
ตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ปี’59 โตกว่าร้อยละ 33 จากปัจจัยหนุนด้านราคาที่ลดต่ำลง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์เรื่อง“ตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ปี’59 โตกว่าร้อยละ 33 จากปัจจัยหนุนด้านราคาที่ลดต่ำลง”
ประเด็นสำคัญ
•ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัจจุบัน หลอดไฟส่องสว่าง LED เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคไทยมากขึ้น อันเนื่องมาจากราคาที่ลดต่ำลง จากการเข้ามาแข่งขันในตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ของผู้เล่นมากรายขึ้น ประกอบกับคุณสมบัติเฉพาะของหลอดไฟ LED ที่ประหยัดไฟ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดไฟโดยทั่วไป ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไปบางส่วน หันมาเลือกใช้หลอดไฟ LED มากขึ้น แทนที่จะกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้บริโภคที่มีรายได้สูงเพียงกลุ่มเดียว
•สำหรับปี 2559 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ตลาดไฟส่องสว่าง LED จะมีมูลค่าประมาณ 4,980 – 5,150 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 33.5 – 38.1 เร่งตัวโตขึ้นจากร้อยละ 27.7 ในปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3,730 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าตลาดไฟส่องสว่าง LED ในปี 2559 จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 23.0 ของมูลค่าตลาดหลอดไฟส่องสว่างทั้งหมดที่มีมูลค่าราว 21,970 – 22,380 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวในกรอบร้อยละ 6 – 8 จากปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 20,720 ล้านบาท
•ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า หากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจทำการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของหลอดไฟส่องสว่างที่มีอยู่เดิม ก็จะทำให้ประเทศไทยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายของการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับส่องสว่างสูงถึง 40,949.9 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 29.4 ของค่าใช้จ่ายของการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับไฟส่องสว่างทั้งหมด
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “หลอดไฟส่องสว่าง” เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงการดำเนินงานขององค์กรภาคธุรกิจต่างๆ ซึ่งหลอดไฟส่องสว่างมีหลากหลายประเภท อาทิเช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดนีออน หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซต์หรือหลอดตะเกียบ หลอดไส้ และหลอด LED (Light Emitting Diode) เป็นต้น โดยแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้แสงสว่าง การใช้พลังงาน หรือแม้แต่อายุการใช้งาน
จากความต้องการใช้ไฟฟ้าในหมู่ผู้บริโภคไทยที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามจำนวนประชากรและการบริโภคอุปโภคที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับกระแสรณรงค์ในด้านการประหยัดพลังงาน รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งผลให้การใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED เป็นทางเลือกที่มีความน่าสนใจมากขึ้นในหมู่ผู้บริโภคไทย ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ เนื่องจากหลอดไฟ LED มีคุณสมบัติเด่นด้านการประหยัดพลังงาน และการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะมีการปล่อยพลังงานความร้อนและแสง UV ไม่มากนักเมื่อเทียบกับหลอดไฟประเภทอื่น อีกทั้ง ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยมีอายุการใช้งานสูงสุดราว 60,000 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่นราว 3-6 เท่า
สภาพการแข่งขันที่เข้มข้น และปัจจัยด้านราคาที่ลดต่ำลง...หนุนตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ปี’59 ขยายตัวมากกว่าร้อยละ 33.0
ในอดีตที่ผ่านมา หลอดไฟส่องสว่าง LED ยังไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้บริโภคไทยมากนัก เนื่องจากเป็นนวัตกรรมใหม่ที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ประกอบกับราคาที่อยู่ในระดับสูงกว่าราคาของหลอดไฟโดยทั่วไปหลายเท่าตัว ทำให้การใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED โดยส่วนใหญ่มักกระจุกตัวอยู่ในส่วนของการตกแต่งอาคาร ห้างสรรพสินค้า โรงงานขนาดใหญ่ โรงแรมระดับไฮเอนด์ และกลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไปที่มีรายได้สูง
อย่างไรกดี ในปัจจุบัน กลุ่มผู้ประกอบการในตลาดหลอดไฟส่องสว่างในไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเดิม หรือผู้ประกอบการรายใหม่ ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เริ่มให้ความสนใจในการผลิตและจัดจำหน่ายหลอดไฟส่องสว่าง LED ในไทยเพิ่มขึ้น จากการผลิตและจัดจำหน่ายหลอดไฟส่องสว่างโดยทั่วไปเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดไส้ เป็นต้น โดยทำการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ตั้งแต่การออกแบบ การใช้วัสดุ ไปจนถึงการผลิตและจำหน่าย เพื่อลดต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการ จนนำไปสู่ราคาขายที่ลดต่ำลง และส่งผลให้หลอดไฟส่องสว่าง LED ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคไทย ทั้งนี้ ในปัจจุบัน มีกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้ามาทำการแข่งขันในตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ในไทยอยู่ 2 กลุ่มหลัก โดยสามารถวิเคราะห์ลักษณะและสภาพการแข่งขัน รวมถึงกลยุทธ์ของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มได้ดังนี้
กลุ่มผู้ประกอบการไทย โดยมีการดำเนินธุรกิจในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตด้วยตนเองซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ผลิตหลอดไฟส่องสว่างเดิมแล้วเริ่มหันมาผลิตหลอดไฟ LED มากขึ้น หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลอดไฟ LED ของผู้ประกอบการผลิตหลอดไฟชั้นนำจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือแม้แต่ทำการจ้างผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตหลอดไฟ LED จากต่างประเทศ ซึ่งมักเป็นแหล่งการผลิตในประเทศจีนและไต้หวัน เพื่อสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง เป็นต้น โดยในปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยได้พยายามทำการตลาดด้วยการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายหลอดไฟ LED ให้หลากหลาย จากแต่เดิมที่มักจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน หรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มาสู่การจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสสำหรับการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้มากขึ้น
กลุ่มผู้ประกอบการต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และไต้หวัน เป็นต้น โดยเริ่มมีการขยายการผลิตผลิตภัณฑ์หลอดไฟส่องสว่าง โดยเฉพาะหลอดไฟ LED มากขึ้น และทำการจัดจำหน่ายผ่านผู้ประกอบการที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในไทย ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าวมีจุดแข็งในด้านเทคโนโลยีการผลิต เนื่องจากสามารถปรับใช้เทคโนโลยีในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เดิมมาใช้กับการผลิตหลอดไฟส่องสว่าง LED ได้ โดยสามารถผลิตได้ในปริมาณมากและในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้มีต้นทุนในการผลิตต่ำกว่าผู้ประกอบการไทย ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันในเรื่องราคาอีกทางหนึ่ง อีกทั้ง จากการที่เป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ ทำให้ผลิตภัณฑ์หลอดไฟ LED ของกลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าว ได้รับความไว้วางใจและเป็นที่รู้จักในวงกว้างในหมู่ผู้บริโภคไทย
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากการเข้ามาแข่งขันในตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ของผู้เล่นมากรายขึ้น ทั้งรายเดิมและรายใหม่จากในประเทศและต่างประเทศตามที่กล่าวมาข้างต้น ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญหลักที่ส่งผลให้ราคาของหลอดไฟส่องสว่าง LED โดยเฉลี่ยในตลาดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน มีราคาเฉลี่ยสูงกว่าหลอดไฟทั่วไปประมาณ 2-4 เท่า จากเดิมที่มีราคาสูงกว่าหลอดไฟโดยทั่วไปราว 6-7 เท่า ในช่วง 3 ปีก่อนหน้า ขณะที่หลอดไฟ LED บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่มีกำลังไฟไม่เกิน 8 วัตต์ ก็มีราคาใกล้เคียงกันกับหลอดไฟโดยทั่วไป ประกอบกับคุณสมบัติเฉพาะของหลอดไฟ LED ที่ประหยัดไฟ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดไฟปกติ รวมถึงการรณรงค์ในด้านการประหยัดพลังงานด้วยการส่งเสริมการใช้หลอดไฟ LED ทดแทนการใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์จากภาครัฐ ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไปบางส่วนหันมาเลือกใช้หลอดไฟ LED มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้หลอดไฟ LED ในโรงงานอุตสาหกรรม ฟาร์มการเกษตร หรือตกแต่งที่พักอาศัยหลังใหม่อย่างบ้านหรือคอนโดมิเนียม เป็นต้น เพราะมองว่าการติดตั้งหลอดไฟ LED เกิดความคุ้มค่าในระยะยาว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากปัจจัยต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะส่งผลให้ความต้องการใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED ในไทยขยายตัวมากขึ้น และผลักดันให้มูลค่าตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับปี 2559 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ตลาดไฟส่องสว่าง LED จะมีมูลค่าประมาณ 4,980 – 5,150 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 33.5 – 38.1 เร่งตัวโตขึ้นจากร้อยละ 27.7 ในปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3,730 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าตลาดไฟส่องสว่าง LED ในปี 2559 จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 23.0 ของมูลค่าตลาดหลอดไฟส่องสว่างทั้งหมดที่มีมูลค่าราว 21,970 – 22,380 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวในกรอบร้อยละ 6 – 8 จากปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 20,720 ล้านบาท
การจับพันธมิตร เพิ่มช่องทางจำหน่าย และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต…สร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การจับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและตกแต่งภายใน นิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจรับจัดงานอีเว้นต์ หรือแม้แต่ร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านขนาดกลางและขนาดใหญ่ในท้องถิ่น รวมไปถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น น่าจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหลอดไฟ เนื่องจากจะเป็นขยายช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภค และขยายฐานผู้ใช้งานหลอดไฟ LED ให้เพิ่มขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่เป็นผู้ผลิตหลอดไฟ LED ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการผลิตหลอดไฟส่องสว่าง LED จากต่างประเทศจะมีข้อได้เปรียบสำหรับการแข่งขันในด้านราคามากกว่ากลุ่มผู้ประกอบการผลิตไทย แต่ผู้ประกอบการไทยยังสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจจากการเติบโตของตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ได้ โดยในระยะสั้น ผู้ประกอบการควรสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจตามที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ในวงกว้างมากขึ้น และควรสร้างแบรนด์ให้ที่เป็นรู้จักแก่กลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไปด้วยการทำการตลาดหลากหลายช่องทางทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์
สำหรับในระยะยาว ผู้ประกอบการควรต้องทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตหลอดไฟมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัสดุที่ใช้ผลิตหลอดไฟอย่างการใช้เทคโนโลยีสะท้อนแสงแบบนาโน เพื่อลดอุณหภูมิความร้อน เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน และเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในด้านคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการออกแบบและผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้รวดเร็วขึ้น ลดการสูญเสียจากข้อผิดพลาดในการผลิต ซึ่งจะนำไปสู่ต้นทุนการผลิตที่ลดต่ำลง อันจะส่งผลให้สามารถแข่งขันในด้านราคากับคู่แข่งจากต่างประเทศได้ เป็นต้น อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางหรือขนาดเล็ก มีข้อจำกัดด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงเทคโนโลยีในการผลิต ก็อาจจะสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการผลิตขนาดใหญ่ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีหรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อแชร์ความรู้และใช้เทคโนโลยีต่างๆ ร่วมกัน
ถึงแม้ว่า ในปัจจุบัน ราคาของหลอดไฟส่องสว่าง LED ในไทย จะลดต่ำลง แต่ก็ยังมีราคาสูงกว่าหลอดไฟปกติตามที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้กลุ่มบริโภคโดยทั่วไปที่ใช้งานหลอดไฟ LED ส่วนใหญ่ ยังกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้สูง อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากราคาของหลอดไฟส่องสว่าง LED ลดต่ำลง จนถึงระดับที่ผู้บริโภคโดยทั่วไปสามารถจับจ่ายได้ ก็น่าจะเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญที่ทำให้ความต้องการใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED ในประเทศไทยเติบโตได้อีกมากในอนาคต
ประเด็นสำคัญ
•ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัจจุบัน หลอดไฟส่องสว่าง LED เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคไทยมากขึ้น อันเนื่องมาจากราคาที่ลดต่ำลง จากการเข้ามาแข่งขันในตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ของผู้เล่นมากรายขึ้น ประกอบกับคุณสมบัติเฉพาะของหลอดไฟ LED ที่ประหยัดไฟ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดไฟโดยทั่วไป ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไปบางส่วน หันมาเลือกใช้หลอดไฟ LED มากขึ้น แทนที่จะกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้บริโภคที่มีรายได้สูงเพียงกลุ่มเดียว
•สำหรับปี 2559 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ตลาดไฟส่องสว่าง LED จะมีมูลค่าประมาณ 4,980 – 5,150 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 33.5 – 38.1 เร่งตัวโตขึ้นจากร้อยละ 27.7 ในปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3,730 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าตลาดไฟส่องสว่าง LED ในปี 2559 จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 23.0 ของมูลค่าตลาดหลอดไฟส่องสว่างทั้งหมดที่มีมูลค่าราว 21,970 – 22,380 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวในกรอบร้อยละ 6 – 8 จากปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 20,720 ล้านบาท
•ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า หากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจทำการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของหลอดไฟส่องสว่างที่มีอยู่เดิม ก็จะทำให้ประเทศไทยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายของการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับส่องสว่างสูงถึง 40,949.9 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 29.4 ของค่าใช้จ่ายของการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับไฟส่องสว่างทั้งหมด
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “หลอดไฟส่องสว่าง” เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงการดำเนินงานขององค์กรภาคธุรกิจต่างๆ ซึ่งหลอดไฟส่องสว่างมีหลากหลายประเภท อาทิเช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดนีออน หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซต์หรือหลอดตะเกียบ หลอดไส้ และหลอด LED (Light Emitting Diode) เป็นต้น โดยแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้แสงสว่าง การใช้พลังงาน หรือแม้แต่อายุการใช้งาน
จากความต้องการใช้ไฟฟ้าในหมู่ผู้บริโภคไทยที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามจำนวนประชากรและการบริโภคอุปโภคที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับกระแสรณรงค์ในด้านการประหยัดพลังงาน รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งผลให้การใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED เป็นทางเลือกที่มีความน่าสนใจมากขึ้นในหมู่ผู้บริโภคไทย ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ เนื่องจากหลอดไฟ LED มีคุณสมบัติเด่นด้านการประหยัดพลังงาน และการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะมีการปล่อยพลังงานความร้อนและแสง UV ไม่มากนักเมื่อเทียบกับหลอดไฟประเภทอื่น อีกทั้ง ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยมีอายุการใช้งานสูงสุดราว 60,000 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่นราว 3-6 เท่า
สภาพการแข่งขันที่เข้มข้น และปัจจัยด้านราคาที่ลดต่ำลง...หนุนตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ปี’59 ขยายตัวมากกว่าร้อยละ 33.0
ในอดีตที่ผ่านมา หลอดไฟส่องสว่าง LED ยังไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้บริโภคไทยมากนัก เนื่องจากเป็นนวัตกรรมใหม่ที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ประกอบกับราคาที่อยู่ในระดับสูงกว่าราคาของหลอดไฟโดยทั่วไปหลายเท่าตัว ทำให้การใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED โดยส่วนใหญ่มักกระจุกตัวอยู่ในส่วนของการตกแต่งอาคาร ห้างสรรพสินค้า โรงงานขนาดใหญ่ โรงแรมระดับไฮเอนด์ และกลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไปที่มีรายได้สูง
อย่างไรกดี ในปัจจุบัน กลุ่มผู้ประกอบการในตลาดหลอดไฟส่องสว่างในไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเดิม หรือผู้ประกอบการรายใหม่ ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เริ่มให้ความสนใจในการผลิตและจัดจำหน่ายหลอดไฟส่องสว่าง LED ในไทยเพิ่มขึ้น จากการผลิตและจัดจำหน่ายหลอดไฟส่องสว่างโดยทั่วไปเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดไส้ เป็นต้น โดยทำการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ตั้งแต่การออกแบบ การใช้วัสดุ ไปจนถึงการผลิตและจำหน่าย เพื่อลดต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการ จนนำไปสู่ราคาขายที่ลดต่ำลง และส่งผลให้หลอดไฟส่องสว่าง LED ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคไทย ทั้งนี้ ในปัจจุบัน มีกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้ามาทำการแข่งขันในตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ในไทยอยู่ 2 กลุ่มหลัก โดยสามารถวิเคราะห์ลักษณะและสภาพการแข่งขัน รวมถึงกลยุทธ์ของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มได้ดังนี้
กลุ่มผู้ประกอบการไทย โดยมีการดำเนินธุรกิจในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตด้วยตนเองซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ผลิตหลอดไฟส่องสว่างเดิมแล้วเริ่มหันมาผลิตหลอดไฟ LED มากขึ้น หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลอดไฟ LED ของผู้ประกอบการผลิตหลอดไฟชั้นนำจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือแม้แต่ทำการจ้างผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตหลอดไฟ LED จากต่างประเทศ ซึ่งมักเป็นแหล่งการผลิตในประเทศจีนและไต้หวัน เพื่อสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง เป็นต้น โดยในปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยได้พยายามทำการตลาดด้วยการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายหลอดไฟ LED ให้หลากหลาย จากแต่เดิมที่มักจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน หรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มาสู่การจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสสำหรับการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้มากขึ้น
กลุ่มผู้ประกอบการต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และไต้หวัน เป็นต้น โดยเริ่มมีการขยายการผลิตผลิตภัณฑ์หลอดไฟส่องสว่าง โดยเฉพาะหลอดไฟ LED มากขึ้น และทำการจัดจำหน่ายผ่านผู้ประกอบการที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในไทย ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าวมีจุดแข็งในด้านเทคโนโลยีการผลิต เนื่องจากสามารถปรับใช้เทคโนโลยีในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เดิมมาใช้กับการผลิตหลอดไฟส่องสว่าง LED ได้ โดยสามารถผลิตได้ในปริมาณมากและในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้มีต้นทุนในการผลิตต่ำกว่าผู้ประกอบการไทย ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันในเรื่องราคาอีกทางหนึ่ง อีกทั้ง จากการที่เป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ ทำให้ผลิตภัณฑ์หลอดไฟ LED ของกลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าว ได้รับความไว้วางใจและเป็นที่รู้จักในวงกว้างในหมู่ผู้บริโภคไทย
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากการเข้ามาแข่งขันในตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ของผู้เล่นมากรายขึ้น ทั้งรายเดิมและรายใหม่จากในประเทศและต่างประเทศตามที่กล่าวมาข้างต้น ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญหลักที่ส่งผลให้ราคาของหลอดไฟส่องสว่าง LED โดยเฉลี่ยในตลาดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน มีราคาเฉลี่ยสูงกว่าหลอดไฟทั่วไปประมาณ 2-4 เท่า จากเดิมที่มีราคาสูงกว่าหลอดไฟโดยทั่วไปราว 6-7 เท่า ในช่วง 3 ปีก่อนหน้า ขณะที่หลอดไฟ LED บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่มีกำลังไฟไม่เกิน 8 วัตต์ ก็มีราคาใกล้เคียงกันกับหลอดไฟโดยทั่วไป ประกอบกับคุณสมบัติเฉพาะของหลอดไฟ LED ที่ประหยัดไฟ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดไฟปกติ รวมถึงการรณรงค์ในด้านการประหยัดพลังงานด้วยการส่งเสริมการใช้หลอดไฟ LED ทดแทนการใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์จากภาครัฐ ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไปบางส่วนหันมาเลือกใช้หลอดไฟ LED มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้หลอดไฟ LED ในโรงงานอุตสาหกรรม ฟาร์มการเกษตร หรือตกแต่งที่พักอาศัยหลังใหม่อย่างบ้านหรือคอนโดมิเนียม เป็นต้น เพราะมองว่าการติดตั้งหลอดไฟ LED เกิดความคุ้มค่าในระยะยาว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากปัจจัยต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะส่งผลให้ความต้องการใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED ในไทยขยายตัวมากขึ้น และผลักดันให้มูลค่าตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับปี 2559 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ตลาดไฟส่องสว่าง LED จะมีมูลค่าประมาณ 4,980 – 5,150 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 33.5 – 38.1 เร่งตัวโตขึ้นจากร้อยละ 27.7 ในปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3,730 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าตลาดไฟส่องสว่าง LED ในปี 2559 จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 23.0 ของมูลค่าตลาดหลอดไฟส่องสว่างทั้งหมดที่มีมูลค่าราว 21,970 – 22,380 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวในกรอบร้อยละ 6 – 8 จากปี 2558 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 20,720 ล้านบาท
การจับพันธมิตร เพิ่มช่องทางจำหน่าย และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต…สร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การจับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและตกแต่งภายใน นิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจรับจัดงานอีเว้นต์ หรือแม้แต่ร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านขนาดกลางและขนาดใหญ่ในท้องถิ่น รวมไปถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น น่าจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหลอดไฟ เนื่องจากจะเป็นขยายช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภค และขยายฐานผู้ใช้งานหลอดไฟ LED ให้เพิ่มขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่เป็นผู้ผลิตหลอดไฟ LED ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการผลิตหลอดไฟส่องสว่าง LED จากต่างประเทศจะมีข้อได้เปรียบสำหรับการแข่งขันในด้านราคามากกว่ากลุ่มผู้ประกอบการผลิตไทย แต่ผู้ประกอบการไทยยังสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจจากการเติบโตของตลาดหลอดไฟส่องสว่าง LED ได้ โดยในระยะสั้น ผู้ประกอบการควรสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจตามที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ในวงกว้างมากขึ้น และควรสร้างแบรนด์ให้ที่เป็นรู้จักแก่กลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไปด้วยการทำการตลาดหลากหลายช่องทางทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์
สำหรับในระยะยาว ผู้ประกอบการควรต้องทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตหลอดไฟมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัสดุที่ใช้ผลิตหลอดไฟอย่างการใช้เทคโนโลยีสะท้อนแสงแบบนาโน เพื่อลดอุณหภูมิความร้อน เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน และเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในด้านคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการออกแบบและผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้รวดเร็วขึ้น ลดการสูญเสียจากข้อผิดพลาดในการผลิต ซึ่งจะนำไปสู่ต้นทุนการผลิตที่ลดต่ำลง อันจะส่งผลให้สามารถแข่งขันในด้านราคากับคู่แข่งจากต่างประเทศได้ เป็นต้น อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางหรือขนาดเล็ก มีข้อจำกัดด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงเทคโนโลยีในการผลิต ก็อาจจะสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการผลิตขนาดใหญ่ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีหรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อแชร์ความรู้และใช้เทคโนโลยีต่างๆ ร่วมกัน
ถึงแม้ว่า ในปัจจุบัน ราคาของหลอดไฟส่องสว่าง LED ในไทย จะลดต่ำลง แต่ก็ยังมีราคาสูงกว่าหลอดไฟปกติตามที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้กลุ่มบริโภคโดยทั่วไปที่ใช้งานหลอดไฟ LED ส่วนใหญ่ ยังกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้สูง อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากราคาของหลอดไฟส่องสว่าง LED ลดต่ำลง จนถึงระดับที่ผู้บริโภคโดยทั่วไปสามารถจับจ่ายได้ ก็น่าจะเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญที่ทำให้ความต้องการใช้หลอดไฟส่องสว่าง LED ในประเทศไทยเติบโตได้อีกมากในอนาคต






