุดขาย ได้อย่างสะดวก






