
กสทช.บี้จ่ายประมูลงวด 3 ร่อนสารเร่ง5ช่องดิจิตอล
กสทช. โยนลูกคณะอนุกรรมการฯพิจารณาช่องพีซทีวีก่อนเสนอที่ประชุมอีกครั้ง พร้อมเร่ง 5 ช่องจ่ายค่างวดประมูลครั้งที่ 3 ล่าสุดปรับอัตราการส่งนำเงินเข้ากทปส.ใหม่
ผศ.ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการสายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม หรือกสทช. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่13 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.)ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีบริษัท พีช เทเลวิชั่น จำกัด ได้ยื่นเอกสารคัดค้านการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ช่องรายการ พีซ ทีวี ต่อ กสท. โดยที่ประชุมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการนำเอกสารดังกล่าวไปรวมพิจารณากับเรื่องดังกล่าว แล้วนำเสนอที่ประชุม กสท. อีกครั้ง
ขณะเดียวกันที่ประชุม กสท. ได้มีมติให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556 และทำหนังสือถึงผู้รับใบอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลทั้ง 5 ราย ได้แก่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (ช่อง PPTV HD) บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ช่องไทยรัฐทีวี) บริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี จำกัด (ช่อง ONE) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด (ช่อง GMM25) และบริษัท ไบร์ท ทีวี จำกัด ที่ยังค้างชำระค่าธรรมเนียมให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ งวดที่ 3 ให้มาชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ
นอกจากนี้ ที่ประชุม กสท. มีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) ในกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ และมอบหมายให้สำนักงานฯ เสนอร่างประกาศต่อที่ประชุม กสทช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำไปสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และมอบหมายให้ กสท. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจนเสร็จสิ้นกระบวนการ
ล่าสุดกสทช.ได้ปรับอัตราอัตราการนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนาฯ รายได้ 5 ล้านบาทแรก อัตราการนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนาฯ 0.50% รายได้ส่วนที่เกินกว่า 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาทอัตราการนำส่งเงิน 0.75% รายได้ส่วนที่เกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท อัตราการนำส่งเงิน 1% รายได้ส่วนที่เกินกว่า 500 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1 พันล้านบาท อัตราการนำส่งเงิน 1.75%และรายได้ส่วนที่เกิน 1 พันล้านบาทขึ้นไปอัตรา 2%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,166 วันที่ 16 - 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ผศ.ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการสายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม หรือกสทช. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่13 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสท.)ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีบริษัท พีช เทเลวิชั่น จำกัด ได้ยื่นเอกสารคัดค้านการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ช่องรายการ พีซ ทีวี ต่อ กสท. โดยที่ประชุมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการนำเอกสารดังกล่าวไปรวมพิจารณากับเรื่องดังกล่าว แล้วนำเสนอที่ประชุม กสท. อีกครั้ง
ขณะเดียวกันที่ประชุม กสท. ได้มีมติให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556 และทำหนังสือถึงผู้รับใบอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลทั้ง 5 ราย ได้แก่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (ช่อง PPTV HD) บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด (ช่องไทยรัฐทีวี) บริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี จำกัด (ช่อง ONE) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด (ช่อง GMM25) และบริษัท ไบร์ท ทีวี จำกัด ที่ยังค้างชำระค่าธรรมเนียมให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ งวดที่ 3 ให้มาชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ
นอกจากนี้ ที่ประชุม กสท. มีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) ในกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ และมอบหมายให้สำนักงานฯ เสนอร่างประกาศต่อที่ประชุม กสทช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำไปสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และมอบหมายให้ กสท. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจนเสร็จสิ้นกระบวนการ
ล่าสุดกสทช.ได้ปรับอัตราอัตราการนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนาฯ รายได้ 5 ล้านบาทแรก อัตราการนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนาฯ 0.50% รายได้ส่วนที่เกินกว่า 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาทอัตราการนำส่งเงิน 0.75% รายได้ส่วนที่เกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท อัตราการนำส่งเงิน 1% รายได้ส่วนที่เกินกว่า 500 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1 พันล้านบาท อัตราการนำส่งเงิน 1.75%และรายได้ส่วนที่เกิน 1 พันล้านบาทขึ้นไปอัตรา 2%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,166 วันที่ 16 - 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559






