

KEY
POINTS
ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึง 13.8 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 21.3 ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ความต้องการอาหารที่มีโภชนาการเฉพาะบุคคลเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า อาหารที่มีโภชนาการเฉพาะบุคคลส่วนใหญ่มีราคาสูงกว่าอาหารทั่วไป ทำให้กลุ่มเปราะบางหรือผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายได้อย่างเพียงพอ
เพื่อแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงเร่งพัฒนาระบบการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ “อาหารวัตถุประสงค์พิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโภชนาการให้เพียงพอ” ให้มีความชัดเจนและยืดหยุ่นภายใต้หลักวิชาการที่ถูกต้อง
โดยมีหัวใจสำคัญคือการทำให้ผลิตภัณฑ์มีโภชนาการที่เหมาะสมเหล่านี้เป็นสินค้าที่ เข้าถึงง่าย และ มีราคายุติธรรม ผ่านการส่งเสริมให้เกิดการผลิตและพัฒนานวัตกรรมภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูง
ทั้งนี้อย. ได้ร่วมหารือกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโภชนาการให้เพียงพอ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความเสี่ยงขาดสารอาหาร โดยเน้นให้การอนุมัติอนุญาตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แต่ยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัยสูงสุดตามหลักสากล ซึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ยังถือเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในระยะยาว
อย. ต้องการการส่งเสริมให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับช่วงวัยได้อย่างเท่าเทียม การปรับเกณฑ์ครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน