thansettakij
thansettakij
สงคราม-น้ำมันพุ่ง 'สงกรานต์' ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

สงคราม-น้ำมันพุ่ง 'สงกรานต์' ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

21 มี.ค. 69 | 01:35 น.
อัปเดตล่าสุด :21 มี.ค. 69 | 01:37 น.

ต้นทุนพุ่ง ธุรกิจร้านอาหารเผชิญแรงกดดันสองด้าน จากท่องเที่ยวซบ–คนไทยลดใช้จ่าย คาดสงกรานต์ปีนี้ไม่คึกคักคาดรายได้หาย 40%

KEY

POINTS

  • สงครามและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจร้านอาหาร ทำให้ต้นทุนเพิ่มและรายได้ลดลง
  • บรรยากาศท่องเที่ยวสงกรานต์คาดว่าจะซบเซาลง เนื่องจากคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางน้อยลงจากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น
  • ประเมินว่ารายได้ร้านอาหารในช่วงสงกรานต์อาจลดลงถึง 40% จากจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมที่หายไป โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป
  • ผู้ประกอบการต้องปรับตัวด้วยการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด เช่น ชะลอการจ้างงานใหม่ ปรับลดชั่วโมงทำงาน และบริหารกระแสเงินสดรายวัน

ธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน จากทั้งต้นทุนที่พุ่งสูงและรายได้ที่มีแนวโน้มหดตัว ท่ามกลางผลกระทบของสถานการณ์สงครามและราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณชัดต่อภาคท่องเที่ยวและกำลังซื้อผู้บริโภค

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และเจ้าของร้านสตีฟ คาเฟ่ เปิดเผยข้อมูลกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการประเมินความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกจะกระทบเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างน้อย 1–3 เดือน โดยเฉพาะช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคท่องเที่ยวควรจะคึกคัก “เรื่องสงครามคาดการณ์ยาก แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว กระทบต่อเนื่องในระยะสั้น และกดดันเศรษฐกิจทันที”

คนไทยลดเที่ยว–ต่างชาติหาย ฉุดรายได้ร้านอาหาร

ผลกระทบที่เห็นชัดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยคนไทยมีแนวโน้มลดการเดินทางโดยเฉพาะต่างประเทศ จากค่าตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นและความกังวลด้านค่าใช้จ่าย ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศก็ชะลอลงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้การเดินทางโดยเฉพาะด้วยรถยนต์ส่วนตัวลดลง “ปีนี้คนจะระวังการใช้เงินมากขึ้น เที่ยวก็น้อยลง โดยเฉพาะต่างจังหวัด”

สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของไทย คาดว่าบรรยากาศจะซบเซากว่าปกติ โดยคนไทยจำนวนมากอาจเลือกอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น และลดการเดินทางระยะไกล

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช

ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบสัญญาณชะลอตัวชัดเจนโดยเฉพาะตลาดยุโรปและจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก ส่งผลให้ร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง “ร้านของผมลูกค้าต่างชาติประมาณ 50–60% ตอนนี้ลดลงแบบเห็นได้ชัด” ทั้งนี้ประเมินว่าในช่วงสงกรานต์ปีนี้

  • นักท่องเที่ยวยุโรปอาจลดลงถึง 60%
  • นักท่องเที่ยวเอเชียลดลงราว 10%
  • ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวอาจลดลงประมาณ 40%

ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว รับรายได้หด–คุมต้นทุนเข้ม

จากแรงกดดันดังกล่าว ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเร่งปรับตัวทั้งด้านรายได้และต้นทุนควบคู่กัน โดยเฉพาะการบริหารแรงงานและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง แนวทางที่เริ่มเห็นชัดในหลายร้าน ได้แก่

  • ชะลอการรับพนักงานใหม่เมื่อมีคนลาออก
  • ปรับตารางการทำงานตามยอดขายจริง
  • ลดชั่วโมงโอที และใช้พนักงานพาร์ทไทม์แทน
  • ควบคุมค่าใช้จ่ายทุกด้านอย่างเข้มงวด

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางรายเริ่มติดตามกระแสเงินสดแบบรายวัน เพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงรายได้ผันผวน

ชี้ “พลังงาน” ปมหลัก กดเศรษฐกิจทั้งระบบ

นายสรเทพมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งแก้ไข คือปัญหาราคาพลังงานและน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทั้งระบบเศรษฐกิจ และส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย “ถ้ารัฐบาลยังแก้ปัญหาน้ำมันไม่ได้ ทุกอย่างจะหยุดหมด ทั้งการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย”

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้หลายประเทศทั่วโลกจะเผชิญราคาน้ำมันปรับขึ้นเช่นกัน แต่ไม่ได้เกิดปัญหาการขาดแคลนในลักษณะเดียวกับประเทศไทย

ทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งสร้างความเชื่อมั่น และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านพลังงานอย่างจริงจัง มากกว่าการชี้แจงสถานการณ์เพียงอย่างเดียว “รัฐบาลควรแก้ปัญหา ไม่ใช่แก้ตัว”