thansettakij
ทางรอดครัวไทยปี 2026 หอการค้า-ส.อ.ท. ย้ำไม่ปรับสู่ดิจิทัลคือตกขบวนโลก

ทางรอดครัวไทยปี 2026 หอการค้า-ส.อ.ท. ย้ำไม่ปรับสู่ดิจิทัลคือตกขบวนโลก

03 ก.พ. 2569 | 07:25 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 07:41 น.

หอการค้า-สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กางแผนกู้วิกฤตส่งออกไทยปี 2026 ย้ำต้องเร่งเปลี่ยนสู่โรงงานดิจิทัลและ AI ก่อนตกขบวนการค้าโลก

KEY

POINTS

  • อุตสาหกรรมอาหารไทยเผชิญความท้าทายจากการส่งออกที่ชะลอตัว โดยทางรอดคือการเร่งปรับตัวด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล
  • การนำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิต (Smart Manufacturing) เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเชื่อมต่อกับซัพพลายเชนโลก
  • หอการค้าและสภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ตรงกันว่า หากผู้ประกอบการไม่ปรับตัวสู่ดิจิทัล จะทำให้สูญเสียโอกาสทางการแข่งขันและตกขบวนการค้าโลก

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและทิศทางการค้าอาหารที่เปลี่ยนเร็ว อุตสาหกรรมอาหารและการผลิตกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ ทั้งความมั่นคงทางอาหาร เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และการเชื่อมต่อซัพพลายเชนโลก ผู้นำภาคอุตสาหกรรมมองตรงกันว่า การเร่งนวัตกรรม ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และการยกระดับการแปรรูป คือกุญแจสำคัญที่จะกำหนดขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีภูมิภาคและตลาดโลก

โดย อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ประกาศยกระดับ ProPak Asia เป็นเวทีอุตสาหกรรมแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่มีบทบาทระดับภูมิภาคเอเชีย สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอาหารและการผลิต ท่ามกลางโจทย์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เทคโนโลยีเร่งตัว และความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย มองว่า อุตสาหกรรมอาหารโลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยมี 3 เทรนด์หลักเป็นตัวขับเคลื่อน ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหารที่ไม่ได้หยุดแค่ “มีอาหารเพียงพอ” แต่ต้องมีคุณค่าทางโภชนาการ อาหารเชิงหน้าที่ (Functional Food) และโภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) ซึ่งทั้งหมดต้องพึ่งพาเทคโนโลยีการผลิตและการแปรรูปที่แม่นยำมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ระบบอัตโนมัติขั้นสูงหรือ Hyper-Automation กำลังเข้ามาเร็วกว่าที่คาด และจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของภาคการผลิต ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อข้อมูลตลอดห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ

มองว่าการเชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจและห่วงโซ่มูลค่าทั้งระบบ (Total Value Chain) จะเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงคลังสินค้าและโลจิสติกส์ โดยเทคโนโลยีอย่าง IoT, AI และ Big Data จะมีบทบาทในการยกระดับโรงงานจากระบบเดิมสู่การผลิตอัจฉริยะที่ยืดหยุ่นและตอบสนองตลาดโลกได้รวดเร็วขึ้น

ทางรอดครัวไทยปี 2026 หอการค้า-ส.อ.ท. ย้ำไม่ปรับสู่ดิจิทัลคือตกขบวนโลก

ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารไทย ดร.เจริญ แก้วสุกใส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปี 2568 การส่งออกอาหารไทยมีมูลค่า 1.52 ล้านล้านบาท หดตัว 7.5% จากปีก่อน โดยกลุ่มเกษตรอาหารหดตัวแรงถึง 12.2% ขณะที่อุตสาหกรรมเกษตรลดลง 2.9% สะท้อนแรงกดดันจากตลาดหลักอย่างจีนและอาเซียนที่ชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม ยังเห็นสัญญาณบวกจากตลาดศักยภาพใหม่ ทั้งลาตินอเมริกา แอฟริกา สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ซึ่งชี้ว่า “ครัวของโลก” ของไทยยังมีโอกาส แต่ต้องตอบโจทย์ใหม่ให้ได้มากกว่าปริมาณ คือ ความทันสมัย ความปลอดภัย ความยั่งยืน และการเชื่อมต่อกับระบบการค้าโลก

ดร.เจริญ ระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารวันนี้ขับเคลื่อนด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่ นวัตกรรม การเชื่อมต่อโลก และความยั่งยืน นวัตกรรมไม่ใช่แค่การพัฒนารสชาติใหม่ แต่ต้องตอบโจทย์สุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการลดผลกระทบต่อโลก ขณะที่กระบวนการผลิตจำเป็นต้องเร่ง Digitize นำ AI และ Automation มาใช้ เปลี่ยนโรงงานเดิมสู่ Smart Manufacturing เพื่อให้เชื่อมต่อซัพพลายเชนโลกได้อย่างไร้รอยต่อ

ทางรอดครัวไทยปี 2026 หอการค้า-ส.อ.ท. ย้ำไม่ปรับสู่ดิจิทัลคือตกขบวนโลก

สอดคล้องกับมุมมองของ ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ซึ่งชี้ว่า การค้าโลกในปี 2569 เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ความไม่แน่นอนนี้กลับทำให้ “ความมั่นคงทางอาหาร” กลายเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ ไทยยังมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ผลิตอาหาร แต่ต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านอาหารแห่งอนาคตและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ Health & Wellness อย่างพิสูจน์ได้จริง

ทางรอดครัวไทยปี 2026 หอการค้า-ส.อ.ท. ย้ำไม่ปรับสู่ดิจิทัลคือตกขบวนโลก

การแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง (High Value) ต้องอาศัยนวัตกรรมเป็นกุญแจดอกแรก ขณะที่ Digital Transformation คือใบเบิกทางสู่ตลาดโลก เนื่องจากกฎระเบียบและคู่ค้าให้ความสำคัญกับข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ และความโปร่งใส หากไม่เร่งปรับตัวอาจเสียโอกาสทางการแข่งขัน

อีกโจทย์สำคัญคือการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเกษตรกรต้องรับรู้ความต้องการตลาดโลก โรงงานแปรรูปต้องเชื่อมต่อแหล่งผลิตเพื่อควบคุมคุณภาพอย่างเป็นระบบ การเชื่อมโยงเชิงโครงสร้างนี้จะทำให้อุตสาหกรรมอาหารไทยมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นต่อความผันผวนในระยะยาว

มุมมองจากผู้นำอุตสาหกรรมสะท้อนตรงกันว่า อนาคตอาหารและการผลิตไทยจะเดินต่อได้ ต้องอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเชื่อมต่อห่วงโซ่มูลค่าอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับจากผู้ผลิตสู่ผู้สร้างมูลค่าในเวทีโลก