
พลังงานห่วง ‘ราคาน้ำมันตลาดโลก’ พุ่งเกิน 150 เหรียญฯหลัง 15 วัน ดันดีเซลในประเทศขึ้น
กระทรวงพลังงานห่วง ‘ราคาน้ำมันตลาดโลก’ พุ่งเกิน 150 เหรียญฯหลัง 15 วัน ดันดีเซลในประเทศขึ้นแบบขั้นบันได ยันช่วงนี้สภาพคล่องยังเพียงพอ
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานใช้นโยบายตรึงราคาดีเซลเป็นเวลา 15 วัน โดยพยายามรักษาระดับราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
- มีความกังวลว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม อาจพุ่งสูงเกิน 150 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
- หากหลังครบกำหนด 15 วัน ราคาน้ำมันโลกยังคงสูง อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาดีเซลในประเทศแบบขั้นบันได
จากสถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อทั้งโลก และประเทศไทย
โดยประเทศไทยนั้น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีนโยบายให้ตรึงราคาน้ำมันไว้ 15 วัน ผ่านกลไกลของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ต่อเรื่องดังกล่าวแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ยืนยันกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า นโยบายการตรึงราคาน้ำมัน 15 วันนี้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยยังคงดำเนินตามนโยบายเดิมของรัฐบาลตามที่รัฐมนตรีได้แถลงไว้
ซึ่งเป้าหมายก็คือตรึงราคาไว้ที่ระดับไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร โดยสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถือว่าเพียงพอที่จะแบกรับภาระได้ แต่สถานการณ์เริ่มน่ากังวลเนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกขยับสูงขึ้นใกล้ระดับ 150 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ดี แนวโน้มหลังครบ 15 วัน หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาจมีการปรับราคาสูงขึ้นแบบขั้นบันได โดยต้องขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันโลกและนโยบายของรัฐมนตรีว่าจะให้ตรึงราคาต่อหรือไม่อย่างไร
“หากราคาน้ำมันโลกสูงเกิน 150 เหรียญฯต่อบาร์เรล จะเริ่มส่งผลกระทบหนักต่อกองทุนน้ำมัน ซึ่งหลังจากสิ้นสุดนโยบายตรึงราคา 15 วันอาจจะต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกลตลาด แต่จะเป็นการขึ้นแบบขั้นบันได ไม่ขึ้นทีเดียวแบบพรวดพราด และขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร“
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อไปอีกว่า ภาครัฐช่วยพยุงราคาได้เพียงระยะหนึ่งเพื่อให้ปรับตัว สุดท้ายแล้วทุกคนจำเป็นต้องประหยัดและเตรียมพร้อมรับภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มสูงขึ้นตามความเป็นจริงของต้นทุน หากสถานการณ์สงครามยังคงยืดเยื้อ

