
3บิ๊กบะหมี่ชิงเค้ก1.6หมื่นล้าน อัดกิจกรรมส่งสินค้าใหม่/พรีเซนเตอร์/ชิงรางวัลยันท่องเที่ยว
3 บิ๊กบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อัดกิจกรรมการตลาดทั้งแคมเปญ และพรีเซนเตอร์ ชิงเค้ก 1.6 หมื่นล้าน หลังตลาดกลับมาเติบโตเป็นบวก“มาม่า” เล็งครึ่งปีหลัง ใช้สินค้าใหม่และลุ้นชิงทองคำกระตุ้นยอดโต 6%ด้านไวไว-ยำยำแข่งกิจกรรมดึงฐานคนรุ่นใหม่ ทั้งมิวสิกมาร์เก็ตติ้งช่วยสร้างสีสันตลาด รักษาส่วนแบ่ง 20%
นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์มาม่า เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปีนี้ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1% จากปีที่ผ่านมาที่ตลาดไม่มีการเติบโต ซึ่งการเติบโตของตลาดมาจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องการทำตลาด และส่งเสริมการขาย การจัดแคมเปญชิงโชค และการออกสินค้าใหม่ เฉพาะช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้คาดว่าภาพรวมตลาดจะเติบโตประมาณ 1% ขณะที่ช่วง 4 เดือนแรกตลาดเติบโตในอัตรา 1.2% ส่วนแบรนด์มาม่ามีอัตราการเติบโต 12% ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโต 6% และมียอดขายรวมทั้งปีเติบโตประมาณ 6%
“ปีนี้ตลาดรวมเริ่มกลับมาเติบโตแม้ว่าจะเล็กน้อยแต่ถือว่าดีกว่าปีที่แล้ว ซึ่งครึ่งปีหลังกลยุทธ์ของมาม่า ยังเน้นเรื่องการจัดแคมเปญการตลาด การแจกทองคำ มูลค่ารวม 30 ล้านบาท การออกสินค้าใหม่ ที่เชื่อว่าปีนี้จะได้ตามเป้าหมายการเติบโต 6% จากปีที่ผ่านมามียอดขายเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งล่าสุดมาม่าได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดแคมเปญ มาม่าลุ้นเที่ยวไทยกับ ททท. ภายใต้โครงการ 12 เมืองต้องห้าม พลาด Plus เพื่อสร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวผ่านมาม่าคัพ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 22 กันยายนนี้ โดยใช้งบประมาณพิเศษ 43 ล้านบาท นอกจากงบประมาณการตลาดประจำปี 250 ล้านบาท ”
นอกจาก แคมเปญการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขาย แบรนด์มาม่ายังคงใช้กลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์เข้ามาสร้างยอดขายด้วยเช่นกัน ซึ่งปีที่ผ่านมาใช้ดารา “อั้ม- พัชราภา ไชยเชื้อ” เป็นพรีเซ็นเตอร์และสร้างการรับรู้ ซึ่งสามารกระตุ้นยอดขายได้เพิ่มขึ้นถึง 40% ปีนี้จึงใช้กลยุทธ์ดังกล่าวต่อเนื่อง โดยใช้ “ดีเจพุฒิ-พุฒิชัย เกษตรสิน” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อหวังขยายฐานกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จากฐานแฟนคลับของดีเจพุฒิที่มีอยู่จำนวนมาก โดยบริษัทได้เตรียมกิจกรรมการตลาดมีทแอนด์กรี๊ด รวมถึงทำแคมเปญการตลาดอื่นๆ ที่ใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นสื่อด้วย
สำหรับภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าตลาด 1.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนประเภทซอง 78% และประเภทถ้วย 22% แบรนด์มาม่ามีส่วนแบ่งตลาดปัจจุบัน 52% รองลงมาเป็นแบรนด์ไวไวและยำยำ ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดใกล้เคียงกันอยู่ประมาณ 20% และที่เหลือเป็นแบรนด์อื่นๆ อาทิ โคคา นิสชิน เป็นต้น ขณะที่มูลค่าตลาดช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มูลค่ากว่า 4,200 ล้านบาท
ด้านนายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ ไวไว และควิกแสบ กล่าวว่า กลยุทธ์การตลาดช่วงครึ่งปีหลังมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการตลาดรูปแบบมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง การจัดแคมเปญโปรโมชั่น และจัดกิจกรรมอีเวนต์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง สำหรับแบรนด์ควิกแสบ ได้จับมือกับสถานีวิทยุคลื่น SEED 97.5 FM จัดกิจกรรม “ซี๊ดคลับออนทัวร์ 2016 (SEED Club On Tour 2016)” จัดครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ที่มีนักร้อง หนุ่ม กะลา และวงสล็อต แมชชีน ร่วมกิจกรรม
ส่วนแบรนด์ไวไว ได้เตรียมจัดกิจกรรมโปรโมชั่นต่างๆ อาทิ แคมเปญ “กิจกรรมมหกรรมสุขสันต์กับครอบครัวไวไว” เป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องทุกปี ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค โดยครึ่งปีหลังยังคงจัดกิจกรรมดังกล่าวต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดจำนวน 6 ครั้งในพื้นที่ 5 จังหวัด ทั้งภาคเหนือและภาคกลาง ภายในงานนอกจากจะมี ผลิตภัณฑ์ไวไวราคาพิเศษแล้ว ยังได้ลุ้นของรางวัลพิเศษ อาทิ มอเตอร์ไซด์ ทีวี และโทรศัพท์มือถือ ขณะเดียวกันได้นำศิลปินดารามาร่วมสร้างสีสันภายในงานด้วย อาทิ กุ้ง สุธิราช - วิรดา วงศ์เทวัญ อาภาพร นครสวรรค์ และโหน ธนากร เป็นต้น
ด้านแบรนด์ยำยำมีแนวทางการทำตลาดเช่นเดียวกับแบรนด์อื่น อาทิ การจัดรายการส่งเสริมการขาย การจัดแคมเปญโปรโมชั่น และการใช้พรีเซ็นเตอร์ โดยมีศิลปินดาราคู่ขวัญ “ณเดชย์-ญาญ่า” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ล่าสุดได้ร่วมกับ บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด ทำแคมเปญ “Yum Yum Tem Tern Flavor of Life” เพื่อขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่น และสร้างการตลาดให้เกิดการรับรู้ในแบรนด์สินค้า ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อรสชาติต่างๆ ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยำยำชนิดถ้วยใหม่ เช่น รสหมูสับ เป็นอารมณ์สับรางไม่ทันเต็มเต็ม เป็นต้น พร้อมกับออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นวางจำหน่ายด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,169 วันที่ 26 - 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์มาม่า เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปีนี้ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1% จากปีที่ผ่านมาที่ตลาดไม่มีการเติบโต ซึ่งการเติบโตของตลาดมาจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องการทำตลาด และส่งเสริมการขาย การจัดแคมเปญชิงโชค และการออกสินค้าใหม่ เฉพาะช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้คาดว่าภาพรวมตลาดจะเติบโตประมาณ 1% ขณะที่ช่วง 4 เดือนแรกตลาดเติบโตในอัตรา 1.2% ส่วนแบรนด์มาม่ามีอัตราการเติบโต 12% ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโต 6% และมียอดขายรวมทั้งปีเติบโตประมาณ 6%
“ปีนี้ตลาดรวมเริ่มกลับมาเติบโตแม้ว่าจะเล็กน้อยแต่ถือว่าดีกว่าปีที่แล้ว ซึ่งครึ่งปีหลังกลยุทธ์ของมาม่า ยังเน้นเรื่องการจัดแคมเปญการตลาด การแจกทองคำ มูลค่ารวม 30 ล้านบาท การออกสินค้าใหม่ ที่เชื่อว่าปีนี้จะได้ตามเป้าหมายการเติบโต 6% จากปีที่ผ่านมามียอดขายเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งล่าสุดมาม่าได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดแคมเปญ มาม่าลุ้นเที่ยวไทยกับ ททท. ภายใต้โครงการ 12 เมืองต้องห้าม พลาด Plus เพื่อสร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวผ่านมาม่าคัพ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 22 กันยายนนี้ โดยใช้งบประมาณพิเศษ 43 ล้านบาท นอกจากงบประมาณการตลาดประจำปี 250 ล้านบาท ”
นอกจาก แคมเปญการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขาย แบรนด์มาม่ายังคงใช้กลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์เข้ามาสร้างยอดขายด้วยเช่นกัน ซึ่งปีที่ผ่านมาใช้ดารา “อั้ม- พัชราภา ไชยเชื้อ” เป็นพรีเซ็นเตอร์และสร้างการรับรู้ ซึ่งสามารกระตุ้นยอดขายได้เพิ่มขึ้นถึง 40% ปีนี้จึงใช้กลยุทธ์ดังกล่าวต่อเนื่อง โดยใช้ “ดีเจพุฒิ-พุฒิชัย เกษตรสิน” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อหวังขยายฐานกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จากฐานแฟนคลับของดีเจพุฒิที่มีอยู่จำนวนมาก โดยบริษัทได้เตรียมกิจกรรมการตลาดมีทแอนด์กรี๊ด รวมถึงทำแคมเปญการตลาดอื่นๆ ที่ใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นสื่อด้วย
สำหรับภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าตลาด 1.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนประเภทซอง 78% และประเภทถ้วย 22% แบรนด์มาม่ามีส่วนแบ่งตลาดปัจจุบัน 52% รองลงมาเป็นแบรนด์ไวไวและยำยำ ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดใกล้เคียงกันอยู่ประมาณ 20% และที่เหลือเป็นแบรนด์อื่นๆ อาทิ โคคา นิสชิน เป็นต้น ขณะที่มูลค่าตลาดช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มูลค่ากว่า 4,200 ล้านบาท
ด้านนายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ ไวไว และควิกแสบ กล่าวว่า กลยุทธ์การตลาดช่วงครึ่งปีหลังมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการตลาดรูปแบบมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง การจัดแคมเปญโปรโมชั่น และจัดกิจกรรมอีเวนต์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง สำหรับแบรนด์ควิกแสบ ได้จับมือกับสถานีวิทยุคลื่น SEED 97.5 FM จัดกิจกรรม “ซี๊ดคลับออนทัวร์ 2016 (SEED Club On Tour 2016)” จัดครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ที่มีนักร้อง หนุ่ม กะลา และวงสล็อต แมชชีน ร่วมกิจกรรม
ส่วนแบรนด์ไวไว ได้เตรียมจัดกิจกรรมโปรโมชั่นต่างๆ อาทิ แคมเปญ “กิจกรรมมหกรรมสุขสันต์กับครอบครัวไวไว” เป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องทุกปี ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค โดยครึ่งปีหลังยังคงจัดกิจกรรมดังกล่าวต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดจำนวน 6 ครั้งในพื้นที่ 5 จังหวัด ทั้งภาคเหนือและภาคกลาง ภายในงานนอกจากจะมี ผลิตภัณฑ์ไวไวราคาพิเศษแล้ว ยังได้ลุ้นของรางวัลพิเศษ อาทิ มอเตอร์ไซด์ ทีวี และโทรศัพท์มือถือ ขณะเดียวกันได้นำศิลปินดารามาร่วมสร้างสีสันภายในงานด้วย อาทิ กุ้ง สุธิราช - วิรดา วงศ์เทวัญ อาภาพร นครสวรรค์ และโหน ธนากร เป็นต้น
ด้านแบรนด์ยำยำมีแนวทางการทำตลาดเช่นเดียวกับแบรนด์อื่น อาทิ การจัดรายการส่งเสริมการขาย การจัดแคมเปญโปรโมชั่น และการใช้พรีเซ็นเตอร์ โดยมีศิลปินดาราคู่ขวัญ “ณเดชย์-ญาญ่า” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ล่าสุดได้ร่วมกับ บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด ทำแคมเปญ “Yum Yum Tem Tern Flavor of Life” เพื่อขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่น และสร้างการตลาดให้เกิดการรับรู้ในแบรนด์สินค้า ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อรสชาติต่างๆ ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยำยำชนิดถ้วยใหม่ เช่น รสหมูสับ เป็นอารมณ์สับรางไม่ทันเต็มเต็ม เป็นต้น พร้อมกับออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นวางจำหน่ายด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,169 วันที่ 26 - 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559






