thansettakij
thansettakij
จับตา Out of Home ดีมานด์พุ่ง ตลาดใน/นอกประเทศ

จับตา Out of Home ดีมานด์พุ่ง ตลาดใน/นอกประเทศ

04 ก.ค. 59 | 04:00 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.ค. 59 | 09:15 น.
ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปส่งผลให้ตลาดสื่อจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตาม รวมถึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับผู้บริโภค เช่นเดียวกับสื่อนอกบ้านในช่วงที่ผ่านมาแม้จะเติบโตไม่มากแต่ก็ยังมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด ได้รายงานข้อมูลตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 2559 ว่า สื่อนอกบ้าน (Out of Home) มีการเติบโต 17.69% ขณะที่สื่ออินสโตร์มีการเติบโต ติดลบ 59% ถือเป็นการยืนยันแนวโน้มของสื่อนอกบ้านว่ายังสดใส

ชี้เทรนด์โตทั้งในและตปท.

ต่อเรื่องดังกล่าวนายธนชัย ถนอมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีลิงค์ มีเดีย จำกัด ผู้ให้บริการสื่อนอกบ้าน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สื่อนอกบ้านในประเทศไทยเดินตามเทรนด์ไปเช่นเดียวกับตลาดโลกคือการเน้นคาแรกเตอร์สื่อประเภทเฉพาะกลุ่ม สังเกตได้จากสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เริ่มโฆษณาโดยเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาจึงมีนักการตลาดจำนวนมากหันไปเทงบกับสื่อเฉพาะกลุ่มมากขึ้น และเป็นโอกาสที่ดีของบีลิงค์ที่มีสื่อเฉพาะกลุ่มดังนั้นจึงได้รับความสนใจจากนักการตลาดจำนวนมาก

สำหรับแผนการขยายธุรกิจด้วยการติดตั้งสื่อทั้งในและต่างประเทศในปีนี้ บริษัทใช้งบประมาณมากกว่า 10 ล้านบาท ในการติดตั้งสื่อโดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม ขณะที่ตลาดต่างประเทศบริษัทจะขยายสื่อในรูปแบบแมสโดยเป็นลักษณะป้ายนิ่ง เนื่องจากกลุ่มประเทศ CLMV ยังคงให้ความสนใจกับสื่อประเภทนี้อยู่เช่นเดียวกับประเทศไทยเมื่อ 10-20 ปีก่อนที่เคยให้ความนิยมกับสื่อนี้

จากการขยายพื้นที่สื่อเพิ่มมากขึ้นบริษัทเชื่อว่าจะส่งผลให้ในปีนี้มีรายได้รวม 120 ล้านบาท แบ่งรายได้ในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% และในอีก 3-5 ปีจากนี้สัดส่วนรายได้จะเปลี่ยนไปเป็นในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30%

เดินหน้ารุกตลาดภูธร

ด้านนางศุภรานันท์ ตันวิรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ แอดฯ หรือ MACO ผู้ดำเนินธุรกิจสร้างสรรค์เครือข่ายสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยครบวงจร กล่าวว่า บริษัทวางแผนการดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังจากนี้จะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้นเนื่องจากบริษัทมองว่าตลาดต่างจังหวัดยังสามารถเติบโตได้อีกมาก ดังนั้นในปีนี้บริษัทจะใช้งบประมาณการลงทุนราว 500 ล้านบาทขยายสื่อนอกบ้านกลุ่มต่างจังหวัด 100% โดยสื่อที่จะขยายไปในกลุ่มต่างจังหวัด ได้แก่ บิลบอร์ด ซึ่งสถานที่ที่บริษัทสนใจ ได้แก่พื้นที่ชุมชนต่างๆ คือ ตลาด แหล่งชุมชน ร้านค้า ท่ารถต่างๆ เป็นต้นเนื่องจากเป็นจุดที่ผู้บริโภคในพื้นที่นั้นเดินทางไปเป็นประจำ

"บริษัทมองว่าสื่อโฆษณานอกบ้านในปัจจุบันอาจจะไม่เติบโตโดดเด่น แต่ก็ยังเป็นสื่อที่สามารถเติบโตได้ และเป็นสื่อที่อยู่ได้ยาวนาน ขณะเดียวกันที่ผ่านมาบริษัทได้สำรวจช่องว่างของตลาดสื่อนอกบ้านพบว่าสื่อดังกล่าวมีจำนวนหรือปริมาณป้ายสวนทางกับความต้องการของจำนวนประชากร โดยปัจจุบันบริษัทพบว่ามีประชากรที่ต้องการสื่อโฆษณาในกรุงเทพฯ 32% และต่างจังหวัด 78% ขณะที่สื่อนอกบ้านส่วนใหญ่ที่มีมักกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ ดังนั้นในปีนี้บริษัทจึงต้องการขยายสื่อนอกบ้านไปยังตลาดต่างจังหวัดมากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากร โดยแผนสัดส่วนการขยายสื่อต่างจังหวัดปีนี้จะอยู่ที่ 60% และกรุงเทพฯ 40% จากปัจจุบันสื่อนอกบ้านแบ่งสัดส่วนต่างจังหวัด 40% และกรุงเทพฯ 60%"

หาพันธมิตรต่อยอดนวัตกรรม

ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจขยายสื่อนอกบ้านในกรุงเทพฯ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการพัฒนาสื่อใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียมหาพันธมิตรทางธุรกิจหรือพาร์ตเนอร์มากขึ้น เพื่อสร้างเครือข่ายและบริการให้มีความครบวงจรครอบคลุมกลุ่มลุกค้าเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกับพันธมิตรประมาณ 3-4 ราย คาดว่าภายในปีนี้น่าจะได้ข้อสรุป

อย่างไรก็ตามหลังจากบริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจได้ตามแผนที่วางไว้สำเร็จจะส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 15% หรือกว่า 800 ล้านบาทจากปีก่อนมีรายได้ราว 700 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2560 บริษัทตั้งเป้าจะมีรายได้รวมประมาณ 1,000 ล้านบาท

สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันมีการเสพสื่อจากหลายช่องทางมากขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงต้องทำการตลาดแบบบูรณาการมากขึ้น ด้วยการผสมสื่อออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันก็จะเน้นทำการตลาดแบบคนบวงจร ควบคู่ไปกับการแบ่งเซ็กเมนต์ในการทำตลาด และใช้เทคโนโลยีเข้ามารองรับในการทำตลาด เช่น แอพพลิเคชัน เป็นต้น ขณะเดียวกันสื่อนอกบ้านที่น่าจับตามองในช่วงนี้คือสื่อ สื่อบนทางเท้าหรือริมถนน(Street Furniture)

พลิกโฉมเป็น TV LED

ขณะที่นายพลศักดิ์ เจริญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSF กล่าวว่า ภายในไตรมาส 3 บริษัทจะพัฒนารูปแบบการนำเสนอของป้ายโฆษณา DTC (Direct to Customer) จากเดิมที่เป็นแบบ Light Box เปลี่ยนเป็นป้ายดิจิตอล TV LED จำนวน 100 ป้าย ณ บริเวณหน้าสาขาเซเว่นอีเวฟเว่น โดยจะเน้นทำเลเด่น ๆ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ก่อน หลังจากนั้นจะค่อย ๆ กระจายสู่ทำเลอื่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ป้ายโฆษณามีความโดดเด่นและสวยงามมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าป้าย DTC ในทำเลต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ หัวหิน ภูเก็ต และโคราชจะมีลูกค้าจองป้ายครบแล้วก็ตาม แต่สินค้าอื่น ๆ ยังสามารถจองป้ายในทำเลอื่นๆ หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นอื่น ๆ ได้ตามความต้องการ ซึ่งมีให้เลือกมากกว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศ สำหรับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีนโยบายในการพัฒนาและปักป้ายแบบปูพรมโดยเน้นหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ๆ รวมทั้งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ ซึ่งขณะนี้มีป้ายโฆษณาพร้อมขายในเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆแล้ว เช่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต นครราชสีมา เป็นต้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นหัวเมืองเศรษฐกิจของภูมิภาค รวมทั้งเป็นศูนย์กลางความเจริญด้าน

"หลังจากที่บริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาและสร้างสรรค์ป้ายโฆษณารูปแบบใหม่ หรือ DTC ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ได้รับความสนใจจากทั้งเอเยนซีและสินค้าแบรนด์ชั้นนำเป็นอย่างดี เนื่องจากป้ายโฆษณา DTC ทุกแห่งตั้งอยู่หน้าร้านเซเว่นอีเวฟเว่นที่เป็นทำเลดีที่สุดสำหรับการโฆษณาสินค้าและบริการต่าง ๆ ทำให้บริษัทต้องเร่งพัฒนาและปักป้ายให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าและแผนการขยายป้ายที่วางไว้สิ้นปีให้ได้ครบ 2,700 ป้ายตามเป้าหมาย"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,171 วันที่ 3 - 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business