thansettakij
thansettakij
พิษเศรษฐกิจกระทบโรงเรียนสอนภาษา วอลล์สตรีทเพิ่มช่องสื่อสาร

พิษเศรษฐกิจกระทบโรงเรียนสอนภาษา วอลล์สตรีทเพิ่มช่องสื่อสาร

27 มิ.ย. 59 | 04:00 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 59 | 09:54 น.
วอลล์สตรีท รุกการตลาดหนักหวังดึงเงินผู้ปกครอง เร่งเพิ่มช่องทางสื่อสารทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ ประกบ word of mouth ตั้งเป้าสิ้นปีปิดรายได้ที่ 800 ล้านบาท เผยเตรียมเดินหน้าขยายสาขาทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด คาด 5 ปีดันรายได้กลุ่มเพิ่มเป็น 8 พันล้านบาท

[caption id="attachment_65635" align="aligncenter" width="366"] แมทธิว กิจโอธาน แมทธิว กิจโอธาน[/caption]

นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ค่อนข้างทรงตัวส่งผลให้ผู้ปกครองและนักเรียนต้องเลือกคอร์สการเรียนที่จำเป็นมากขึ้น โดยวิชาภาษาอังกฤษยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่นักเรียนทุกคนต้องการ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นสิ่งที่นักเรียนส่วนใหญ่สนใจและต้องการเลือกเรียน แต่เงินที่มีจำกัดของผู้ปกครองทำให้โรงเรียนสอนภาษาต้องทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการตลาดที่จะต้องเน้นการประชาสัมพันธ์ให้กว้างและครอบคลุม

"สำหรับในปีนี้บริษัทได้ใช้งบประมาณด้านการตลาดราว 10% ของยอดรายได้รวมทั้งหมด โดยบริษัทได้วางแผนประชาสัมพันธ์ทั้งในด้านของออฟไลน์ และออนไลน์มากขึ้น ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการตลาดแบบปากต่อปาก หรือ Word of Mouth ว่ายังเป็นกลยุทธ์หลักสำหรับธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาอยู่ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการสำรวจนักเรียนที่มาเรียนที่วอลล์สตรีทจำนวนนักเรียนกว่า 50% มาสมัครเรียนใหม่ หรือซื้อคอร์สเพิ่มเกิดจากการบอกต่อแบบปากต่อปาก อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินสดด้วย"

ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ "แนท อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์" Miss Universe 2015 กับบัดดี้แคมเปญ พร้อมทั้งเสนอโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ต้องการเรียนภาษาอังกฤษด้วยค่าเรียนเริ่มต้นที่ 3,000 บาท พร้อมผ่อน 0% ต่อเดือน อีกทั้งยังได้โปรโมทแคมเปญผ่านสื่อสาธาณะต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทั้งป้ายโฆษณาภาพนิ่งและอิเล็คโทรนิค อาทิ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส , Rabbit Card รวมถึงสื่อบนอาคารสำนักงาน และป้ายโฆษณากว่า 50 จุดรายรอบกรุงเทพฯ เพื่อดึงกลุ่มลูกค้านักเรียน, นักศึกษาและวัยทำงาน

ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต นับเป็นสาขาลำดับที่ 10 และมีแผนขยายสาขาให้ได้ 20 แห่งใน 3-5 ปีข้างหน้า โดยเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 5 แห่ง และต่างจังหวัด 5-10 แห่ง เช่น อุดรธานี , อุบลราชธานี เป็นต้นโดยใช้งบประมาณการลงทุนราว 20 ล้านบาทต่อสาขา ขณะเดียวกันในด้านของรายได้ในปี 2558 บริษัทมีรายได้กว่า 700 ล้านบาท และในสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าจะเพิ่มเป็น 800 ล้านบาท และภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว

ปัจจุบัน วอลล์สตรีทอิงลิช เป็นผู้นำตลาดสถาบันสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทย ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 35% โดยผู้เรียนส่วนใหญ่มีอายุ 15-22 ปีคิดเป็นสัดส่วน 39% และอายุ 29 ปีขึ้นไปมีสัดส่วน 34% โดยปัจจุบันวอลล์สตรีทในประเทศไทยมีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 1.2 หมื่นคนและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามลำดับ ตามการขยายสาขาและการทำตลาดที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มเวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ตั้งเป้าที่จะมีรายได้ในปี 2561 รวม 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอาหาร 4,000 ล้านบาท ธุรกิจการศึกษา 2,000 ล้านบาท และธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนท์ 2,000 ล้านบาท

“บริษัทมองว่าธุรกจิ การศึกษาและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการวางแผนนำธุรกิจที่เกี่ยวข้องเข้ามาเพิ่มในกลุ่มเวฟ และในช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่บริษัทได้เข้าถือหุ้นในบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจจำกัด (มหาชน) เพิ่มเข้ามานับว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญที่จะมาร่วมผลิตงานโดยนำธุรกิจร้านอาหารและการศึกษาแปรรูปเป็นคอนเทนต์เอนเตอร์เทนโดยจะช่วยให้ต่อยอดรายได้ธุรกิจรวมให้เติบโตเพิ่มขึ้นได้”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,169 วันที่ 26 - 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business