thansettakij
thansettakij
พลังงานโลกผันผวน ตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย

พลังงานโลกผันผวน ตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย

18 มี.ค. 69 | 22:19 น.

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นในช่วงที่ผ่านมาส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาน้ำมันโลกอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานในหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก สถานการณ์ดังกล่าวกำลังเร่งให้ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้บริโภคต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พลังงาน” กลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ความมั่นคงด้านพลังงาน หรือการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะระดับมหภาค แต่ยังสะท้อนมาถึงชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย

การเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงผลกระทบโดยตรงผ่านราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากพลังงานเป็นต้นทุนพื้นฐานของกิจกรรมทางเศรษฐกิจแทบทุกประเภท ตั้งแต่การขนส่งสินค้า การผลิตในภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงการดำเนินชีวิตในครัวเรือน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้คำว่า “Energy Transition” หรือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสนใจ ทั้งในมิติของนโยบายเศรษฐกิจ โครงสร้างอุตสาหกรรม และพฤติกรรมของผู้บริโภค แม้ว่าหลายประเทศทั่วโลกจะเริ่มพูดถึงพลังงานสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง น้ำมันยังคงเป็นพลังงานหลักของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในภาคการขนส่ง โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมหนัก

สำหรับประเทศไทย ความท้าทายสำคัญคือการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูง เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ผลกระทบจึงส่งผ่านมายังเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างรวดเร็ว ทั้งในรูปของต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น และแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน

พลังงานโลกผันผวน ตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย

ความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทานเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สงครามในภูมิภาคต่าง ๆ และการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศมหาอำนาจ

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาพลังงานกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลก และส่งผลต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของหลายประเทศ ผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคธุรกิจ แต่ยังสะท้อนมายังพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยตรง เมื่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มตระหนักถึงต้นทุนด้านพลังงานมากขึ้น และเริ่มปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

หนึ่งในปรากฏการณ์สำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน คือการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า  ข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปี 2568 ถือเป็นปีสำคัญของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย โดยยอดการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) ป้ายแดงสูงถึง 147,522 คัน เพิ่มขึ้น 74.70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยยังได้กำหนดเป้าหมายสำคัญคือ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573

นอกจากภาคพลังงานและอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว ภาคการเงินก็เริ่มมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว แนวคิดที่เรียกว่า Green Finance หรือการเงินสีเขียว กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานทดแทน เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และโครงการลดการปล่อยคาร์บอน

พลังงานโลกผันผวน ตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับพลังงานและสิ่งแวดล้อมสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทใหม่ของสถาบันการเงินในระบบเศรษฐกิจ จากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการด้านการเงินเพียงอย่างเดียว สถาบันการเงินกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ในอนาคต การใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวกหรือความคุ้มค่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของโลก

แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในภาคพลังงานหรืออุตสาหกรรมเท่านั้น แต่กำลังแทรกซึมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในทุกมิติ ตั้งแต่ภาคการเงิน การผลิต ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภค

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนโยบายพลังงาน แต่เป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ในระยะยาว ความสามารถของประเทศไทยในการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจพลังงานใหม่ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีเศรษฐกิจโลก