
ผสมผสาน ‘การตลาด 4.0’ ขับเคลื่อนครึ่งปีหลัง
ขณะที่แนวทางการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” กำลังแพร่กระจายภาคเอกชนผู้รับไม้ต่อ ต่างนำมาต่อยอดในการสร้างโอกาส ผนวกการใช้เป็นกลยุทธ์ในการทำตลาด โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังที่เรื่องของ “การตลาด 4.0” หรือ Marketech จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่น่าจับตามอง
โดยนายชำนาญ เมธปรีชากุลรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ มอลล์กรุ๊ป จำกัด ผู้กุมบังเหียนด้านการตลาดของ3 ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่อย่างเดอะ มอลล์,ดิ เอ็มดิสทริค และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กล่าวถึงบทบาทของการตลาดแบบ4.0 หรือ Marketech ว่า เป็นการนำเทคโนโลยีหรือโลกออนไลน์เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดมากขึ้น ดังที่เห็นในหลายธุรกิจซึ่งเริ่มต้นทำบ้างแล้ว แต่อีกหลายธุรกิจคงกำลังจับตามอง
เดอะ มอลล์ กรุ๊ปให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ด้วยรูปแบบธุรกิจการนำเทคโนโลยีมาใช้ทั้งหมด อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินไป ดังนั้นเบื้องต้นจะเน้นการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำตลาด จากเดิมที่เน้นการตลาดแบบออนกราวด์ (on ground) ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมต่างๆภายในพื้นที่ รวมถึงโปรโมชัน อีเวนต์ต่างๆ แต่การตลาดรูปแบบใหม่จะนำเรื่องของออนไลน์ (online) เข้ามามีส่วนร่วมด้วยเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ดังนั้นรูปแบบการตลาดของเดอะมอลล์ในครึ่งปีหลังจะเป็น “ออมนิ มาร์เก็ตติ้ง” ไม่ใช่ออนไลน์ หรือออนกราวด์ล้วนๆซึ่งจะทำให้มีความหลากหลาย และเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น โดยจะเป็นทั้งออนกราวด์ ทู ออนไลน์ และออนไลน์ ทู ออนกราวด์ ซึ่งในครึ่งปีหลังจะเห็นกลยุทธ์การตลาดนี้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี พฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าจะคำนึงถึงเรื่องของราคาเป็นหลัก ตามมาด้วยความสะดวกสบาย ดังนั้นการนำออนไลน์มาใช้ก็จะเป็นการเสริมธุรกิจหลัก (core business) ให้แข็งแกร่งขึ้น และใช้ออนไลน์ เป็นมาร์เก็ตเพลส
ขณะที่นายเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ปฯกล่าวว่า “ไทยแลนด์ 4.0” เป็นนโยบายในภาพกว้าง แต่ละองค์กรหรือหน่วยงานที่นำไปปฏิบัติต้องทำความเข้าใจใน DNAของ 4.0 โดยเฉพาะ “การแข่งขัน” ที่มี 2ระดับ คือ ระดับประเทศ และระดับโลกการเริ่มต้นจากผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ หรือเอสเอ็มอี เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยมีพี่เลี้ยงคอยให้การสนับสนุน
หลายธุรกิจที่มีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 เช่น ธุรกิจค้าปลีกไทยเพราะในปัจจุบันศูนย์การค้าไทยก้าวหน้าไปมาก และได้รับการยอมรับให้เป็น “อัลติเมตช้อปปิ้ง พาราไดซ์” รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารของไทย ก็มีความพร้อมในการยกระดับให้ไทยก้าวสู่เวทีโลก ขณะที่กระแสนิยมในอาหารเพื่อสุขภาพ เฮลต์คอนเซียส ล้วนกระตุ้นให้เศรษฐกิจคึกคัก และขับเคลื่อนให้ไทยก้าวสู่ความเป็นโกลบัลได้อย่างแน่นอน
ด้านนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) ยังแสดงความเห็นต่อเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือไทยแลนด์ 4.0ว่า สินค้าที่เหมาะสมน่าจะเป็นกลุ่มสินค้าไฮเทค หรือสินค้าไอที ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับสินค้าของเครือสหพัฒน์เท่าไรนัก แต่ที่ผ่านมาเครือสหพัฒน์ได้นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนากระบวนการผลิต พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องและทำมานานแล้ว อาทิ ผงซักฟอกสูตรเข้มข้น หรือการพัฒนาสูตรผงซักฟอกใหม่ๆ ออกมา เป็นต้น
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,171 วันที่ 3 - 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
โดยนายชำนาญ เมธปรีชากุลรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ มอลล์กรุ๊ป จำกัด ผู้กุมบังเหียนด้านการตลาดของ3 ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่อย่างเดอะ มอลล์,ดิ เอ็มดิสทริค และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กล่าวถึงบทบาทของการตลาดแบบ4.0 หรือ Marketech ว่า เป็นการนำเทคโนโลยีหรือโลกออนไลน์เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดมากขึ้น ดังที่เห็นในหลายธุรกิจซึ่งเริ่มต้นทำบ้างแล้ว แต่อีกหลายธุรกิจคงกำลังจับตามอง
เดอะ มอลล์ กรุ๊ปให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ด้วยรูปแบบธุรกิจการนำเทคโนโลยีมาใช้ทั้งหมด อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินไป ดังนั้นเบื้องต้นจะเน้นการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำตลาด จากเดิมที่เน้นการตลาดแบบออนกราวด์ (on ground) ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมต่างๆภายในพื้นที่ รวมถึงโปรโมชัน อีเวนต์ต่างๆ แต่การตลาดรูปแบบใหม่จะนำเรื่องของออนไลน์ (online) เข้ามามีส่วนร่วมด้วยเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ดังนั้นรูปแบบการตลาดของเดอะมอลล์ในครึ่งปีหลังจะเป็น “ออมนิ มาร์เก็ตติ้ง” ไม่ใช่ออนไลน์ หรือออนกราวด์ล้วนๆซึ่งจะทำให้มีความหลากหลาย และเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น โดยจะเป็นทั้งออนกราวด์ ทู ออนไลน์ และออนไลน์ ทู ออนกราวด์ ซึ่งในครึ่งปีหลังจะเห็นกลยุทธ์การตลาดนี้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี พฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าจะคำนึงถึงเรื่องของราคาเป็นหลัก ตามมาด้วยความสะดวกสบาย ดังนั้นการนำออนไลน์มาใช้ก็จะเป็นการเสริมธุรกิจหลัก (core business) ให้แข็งแกร่งขึ้น และใช้ออนไลน์ เป็นมาร์เก็ตเพลส
ขณะที่นายเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ปฯกล่าวว่า “ไทยแลนด์ 4.0” เป็นนโยบายในภาพกว้าง แต่ละองค์กรหรือหน่วยงานที่นำไปปฏิบัติต้องทำความเข้าใจใน DNAของ 4.0 โดยเฉพาะ “การแข่งขัน” ที่มี 2ระดับ คือ ระดับประเทศ และระดับโลกการเริ่มต้นจากผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ หรือเอสเอ็มอี เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยมีพี่เลี้ยงคอยให้การสนับสนุน
หลายธุรกิจที่มีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 เช่น ธุรกิจค้าปลีกไทยเพราะในปัจจุบันศูนย์การค้าไทยก้าวหน้าไปมาก และได้รับการยอมรับให้เป็น “อัลติเมตช้อปปิ้ง พาราไดซ์” รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารของไทย ก็มีความพร้อมในการยกระดับให้ไทยก้าวสู่เวทีโลก ขณะที่กระแสนิยมในอาหารเพื่อสุขภาพ เฮลต์คอนเซียส ล้วนกระตุ้นให้เศรษฐกิจคึกคัก และขับเคลื่อนให้ไทยก้าวสู่ความเป็นโกลบัลได้อย่างแน่นอน
ด้านนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) ยังแสดงความเห็นต่อเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือไทยแลนด์ 4.0ว่า สินค้าที่เหมาะสมน่าจะเป็นกลุ่มสินค้าไฮเทค หรือสินค้าไอที ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับสินค้าของเครือสหพัฒน์เท่าไรนัก แต่ที่ผ่านมาเครือสหพัฒน์ได้นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนากระบวนการผลิต พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องและทำมานานแล้ว อาทิ ผงซักฟอกสูตรเข้มข้น หรือการพัฒนาสูตรผงซักฟอกใหม่ๆ ออกมา เป็นต้น
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,171 วันที่ 3 - 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559






