thansettakij
thansettakij
สงครามตะวันออกกลางป่วนเศรษฐกิจโลก จับตา Oil Shock กระทบไทย

สงครามตะวันออกกลางป่วนเศรษฐกิจโลก จับตา Oil Shock กระทบไทย

06 มี.ค. 2569 | 09:15 น.
อัปเดตล่าสุด :06 มี.ค. 2569 | 09:18 น.

เตือนความขัดแย้งตะวันออกกลางอาจสร้าง Supply Shock ดันราคาพลังงานโลกพุ่ง เสี่ยงเงินเฟ้อสูง กดโอกาสลดดอกเบี้ย พร้อมเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลกสู่ยุค De-globalization

KEY

POINTS

  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะภาวะ “Oil Shock” ที่อาจดันราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้น กระทบต่อเงินเฟ้อและความเชื่อมั่น
  • ประเทศไทยมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภาวะ Supply Shock เนื่องจากเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ขัดแย้ง
  • ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะจำกัดโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน
  • ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอการใช้จ่าย (No Consumption) และเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่การค้าแบบแยกส่วน (De-globalization)

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดพลังงาน การค้า และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค หลายฝ่ายจับตาความเสี่ยง “Oil Shock” ที่อาจดันราคาพลังงานพุ่ง กระทบเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมถึงประเทศไทยที่อาจได้รับผลกระทบตามมา

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเกี่ยวข้องกับอิหร่านว่า กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกในหลายมิติ ตั้งแต่โครงสร้างราคาพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อ ไปจนถึงพฤติกรรมการบริโภคและรูปแบบการค้าโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

วิกฤตราคาพลังงานโลก “Oil Shock”

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางมีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก ทำให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มีโอกาสนำไปสู่ภาวะ “Oil Shock” หรือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งสูง

แม้ว่าภูมิภาคอาเซียนรวมถึงประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะ Supply Shock อย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากเส้นทางขนส่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกต้องผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์หลักของการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

หากสถานการณ์ความขัดแย้งลุกลามจนทำให้เส้นทางดังกล่าวถูกปิดกั้นหรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง จะส่งผลให้การลำเลียงพลังงานสู่ตลาดโลกสะดุดทันที และนำไปสู่ภาวะพลังงานขาดแคลน รวมถึงราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ

เงินเฟ้อพุ่ง กดโอกาสลดดอกเบี้ย

ผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น จะสะท้อนมายังภาพเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะประเด็น เงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงาน

ดร.บุรณิน ระบุว่า เมื่อเงินเฟ้อมีความเสี่ยงสูงขึ้นโอกาสที่ธนาคารกลางในหลายประเทศจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจย่อมลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การลงทุนของภาคธุรกิจ และการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม

ขณะเดียวกันสถานการณ์ดังกล่าวยังถูกนิยามว่าเป็นภาวะ Uncertainty หรือความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากยังไม่มีใครสามารถประเมินได้ชัดเจนว่าสงครามจะเป็นเพียงเหตุการณ์ระยะสั้น หรือจะยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

ผู้บริโภคชะลอใช้จ่าย No Consumption

ผู้บริโภคทั่วโลกมักปรับพฤติกรรมเข้าสู่ภาวะ No Consumption หรือการชะลอการใช้จ่าย โดยเลือกเก็บเงินสดและรอดูทิศทางสถานการณ์ พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ภาคธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้น เพราะความต้องการซื้อสินค้าและบริการลดลง ส่งผลให้การวางแผนทางการตลาด การลงทุน และการขยายธุรกิจทำได้ยากขึ้น

อีกหนึ่งผลกระทบสำคัญของสงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ คือการเร่งให้โลกก้าวเข้าสู่ปรากฏการณ์ De-globalization หรือการเปลี่ยนผ่านจากโลกาภิวัตน์สู่การค้าแบบแยกส่วน

แนวโน้มดังกล่าวทำให้ประเทศและภาคธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับ Regional Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนโลจิสติกส์ ความไม่มั่นคงของเส้นทางขนส่ง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับประเทศไทยการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการค้าโลกจะทำให้การวางแผนธุรกิจและการส่งออกมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนด้านโลจิสติกส์ การจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ และความผันผวนของตลาดโลก

ช่องแคบฮอร์มุซ จุดเสี่ยงพลังงานโลก

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เพราะเป็นจุดผ่านหลักของการขนส่งน้ำมันและก๊าซจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในตะวันออกกลาง หากความขัดแย้งนำไปสู่การปิดเส้นทางดังกล่าว จะส่งผลให้พลังงานเข้าสู่ตลาดโลกได้น้อยลงทันที ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นแต่ยังสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจะทำให้การดำเนินนโยบายการเงินมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะโอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชนและการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม

สงครามข้อมูลข่าวสาร ความเสี่ยงใหม่ของธุรกิจ

นอกจากสงครามทางทหารแล้ว ดร.บุรณินยังเตือนถึง Information War หรือ สงครามข้อมูลข่าวสาร ที่เกิดขึ้นควบคู่กันในยุคดิจิทัล

ในสถานการณ์สงครามร้อน มักมีการเผยแพร่ข้อมูลจำนวนมาก ทั้งข่าวจริง ข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน รวมถึงคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI เช่น คลิปวิดีโอจำลองเหตุการณ์โจมตีที่ดูเหมือนจริงอย่างมาก หากนักธุรกิจหรือนักการตลาดขาดการกลั่นกรองข้อมูล อาจเกิดความตื่นตระหนกและตัดสินใจทางธุรกิจผิดพลาดได้

แนวทางรับมือข่าวปลอมในยุค AI

ดร.บุรณิน เสนอแนวทางรับมือข้อมูลข่าวสารในช่วงวิกฤตว่า ภาคธุรกิจควรเริ่มต้นจาก การตั้งสติ เพราะในสถานการณ์ที่ข้อมูลไหลเวียนจำนวนมาก การตัดสินใจด้วยอารมณ์อาจนำไปสู่ความผิดพลาด

ขณะเดียวกันองค์กรควรใช้แนวคิด Marketing Intelligence โดยจัดทีมงานเฉพาะด้านเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึก เพื่อแยกแยะข้อเท็จจริงท่ามกลางกระแสข่าวที่หลากหลาย อีกแนวทางหนึ่งคือการตรวจสอบข้อมูลผ่านการติดต่อโดยตรง เช่น การพูดคุยกับลูกค้า คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ได้ทั้งข้อมูลข้อเท็จจริงและความรู้สึกของตลาดในสถานการณ์จริง

นอกจากนี้การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ หรือ Partnership & Friendship ยังมีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้องและช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น

ดร.บุรณินมองว่า วิกฤตความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงโครงสร้างราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค และทิศทางการค้าโลกในอนาคต

สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไป