
"อาร์เอส” รุกตลาดเฮลท์ แอนด์ บิวตี้ เปิดตัวบริษัท “ไลฟ์สตาร์”
สบช่องกระแสตลาดสุขภาพความงามบูม “อาร์เอส” รุกเปิดบริษัทใหม่ “ไลฟ์สตาร์” ลุยขยายเข้าไปลงทุนเต็มสูบ ทุ่มงบ 200 ล้านบาท เปิดตัว 4 แบรนด์หลัก “มาจีค-กราวีธัส-รีไวว์-โนเบิลไวท์” ชูสุดยอดนวัตกรรมครั้งแรกในเมืองไทย พร้อมแนะนำ 3 พรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง ปูพรมหนังโฆษณาทางทีวี สื่อกลางแจ้งทุกรูปแบบ และโซเชียลมีเดียเสริมทัพกระหึ่มทั่วประเทศ หวังเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งเป้าปีแรกโกยรายได้ 600 ล้านบาท
นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องด้วยมองเห็นแนวโน้มตลาดสุขภาพและความงามมีโอกาสทางการตลาดเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องทุกปี ที่สำคัญเติบโตในทิศทางสวนกระแสเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันคนไทยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันไปแล้ว ประกอบกับเชื่อมั่นว่าศักยภาพของอาร์เอสในฐานะเจ้าของสื่ออันดับต้นๆ ในเมืองไทย มาช่วยเป็นแต้มต่อทางด้านบริหารสื่อได้ดีและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ในปี 2558 จึงเข้าไปทดลองทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และ Call Center 1781 รวมทั้งใช้ช่อง 8 เป็นสื่อหลักในการทำตลาดขายสินค้า 8 แบรนด์ ปรากฏว่ากระแสตอบรับจากผู้บริโภคดีเกินความคาดหมาย ทั้งในแง่ยอดขายทะลุเป้าที่วางไว้และทำกำไรตั้งแต่ปีแรก
ล่าสุด จึงตัดสินใจขยายเข้าไปลงทุนในธุรกิจสุขภาพและความงาม (Health and Beauty) ภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ “ไลฟ์สตาร์ (LifeStar) เพื่อลุยทำตลาดเต็มรูปแบบ เนื่องด้วยมองเป็นธุรกิจหลักในอนาคต โดยได้เสริมความแข็งแกร่งด้วยการแสวงหาเทคโนโลยีจากสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลกหลายประเทศ อาทิเช่น สวิตเซอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, สเปน และญี่ปุ่น เพื่อคิดค้นสุดยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ความงาม ด้วยการนำสารสกัดจากธรรมชาติมาถอดรหัสผสานศาสตร์เทคโนโลยีชั้นสูง ตอบโจทย์สร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด อีกทั้งมีการนำเข้าส่วนประกอบสำคัญจากต่างประเทศมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้าที่มีคุณภาพอยู่แล้วยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่จำหน่ายในราคาเหมาะสม รวมทั้งได้ทีมงานมืออาชีพนำโดย “ดร.ชาคริต พิชญางกูร” ที่มีความรู้ความเข้าใจตลาดสุขภาพและความงามเป็นอย่างดี มารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด
อย่างไรก็ดี มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จกับการขยายเข้าสู่ธุรกิจใหม่ในครั้งนี้ เพราะบริษัทฯ มี 3 จุดแข็งสำคัญที่เป็นคีย์ ซัสเซส (Key Success) ในการทำตลาดครบถ้วน ประกอบด้วย มีสุดยอดนวัตกรรมตอบโจทย์ตรงตามความต้องการผู้บริโภค, มีช่องทางกระจายสินค้าครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และมีสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
ปีนี้ทุ่มงบทำตลาด 200 ล้านบาท มุ่งใช้กลยุทธ์นวัตกรรมแบบเปิด แสวงหาเทคโนโลยีจากสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลก และนำมาจดเป็นเครื่องหมายทางการค้า (trademark) เอกสิทธิ์เฉพาะของแต่ละแบรนด์ โดยเปิดเกมรุกทำตลาด 4 แบรนด์พร้อมกัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชะลอริ้วรอยแห่งวัย “มาจีค (Magique)”, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชะลอริ้วรอยแห่งวัย “กราวีธัส (Gravitas)” และผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง “รีไวว์ (Revive)” และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวขาวกระจ่างใส “โนเบิล ไวท์ (Noble White)” พร้อมแนะนำ 3 พรีเซ็นเตอร์ชื่อดังรวดเดียว คือ มาช่า วัฒนพานิช, ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล และเจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ พร้อมทั้งขยายช่องทางจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด, บิวตี้สโตร์ และร้านผลิตภัณฑ์ความงามครบวงจรทั่วประเทศ เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่เติบโตไม่หยุดยั้ง ตั้งเป้าปีแรกทำรายได้ 600 ล้านบาท
ด้าน ดร.ชาคริต พิชญางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลบริหารจัดการไลฟ์สตาร์ ซึ่งเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ของตนและความแข็งแกร่งของอาร์เอสจะนำพาธุรกิจบรรลุตามเป้าที่วางไว้ โดยในช่วงแรกจะดึงจุดแข็งศิลปินดาราที่มีชื่อเสียงมาเป็นแรงส่ง เพื่อช่วยร่นระยะเวลาการทำตลาด ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเชื่อมั่นและมั่นใจต่อแบรนด์สินค้านำไปสู่การทดลองใช้และเกิดการซื้อซ้ำ หรือบอกปากต่อปากได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว จึงได้เลือกซุปตาร์เมืองไทยที่มีบุคลิกเฉพาะตัวตรงตามคาแร็กเตอร์ของแต่ละแบรนด์สินค้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์
ในเบื้องต้นวางแผนรุกขยายช่องทางกระจายสินค้าเข้าสู่โมเดิร์นเทรด ได้แก่ ร้าน Watsons, ร้าน EVEANBOY ทุกสาขา บิวตี้สโตร์ และร้านผลิตภัณฑ์ความงามครบวงจรทั่วประเทศ เพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายของทุกผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณาแต่ละแบรนด์สินค้าผ่านทางสื่อดิจิตอลทีวีช่องหลักๆ เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำในวงกว้างรวดเร็วที่สุด ขณะเดียวกันใช้โซเชียลมีเดีย ได้แก่ เฟสบุ๊ค, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์ รวมทั้งบล็อกเกอร์ผลิตภัณฑ์ความงามร่วมโปรโมท เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายที่จำนวนไม่น้อยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ ตลอดจนติดตั้งบิลบอร์ดทั้งขนาดยักษ์และบริเวณริมทางเท้าบนถนนเส้นหลักกระจายอยู่ตามจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ 8 แบรนด์วางจำหน่ายในตลาด ได้แก่ มาจีค, รีไวว์, กราวีธัส, โนเบิลไวท์, ไทม์แคปซูล, สลิคซ์, เคลียร์เอ็กซ์เพิร์ท และเพียร่า โดย 4 แบรนด์หลักที่ตั้งเป้ารุกทำตลาดได้มีการจัดวางตำแหน่งสินค้า (Positioning) จับกลุ่มเป้าหมายแต่ละแบรนด์ชัดเจนไม่ทับซ้อนกัน ประกอบด้วย “มาจีค” ชูจุดเด่นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ สามารถถอดรหัสความลึบลับในการเอาชนะธรรมชาติของสาหร่ายหิมะแห่งเทือกเขาแอลป์ที่เปลี่ยนสีจากเขียวเป็นแดง มุ่งจับกลุ่มเป้าหมายอายุ 30 ปีขึ้นไปที่ต้องการชะลอริ้วรอยแห่งวัย, “กราวีธัส” ชูจุดเด่นนำสารสกัดจากการงอกแขนขึ้นใหม่ของปลาดาวมาเป็นส่วนผสม, “รีไวว์” ชูจุดเด่นนำสารสกัดจากไข่ปลาคาเวียร์มาเป็นวัตถุดิบหลัก มุ่งจับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการคืนชีวิตให้เส้นผมหนา นุ่ม และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ และ “โนเบิล ไวท์” ชูจุดเด่นนำสารสกัดจากไวท์ สตรอเบอร์รี่และน้ำแร่ภูเขาไปฟูจิจากประเทศญี่ปุ่นมาผสมผสานได้อย่างลงตัว มุ่งจับกลุ่มเป้าหมายอายุ 20 ปีขึ้นไปที่ต้องการผิวขาวกระจ่างใส
นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องด้วยมองเห็นแนวโน้มตลาดสุขภาพและความงามมีโอกาสทางการตลาดเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องทุกปี ที่สำคัญเติบโตในทิศทางสวนกระแสเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันคนไทยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันไปแล้ว ประกอบกับเชื่อมั่นว่าศักยภาพของอาร์เอสในฐานะเจ้าของสื่ออันดับต้นๆ ในเมืองไทย มาช่วยเป็นแต้มต่อทางด้านบริหารสื่อได้ดีและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ในปี 2558 จึงเข้าไปทดลองทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และ Call Center 1781 รวมทั้งใช้ช่อง 8 เป็นสื่อหลักในการทำตลาดขายสินค้า 8 แบรนด์ ปรากฏว่ากระแสตอบรับจากผู้บริโภคดีเกินความคาดหมาย ทั้งในแง่ยอดขายทะลุเป้าที่วางไว้และทำกำไรตั้งแต่ปีแรก
ล่าสุด จึงตัดสินใจขยายเข้าไปลงทุนในธุรกิจสุขภาพและความงาม (Health and Beauty) ภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ “ไลฟ์สตาร์ (LifeStar) เพื่อลุยทำตลาดเต็มรูปแบบ เนื่องด้วยมองเป็นธุรกิจหลักในอนาคต โดยได้เสริมความแข็งแกร่งด้วยการแสวงหาเทคโนโลยีจากสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลกหลายประเทศ อาทิเช่น สวิตเซอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, สเปน และญี่ปุ่น เพื่อคิดค้นสุดยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ความงาม ด้วยการนำสารสกัดจากธรรมชาติมาถอดรหัสผสานศาสตร์เทคโนโลยีชั้นสูง ตอบโจทย์สร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด อีกทั้งมีการนำเข้าส่วนประกอบสำคัญจากต่างประเทศมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้าที่มีคุณภาพอยู่แล้วยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่จำหน่ายในราคาเหมาะสม รวมทั้งได้ทีมงานมืออาชีพนำโดย “ดร.ชาคริต พิชญางกูร” ที่มีความรู้ความเข้าใจตลาดสุขภาพและความงามเป็นอย่างดี มารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด
อย่างไรก็ดี มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จกับการขยายเข้าสู่ธุรกิจใหม่ในครั้งนี้ เพราะบริษัทฯ มี 3 จุดแข็งสำคัญที่เป็นคีย์ ซัสเซส (Key Success) ในการทำตลาดครบถ้วน ประกอบด้วย มีสุดยอดนวัตกรรมตอบโจทย์ตรงตามความต้องการผู้บริโภค, มีช่องทางกระจายสินค้าครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และมีสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
ปีนี้ทุ่มงบทำตลาด 200 ล้านบาท มุ่งใช้กลยุทธ์นวัตกรรมแบบเปิด แสวงหาเทคโนโลยีจากสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลก และนำมาจดเป็นเครื่องหมายทางการค้า (trademark) เอกสิทธิ์เฉพาะของแต่ละแบรนด์ โดยเปิดเกมรุกทำตลาด 4 แบรนด์พร้อมกัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชะลอริ้วรอยแห่งวัย “มาจีค (Magique)”, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชะลอริ้วรอยแห่งวัย “กราวีธัส (Gravitas)” และผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง “รีไวว์ (Revive)” และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวขาวกระจ่างใส “โนเบิล ไวท์ (Noble White)” พร้อมแนะนำ 3 พรีเซ็นเตอร์ชื่อดังรวดเดียว คือ มาช่า วัฒนพานิช, ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล และเจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ พร้อมทั้งขยายช่องทางจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด, บิวตี้สโตร์ และร้านผลิตภัณฑ์ความงามครบวงจรทั่วประเทศ เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่เติบโตไม่หยุดยั้ง ตั้งเป้าปีแรกทำรายได้ 600 ล้านบาท
ด้าน ดร.ชาคริต พิชญางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลบริหารจัดการไลฟ์สตาร์ ซึ่งเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ของตนและความแข็งแกร่งของอาร์เอสจะนำพาธุรกิจบรรลุตามเป้าที่วางไว้ โดยในช่วงแรกจะดึงจุดแข็งศิลปินดาราที่มีชื่อเสียงมาเป็นแรงส่ง เพื่อช่วยร่นระยะเวลาการทำตลาด ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเชื่อมั่นและมั่นใจต่อแบรนด์สินค้านำไปสู่การทดลองใช้และเกิดการซื้อซ้ำ หรือบอกปากต่อปากได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว จึงได้เลือกซุปตาร์เมืองไทยที่มีบุคลิกเฉพาะตัวตรงตามคาแร็กเตอร์ของแต่ละแบรนด์สินค้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์
ในเบื้องต้นวางแผนรุกขยายช่องทางกระจายสินค้าเข้าสู่โมเดิร์นเทรด ได้แก่ ร้าน Watsons, ร้าน EVEANBOY ทุกสาขา บิวตี้สโตร์ และร้านผลิตภัณฑ์ความงามครบวงจรทั่วประเทศ เพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายของทุกผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณาแต่ละแบรนด์สินค้าผ่านทางสื่อดิจิตอลทีวีช่องหลักๆ เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำในวงกว้างรวดเร็วที่สุด ขณะเดียวกันใช้โซเชียลมีเดีย ได้แก่ เฟสบุ๊ค, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์ รวมทั้งบล็อกเกอร์ผลิตภัณฑ์ความงามร่วมโปรโมท เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายที่จำนวนไม่น้อยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ ตลอดจนติดตั้งบิลบอร์ดทั้งขนาดยักษ์และบริเวณริมทางเท้าบนถนนเส้นหลักกระจายอยู่ตามจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ 8 แบรนด์วางจำหน่ายในตลาด ได้แก่ มาจีค, รีไวว์, กราวีธัส, โนเบิลไวท์, ไทม์แคปซูล, สลิคซ์, เคลียร์เอ็กซ์เพิร์ท และเพียร่า โดย 4 แบรนด์หลักที่ตั้งเป้ารุกทำตลาดได้มีการจัดวางตำแหน่งสินค้า (Positioning) จับกลุ่มเป้าหมายแต่ละแบรนด์ชัดเจนไม่ทับซ้อนกัน ประกอบด้วย “มาจีค” ชูจุดเด่นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ สามารถถอดรหัสความลึบลับในการเอาชนะธรรมชาติของสาหร่ายหิมะแห่งเทือกเขาแอลป์ที่เปลี่ยนสีจากเขียวเป็นแดง มุ่งจับกลุ่มเป้าหมายอายุ 30 ปีขึ้นไปที่ต้องการชะลอริ้วรอยแห่งวัย, “กราวีธัส” ชูจุดเด่นนำสารสกัดจากการงอกแขนขึ้นใหม่ของปลาดาวมาเป็นส่วนผสม, “รีไวว์” ชูจุดเด่นนำสารสกัดจากไข่ปลาคาเวียร์มาเป็นวัตถุดิบหลัก มุ่งจับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการคืนชีวิตให้เส้นผมหนา นุ่ม และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ และ “โนเบิล ไวท์” ชูจุดเด่นนำสารสกัดจากไวท์ สตรอเบอร์รี่และน้ำแร่ภูเขาไปฟูจิจากประเทศญี่ปุ่นมาผสมผสานได้อย่างลงตัว มุ่งจับกลุ่มเป้าหมายอายุ 20 ปีขึ้นไปที่ต้องการผิวขาวกระจ่างใส






