
เทรนด์อาหารญี่ปุ่นมาแรง มาม่ารุกตลาดราเมนร่วมทุนโคราคุเอ็นชูไทยฮับสู่อาเซียน
“มาม่า” สบช่องเทรนด์คนไทยนิยมรับประทานอาหารญี่ปุ่นเพิ่มผนึก บริษัท โคราคุเอ็น โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่นฯ ทุ่มงบ 25 ล้านตั้ง บริษัทเพรซิเดนท์ โคราคุเอ็น จำกัด ร่วมดำเนินธุรกิจ ร้านอาหารญี่ปุ่น “โคราคุเอ็น ราเมน” (Kourakuen Ramen) ในประเทศไทย วางเป้า 5 ปีสยายปีก 30 สาขา โกยรายได้ 540 ล้านบาท พร้อมชูไทยฐานสำคัญขยายตลาดอาเซียน
นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท โคราคุเอ็น โฮลดิ้งคอร์เปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท เพรซิเดนท์ โคราคุเอ็น จำกัด ภายใต้ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น “โคราคุเอ็น ราเมน” (Kourakuen Remen) ในประเทศไทย โดยบริษัทถือหุ้น 70% พาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น 14% ส่วนที่เหลืออีก 16% เป็นกลุ่มบุคคลทั่วไป ซึ่งการเข้าร่วมทุนในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเนื่องจากมองว่าปัจจุบันร้านอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารประภทราเมนได้รับความนิยมและมีการเติบโตที่สูงต่อเนื่อง ประกอบกับผู้บริโภคชาวไทยนิยมรับประทานบะหมี่มากขึ้น จึงมองเห็นช่องทางในการสร้างการเติบโตของธุรกิจ
สำหรับแผนงานร้านโคราคุเอ็น ราเมน ช่วง 5 ปีนับจากนี้ คือการขยายสาขาโดยเฉพาะในเขตกทม.ทั้งสิ้น 30 สาขา บนพื้นที่เฉลี่ย 150 ตร.ม. จำนวน 48 ที่นั่ง ภายใต้งบประมาณ 5 ล้านบาทต่อสาขา จากปัจจุบันที่มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 2 สาขาคือ ที่ศูนย์การค้าเอกมัย เกตเวย์ และเจ-พาร์ค ศรีราชา นอกจากนั้นบริษัทได้เข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเส้นราเมนของโคราคุเอ็น ฯที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อขนย้ายเครื่องจักรและสายการผลิตไปยังโรงงานของบริษัทที่อำเภอศรีราชา สำหรับผลิตเส้นบะหมี่สด ราเมนสด รวมถึงวัตถุดิบอย่างอื่นที่ใช้ในร้านดังกล่าว
“แบรนด์โคราคุเอ็น ราเมน อยู่ในไทยมา 2 ปี เป็นการทำตลาดของบริษัทแม่จากประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านมามีทั้งสิ้น 6 สาขา แต่ปัจจุบันปรับลดเหลือเพียง 2 สาขา ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางการเติบโตในอนาคต โดยปีนี้จะยังไม่มีการขยายสาขาเพิ่มเติม แต่จะเป็นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ”
ด้านเป้าหมายรายได้ช่วงปีแรกของแบรนด์โคราคุเอ็น ราเมน ในช่วงปีแรกวางเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 40 ล้านบาท จาก 2 สาขา ขณะที่เป้าหมาย 5 ปีนับจากนี้ประเมินว่าจะมีรายได้ที่ 540 ล้านบาท จากจำนวนสาขาทั้งสิ้น 30 สาขา ขณะที่เป้าหมายรายได้ของไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ฯ หลังรุกทำธุรกิจต่อเนื่องคาดปีนี้ภาพรวมเติบโต 5% จากปีที่ผ่านมาและมียอดขายอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท
โดยผลการดำเนินธุรกิจช่วง 5 เดือนแรก รายได้เติบโต 5% และมีผลกำไรโต 19% เป็นการเติบโตจากยอดขายภายในประเทศมากกว่าการส่งออก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ดี ส่งผลทำให้คนในประเทศยังบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น
ด้านนายทสึตาเอะ นิอิดะ ประธานบริหาร บริษัท โคราคุเอ็น โฮลดิ้งคอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยกว่า 2 ปี เดิมทีวางเป้าหมายการขยายสาขาไว้ที่ 100 สาขา ซึ่งการเข้ามาทำตลาดของบริษัทต้องยอมรับว่าขาดความเชี่ยวชาญเรื่องของทำเลและการทำตลาด
อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทถือเป็นผู้นำตลาดร้านราเมนในประเทศญี่ปุ่น และมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 529 สาขา มีฐานลูกค้า 62 ล้านคน โดยมีเป้าหมายการขยายสาขาให้ครบ 1,000 สาขา ในช่วง 10 ปีนับจากนี้ ขณะเดียวกันมีแผนในการรุกเข้าไปทำตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนแล้ว บริษัทมีแผนการขยายตลาดไปประเทศแถบสหรัฐอเมริกาและยุโรปด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,171 วันที่ 3 - 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท โคราคุเอ็น โฮลดิ้งคอร์เปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท เพรซิเดนท์ โคราคุเอ็น จำกัด ภายใต้ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น “โคราคุเอ็น ราเมน” (Kourakuen Remen) ในประเทศไทย โดยบริษัทถือหุ้น 70% พาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น 14% ส่วนที่เหลืออีก 16% เป็นกลุ่มบุคคลทั่วไป ซึ่งการเข้าร่วมทุนในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเนื่องจากมองว่าปัจจุบันร้านอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารประภทราเมนได้รับความนิยมและมีการเติบโตที่สูงต่อเนื่อง ประกอบกับผู้บริโภคชาวไทยนิยมรับประทานบะหมี่มากขึ้น จึงมองเห็นช่องทางในการสร้างการเติบโตของธุรกิจ
สำหรับแผนงานร้านโคราคุเอ็น ราเมน ช่วง 5 ปีนับจากนี้ คือการขยายสาขาโดยเฉพาะในเขตกทม.ทั้งสิ้น 30 สาขา บนพื้นที่เฉลี่ย 150 ตร.ม. จำนวน 48 ที่นั่ง ภายใต้งบประมาณ 5 ล้านบาทต่อสาขา จากปัจจุบันที่มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 2 สาขาคือ ที่ศูนย์การค้าเอกมัย เกตเวย์ และเจ-พาร์ค ศรีราชา นอกจากนั้นบริษัทได้เข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเส้นราเมนของโคราคุเอ็น ฯที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อขนย้ายเครื่องจักรและสายการผลิตไปยังโรงงานของบริษัทที่อำเภอศรีราชา สำหรับผลิตเส้นบะหมี่สด ราเมนสด รวมถึงวัตถุดิบอย่างอื่นที่ใช้ในร้านดังกล่าว
“แบรนด์โคราคุเอ็น ราเมน อยู่ในไทยมา 2 ปี เป็นการทำตลาดของบริษัทแม่จากประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านมามีทั้งสิ้น 6 สาขา แต่ปัจจุบันปรับลดเหลือเพียง 2 สาขา ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางการเติบโตในอนาคต โดยปีนี้จะยังไม่มีการขยายสาขาเพิ่มเติม แต่จะเป็นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ”
ด้านเป้าหมายรายได้ช่วงปีแรกของแบรนด์โคราคุเอ็น ราเมน ในช่วงปีแรกวางเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 40 ล้านบาท จาก 2 สาขา ขณะที่เป้าหมาย 5 ปีนับจากนี้ประเมินว่าจะมีรายได้ที่ 540 ล้านบาท จากจำนวนสาขาทั้งสิ้น 30 สาขา ขณะที่เป้าหมายรายได้ของไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ฯ หลังรุกทำธุรกิจต่อเนื่องคาดปีนี้ภาพรวมเติบโต 5% จากปีที่ผ่านมาและมียอดขายอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท
โดยผลการดำเนินธุรกิจช่วง 5 เดือนแรก รายได้เติบโต 5% และมีผลกำไรโต 19% เป็นการเติบโตจากยอดขายภายในประเทศมากกว่าการส่งออก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ดี ส่งผลทำให้คนในประเทศยังบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น
ด้านนายทสึตาเอะ นิอิดะ ประธานบริหาร บริษัท โคราคุเอ็น โฮลดิ้งคอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยกว่า 2 ปี เดิมทีวางเป้าหมายการขยายสาขาไว้ที่ 100 สาขา ซึ่งการเข้ามาทำตลาดของบริษัทต้องยอมรับว่าขาดความเชี่ยวชาญเรื่องของทำเลและการทำตลาด
อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทถือเป็นผู้นำตลาดร้านราเมนในประเทศญี่ปุ่น และมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 529 สาขา มีฐานลูกค้า 62 ล้านคน โดยมีเป้าหมายการขยายสาขาให้ครบ 1,000 สาขา ในช่วง 10 ปีนับจากนี้ ขณะเดียวกันมีแผนในการรุกเข้าไปทำตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนแล้ว บริษัทมีแผนการขยายตลาดไปประเทศแถบสหรัฐอเมริกาและยุโรปด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,171 วันที่ 3 - 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559






