thansettakij
thansettakij
'สีหศักดิ์' ปัดข่าวสหรัฐ ขอใช้ 'สนามบินอู่ตะเภา' เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร สู้อิหร่าน

'สีหศักดิ์' ปัดข่าวสหรัฐ ขอใช้ 'สนามบินอู่ตะเภา' เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร สู้อิหร่าน

05 มี.ค. 2569 | 13:19 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มี.ค. 2569 | 13:40 น.

'สีหศักดิ์' รมว.ต่างประเทศ ปัดข่าวสหรัฐฯ ขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร ในการสู้รบกับอิหร่าน ย้ำ 4 จุดยืนของไทยยึดสันติภาพ ความปลอดภัยคนไทย ร่วมแสนกว่าคน ที่อยู่ในแถบนั้น พร้อมเผยการรือทูตอิหร่านแล้วเตรียมความพร้อมอพยพคนไทยกลับประเทศ

วันนี้(วันที่ 5 มีนาคม 2569) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวถึงกระแสข่าวเมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารในการสู้รบกับอิหร่าน ว่า

"ตนขอยืนยันเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่เป็นการพูดคุยถึงความสัมพันธ์ อัปเดตสถานการณ์ การเจรจาการค้าภาษีนำเข้า และความร่วมมือในการป้องกันประเทศ"

ทั้งนี้ ความร่วมมือในการใช้สนามบินของเราเป็นความร่วมมือตามปกติทางด้านความมั่นคงอยู่แล้ว อย่างการบินผ่าน การเติมเชื้อเพลิง ซึ่งเราก็ทำกับหลายประเทศ แต่การที่จะให้ความร่วมมือเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอีกประเทศหนึ่งที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ผมคิดว่าไม่ได้อยู่ในนโยบายของเรา

ส่วนการหารือกับทางเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำราชอาณาจักรไทย ถึงการอพยพคนไทยกลับประเทศ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการหารือกัน ซึ่งสิ่งที่เราเป็นห่วงที่สุดคือการที่เราจะนำคนไทยที่อิหร่านประมาณ 200 กว่าคน อพยพทั้งหมด โดยจะขึ้นอยู่ว่าใครพร้อมที่จะอพยพวันไหน เราก็จะนำออกมาจากกรุงเตหะราน เดินทางทางบกมาที่ชายแดนตุรกี 

ส่วนจะอพยพเมื่อไหร่นั้นเรามีแผนอยู่แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ทั้งนี้ เราได้ประสานกับสถานทูตอิหร่านในไทย และสถานทูตไทยในอิหร่านดูแลความปลอดภัย รวมถึงการประสานทั้งทางสหรัฐฯ และอิสราเอล ถึงเส้นทาง วัน และรายละเอียดในการอพยพจากเตหะรานไปชายแดนตุรกี เพราะเราถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องมนุษยธรรม ควรเป็นเส้นทางที่ปลอดจากภัยการสู้รบ

สำหรับจุดยืนของประเทศไทยอันดับแรก คือ ความปลอดภัยของคนไทย อันดับที่ 2 เราไม่ใช่คู่กรณีในความขัดแย้งครั้งนี้ อันดับที่ 3 เราต้องการเห็นการแก้ไขโดยสันติ การเจรจาทางการทูต ตรงนี้ก็เป็นจุดยืนของเราที่ไม่ใช่การแก้ไขโดยวิธีทางการทหาร อันดับ 4 การแก้ไขบนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ ที่ทุกท่านก็ทราบอยู่แล้วว่ากำหนดไว้อย่างไรบ้าง 

เราก็มีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่ตนเป็นห่วงกรณีที่ผู้เชี่ยวชาญ อดีตข้าราชการ ที่มาวิจารณ์ว่าเราไม่มีความชัดเจนนั้น เรามีความชัดเจน เราอยากเห็นสันติภาพ ถ้าคนที่เชี่ยวชาญเรื่องการต่างประเทศ อ่านสิ่งที่เราแถลงออกไปมันมีความชัดเจนพอสมควร

ทั้งมีความพอดี มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของเรา ซึ่งขณะนี้คือการดูแลประชาชนคนไทยที่มีอยู่ประมาณแสนกว่าคน ที่อยู่ในแถบนั้น