
รมว.คมนาคมชี้แจงข้อเท็จจริงประชุมฯรถไฟระหว่างไทย – จีน
รมว.คมนาคม ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผลการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ครั้งที่ 11
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผลการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 ว่าจะก่อสร้างการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทางเพียง 3.5 กิโลเมตร ซึ่งข้อเท็จจริงผลการประชุมได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ดังนี้
1. การดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ - นครราชสีมา จะดำเนินการระยะทางรวมทั้งสิ้น 253 กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ระหว่างสถานีกลางดง – ปางอโศก ช่วงที่ 2 ระยะทาง 10 กิโลเมตร ช่วงที่ 3 ระยะทาง 120.5 กิโลเมตร และช่วงที่ 4 ระยะทาง 119 กิโลเมตร โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในช่วงที่ 1 ก่อน เพื่อให้มีการก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และไม่มีทางยกระดับ ซึ่งฝ่ายจีนจะออกแบบรายละเอียดการก่อสร้าง ช่วงที่ 1 ส่งมอบให้ฝ่ายไทยภายในระยะเวลา 1 เดือน (ภายในเดือนกรกฎาคม 2559) เมื่อการออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ จากนั้นจะถอดแบบรายละเอียดเพื่อกำหนดเป็นราคาของโครงการฯ สำหรับใช้ในการดำเนินการประกวดราคาในช่วงเดือนสิงหาคม 2559 และจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในเดือนกันยายน 2559
ส่วนช่วงที่ 2 – 4 ฝ่ายจีนจะทยอยออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างและส่งมอบให้ฝ่ายไทยได้ตลอดเส้นทางภายในระยะเวลา 8 เดือน โดยในช่วงที่ 2 แล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2559 ช่วงที่ 3 แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2559 และช่วงที่ 4 แล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 โดยไทยได้ขอให้จีนจัดทีมออกแบบให้ครบทั้ง 4 ช่วงพร้อม ๆ กัน เพื่อให้การออกแบบรายละเอียดได้แล้วเสร็จตามกำหนด
2) รูปแบบการก่อสร้างโครงการ ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันเมื่อการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 11 – 13 พฤษภาคม 2559 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ดำเนินการในรูปแบบ Engineering Procurement and Construction (EPC) โดยแยกการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
- งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (EPC – 1) ฝ่ายไทยจะเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยเข้าร่วมก่อสร้างโครงการ และเพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้างได้เร็วที่สุด
- งานระบบรางและรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งระบบอาณัตสัญญาณ (EPC – 2) ฝ่ายจีนจะคัดเลือกรัฐวิสาหกิจของจีนที่มีผลงานด้านรถไฟความเร็วสูงที่มีคุณภาพ โดยได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายไทยเป็นผู้ดำเนินการรวมทั้งงานออกแบบรายละเอียด (Construction Drawing) ของงานโครงสร้างพื้นฐานใน EPC – 1 ฝ่ายไทยจะใช้แบบรายละเอียดดังกล่าวในการคัดเลือกบริษัทก่อสร้างของไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง รวมถึงฝ่ายไทยและจีน จะร่วมกันกำกับและตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้างงานโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นไปตามมาตรฐานของระบบรถไฟความเร็วสูงของจีน โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันยกร่างสัญญาในส่วน EPC - 2 ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสรุปมูลค่ากรอบวงเงินสำหรับการลงทุนได้ชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ และจะรายงานความก้าวหน้าพร้อมมูลค่าของการดำเนินโครงการฯ ให้รัฐบาลทราบได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2559 นี้
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผลการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 ว่าจะก่อสร้างการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทางเพียง 3.5 กิโลเมตร ซึ่งข้อเท็จจริงผลการประชุมได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ดังนี้
1. การดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ - นครราชสีมา จะดำเนินการระยะทางรวมทั้งสิ้น 253 กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ระหว่างสถานีกลางดง – ปางอโศก ช่วงที่ 2 ระยะทาง 10 กิโลเมตร ช่วงที่ 3 ระยะทาง 120.5 กิโลเมตร และช่วงที่ 4 ระยะทาง 119 กิโลเมตร โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในช่วงที่ 1 ก่อน เพื่อให้มีการก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และไม่มีทางยกระดับ ซึ่งฝ่ายจีนจะออกแบบรายละเอียดการก่อสร้าง ช่วงที่ 1 ส่งมอบให้ฝ่ายไทยภายในระยะเวลา 1 เดือน (ภายในเดือนกรกฎาคม 2559) เมื่อการออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ จากนั้นจะถอดแบบรายละเอียดเพื่อกำหนดเป็นราคาของโครงการฯ สำหรับใช้ในการดำเนินการประกวดราคาในช่วงเดือนสิงหาคม 2559 และจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในเดือนกันยายน 2559
ส่วนช่วงที่ 2 – 4 ฝ่ายจีนจะทยอยออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างและส่งมอบให้ฝ่ายไทยได้ตลอดเส้นทางภายในระยะเวลา 8 เดือน โดยในช่วงที่ 2 แล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2559 ช่วงที่ 3 แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2559 และช่วงที่ 4 แล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 โดยไทยได้ขอให้จีนจัดทีมออกแบบให้ครบทั้ง 4 ช่วงพร้อม ๆ กัน เพื่อให้การออกแบบรายละเอียดได้แล้วเสร็จตามกำหนด
2) รูปแบบการก่อสร้างโครงการ ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันเมื่อการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 11 – 13 พฤษภาคม 2559 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ดำเนินการในรูปแบบ Engineering Procurement and Construction (EPC) โดยแยกการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
- งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (EPC – 1) ฝ่ายไทยจะเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยเข้าร่วมก่อสร้างโครงการ และเพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้างได้เร็วที่สุด
- งานระบบรางและรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งระบบอาณัตสัญญาณ (EPC – 2) ฝ่ายจีนจะคัดเลือกรัฐวิสาหกิจของจีนที่มีผลงานด้านรถไฟความเร็วสูงที่มีคุณภาพ โดยได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายไทยเป็นผู้ดำเนินการรวมทั้งงานออกแบบรายละเอียด (Construction Drawing) ของงานโครงสร้างพื้นฐานใน EPC – 1 ฝ่ายไทยจะใช้แบบรายละเอียดดังกล่าวในการคัดเลือกบริษัทก่อสร้างของไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง รวมถึงฝ่ายไทยและจีน จะร่วมกันกำกับและตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้างงานโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นไปตามมาตรฐานของระบบรถไฟความเร็วสูงของจีน โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันยกร่างสัญญาในส่วน EPC - 2 ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสรุปมูลค่ากรอบวงเงินสำหรับการลงทุนได้ชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ และจะรายงานความก้าวหน้าพร้อมมูลค่าของการดำเนินโครงการฯ ให้รัฐบาลทราบได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2559 นี้






