
ปลัดมหาดไทยสั่งใช้กลไก “กศจ.” เร่งปลูกฝังค่านิยมอันดีงามแก่เด็กและเยาวชน
ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่ง คสช.ที่ ๑๐/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์และสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ โดยแต่งตั้ง “คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด” (กศจ.) ที่มี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน มีผู้แทนภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมเป็นกรรมการ โดยมีศึกษาธิการจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทางการจัดการศึกษา ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท รวมทั้งประสานและส่งเสริมการบริหารและการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัด นั้น
เพื่อให้การจัดการศึกษาของจังหวัดสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมในมิติต่างๆ ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์ด้านการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการอย่างสอดประสานกัน. กระทรวงมหาดไทยจึงกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้กลไกคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดในการสนับสนุนและส่งเสริมให้โรงเรียนและสถาบันการศึกษาในทุกจังหวัด จัดกิจกรรมสร้างเสริมวินัยและรักษาวัฒนธรรมไทยที่ดีงามให้แก่นักเรียน นักศึกษาดังนี้
๑.ขอความร่วมมือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด พิจารณากลั่นกรองคัดเลือกโรงเรียนที่มีศักยภาพหรือความพร้อม พิจารณาจัดทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งแนวทาง ขั้นตอนการดำเนินงาน ตลอดจนสนับสนุนงบประมาณไปบางส่วนแล้วเพื่อฝึกฝนให้เด็กนักเรียนมีความรู้ในการประกอบ อาชีพเกษตรเบื้องต้นและการทำบัญชีค่าใช้จ่ายครัวเรือนซึ่งจะทำให้ได้เรียนรู้หลักการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากโครงการดังกล่าวเพื่อจะได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย
๒.การฝึกฝนให้นักเรียน นักศึกษาเกิดความตระหนักรู้ในเรื่องแบบแผนธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น การเคารพสิทธิ์ผู้มาก่อน โดยการชี้แนะฝึกหัดให้นักเรียน นักศึกษารู้จักการเข้าคิวเข้าแถว ในโรงอาหาร หรือการใช้ห้องสมุดหรือ การเข้าคิวขึ้นรถหน้าโรงเรียน
๓.การเคารพกฎกติกามารยาทด้านการจราจร โดยเริ่มจากการชี้แนะให้นักเรียน นักศึกษาที่ขับรถยนต์หรือใช้จักรยานยนต์ มาเรียนหนังสือ ต้องมีใบขับขี่ สวมหมวกกันน็อค และเข้าใจ รู้จักและปฏิบัติตามกฎระเบียบจราจรอย่างเคร่งครัด การจัดระเบียบการจอดรถหรือยานพาหนะรับ-ส่งนักเรียน นักศึกษา ที่บริเวณหน้าโรงเรียนหรือสถานศึกษา เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชุมชนโดยรอบโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาหรือประชาคมอื่นๆ
๔. การฝึกหัดกริยามารยาทในเรื่องการไหว้ การเคารพผู้อาวุโส ตามธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย ตลอดจนการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยจัดเวรหรือร่วมกันทำความสะอาดภายในห้องเรียนหรือบริเวณโรงเรียนหรือการเก็บและแยกขยะของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ให้เป็นระเบียบปฏิบัติประจำ(รปจ.) โดยอาจมีการให้รางวัลหรือประกาศยกย่องชมเชยเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำความดี
ดังนั้น หากจังหวัดและคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดจะได้พิจารณาดำเนินการตามแนวทางข้างต้นโดยสามารถฝึกหัดนักเรียน นักศึกษาหรือจัดกิจกรรมในโรงเรียนทั้งเรื่องการเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเพื่อให้ติดเป็นนิสัยในการดำเนินชีวิต (way of life) และวัฒนธรรมไทยรวมทั้งสร้างเสริมวินัยในเรื่องต่างๆ จนเป็นนิสัยของลูกหลานโดยเริ่มตั้งแต่เยาว์วัยที่เป็นนักเรียน นักศึกษาได้อย่างพร้อมเพรียงกันทุกจังหวัดและต่อเนื่องแล้วก็จะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้การแก้ไขปัญหาสังคมด้านต่างๆ ในระยะยาว สามารถลดผลกระทบอันไม่พึงปรารถนาลงได้ และจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆประสบความสำเร็จ เช่น เรื่องการลดอุบัติเหตุทางถนน เพราะทุกคนตระหนักและรู้จักมารยาทการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องรวมทั้งมีวัฒนธรรมในการเคารพสิทธิ์ผู้มาก่อนอย่างเคร่งครัดในการเข้าแถวหรือเข้าคิวจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทุกคนยึดถืออย่างจริงจังต่อไป
เพื่อให้การจัดการศึกษาของจังหวัดสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมในมิติต่างๆ ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์ด้านการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการอย่างสอดประสานกัน. กระทรวงมหาดไทยจึงกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้กลไกคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดในการสนับสนุนและส่งเสริมให้โรงเรียนและสถาบันการศึกษาในทุกจังหวัด จัดกิจกรรมสร้างเสริมวินัยและรักษาวัฒนธรรมไทยที่ดีงามให้แก่นักเรียน นักศึกษาดังนี้
๑.ขอความร่วมมือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด พิจารณากลั่นกรองคัดเลือกโรงเรียนที่มีศักยภาพหรือความพร้อม พิจารณาจัดทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งแนวทาง ขั้นตอนการดำเนินงาน ตลอดจนสนับสนุนงบประมาณไปบางส่วนแล้วเพื่อฝึกฝนให้เด็กนักเรียนมีความรู้ในการประกอบ อาชีพเกษตรเบื้องต้นและการทำบัญชีค่าใช้จ่ายครัวเรือนซึ่งจะทำให้ได้เรียนรู้หลักการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากโครงการดังกล่าวเพื่อจะได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย
๒.การฝึกฝนให้นักเรียน นักศึกษาเกิดความตระหนักรู้ในเรื่องแบบแผนธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น การเคารพสิทธิ์ผู้มาก่อน โดยการชี้แนะฝึกหัดให้นักเรียน นักศึกษารู้จักการเข้าคิวเข้าแถว ในโรงอาหาร หรือการใช้ห้องสมุดหรือ การเข้าคิวขึ้นรถหน้าโรงเรียน
๓.การเคารพกฎกติกามารยาทด้านการจราจร โดยเริ่มจากการชี้แนะให้นักเรียน นักศึกษาที่ขับรถยนต์หรือใช้จักรยานยนต์ มาเรียนหนังสือ ต้องมีใบขับขี่ สวมหมวกกันน็อค และเข้าใจ รู้จักและปฏิบัติตามกฎระเบียบจราจรอย่างเคร่งครัด การจัดระเบียบการจอดรถหรือยานพาหนะรับ-ส่งนักเรียน นักศึกษา ที่บริเวณหน้าโรงเรียนหรือสถานศึกษา เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชุมชนโดยรอบโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาหรือประชาคมอื่นๆ
๔. การฝึกหัดกริยามารยาทในเรื่องการไหว้ การเคารพผู้อาวุโส ตามธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย ตลอดจนการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยจัดเวรหรือร่วมกันทำความสะอาดภายในห้องเรียนหรือบริเวณโรงเรียนหรือการเก็บและแยกขยะของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ให้เป็นระเบียบปฏิบัติประจำ(รปจ.) โดยอาจมีการให้รางวัลหรือประกาศยกย่องชมเชยเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำความดี
ดังนั้น หากจังหวัดและคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดจะได้พิจารณาดำเนินการตามแนวทางข้างต้นโดยสามารถฝึกหัดนักเรียน นักศึกษาหรือจัดกิจกรรมในโรงเรียนทั้งเรื่องการเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเพื่อให้ติดเป็นนิสัยในการดำเนินชีวิต (way of life) และวัฒนธรรมไทยรวมทั้งสร้างเสริมวินัยในเรื่องต่างๆ จนเป็นนิสัยของลูกหลานโดยเริ่มตั้งแต่เยาว์วัยที่เป็นนักเรียน นักศึกษาได้อย่างพร้อมเพรียงกันทุกจังหวัดและต่อเนื่องแล้วก็จะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้การแก้ไขปัญหาสังคมด้านต่างๆ ในระยะยาว สามารถลดผลกระทบอันไม่พึงปรารถนาลงได้ และจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆประสบความสำเร็จ เช่น เรื่องการลดอุบัติเหตุทางถนน เพราะทุกคนตระหนักและรู้จักมารยาทการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องรวมทั้งมีวัฒนธรรมในการเคารพสิทธิ์ผู้มาก่อนอย่างเคร่งครัดในการเข้าแถวหรือเข้าคิวจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทุกคนยึดถืออย่างจริงจังต่อไป






