thansettakij
thansettakij
การประปาส่วนภูมิภาคจับมือกปน.ยกระดับการให้บริการน้ำประปาที่สะอาดทั่วถึงทุกพื้นที่

การประปาส่วนภูมิภาคจับมือกปน.ยกระดับการให้บริการน้ำประปาที่สะอาดทั่วถึงทุกพื้นที่

15 มิ.ย. 59 | 09:32 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 59 | 16:39 น.
วันนี้ (15 มิ.ย.2559)  ณ ห้องประชุม 1 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการให้บริการน้ำประปา ระหว่างนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการ

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กับ นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการให้บริการน้ำประปาในพื้นที่รอยต่อระหว่างพื้นที่ให้บริการของ กปภ. และ กปน. ตลอดจนร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และทักษะความชำนาญด้านวิชาการ เทคโนโลยี สนับสนุนการผลิตและจ่ายน้ำประปาให้บริการประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง ทุกพื้นที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในปัจจุบันทรัพยากรน้ำในประเทศไทยประสบปัญหาทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงานในครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกระดับการให้บริการน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำประปาได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย

ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า การลงนามฯ ระหว่าง กปภ. และ กปน. ในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนและร่วมมือกันด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ด้านการให้บริการน้ำประปา ด้านวิชาการ เทคโนโลยี และด้านอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำประปาในพื้นที่รอยต่อ ซึ่งพื้นที่ตามความรับผิดชอบยังคงเป็นไปตามภารกิจที่กำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งของแต่ละหน่วยงานเช่นเดิม โดย กปภ. ยังคงรับผิดชอบในการให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนในพื้นที่ 74 จังหวัด ทั่วประเทศ ทั้ง 2 หน่วยงาน จะร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุวัตถุประสงค์และประสบความสำเร็จ เพื่อพัฒนาการให้บริการประปา อันจะนำประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า กปน. และ กปภ. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย ล้วนมีภารกิจสำคัญด้านการจัดการแหล่งน้ำดิบ เพื่อนำมาผลิตน้ำประปาที่สะอาดและปลอดภัย บริการประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเพียงพอและทั่วถึง ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 2 หน่วยงาน ได้ประสานความร่วมมือกันโดยตลอด ซึ่งเหลือพื้นที่ชายขอบเล็กน้อย สำหรับ กปน. สามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ นอกจากนี้ กปน. ได้ดำเนินการวางท่อประธานเพิ่มเติมบริเวณพื้นที่ชายขอบ ถึงแม้เป็นการลงทุนที่สูงแต่เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีน้ำใช้ และเพิ่มศักยภาพในการจ่ายน้ำรองรับการปริมาณความต้องการใช้น้ำที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต กปน. ขอให้ประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาในพื้นที่รอยต่อระหว่างพื้นที่ให้บริการของ กปภ. และ กปน. นอกจากนี้ ในความร่วมมือดังกล่าว ยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านนวัตกรรมประปา เรียนรู้ระหว่างกัน เพื่อให้การบริการงานประปาของทั้ง 2 หน่วยงาน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด