thansettakij
thansettakij
พาณิชย์เดินหน้าผลักดันล้งไทยเพื่อขยายการค้าด่านชายแดน

พาณิชย์เดินหน้าผลักดันล้งไทยเพื่อขยายการค้าด่านชายแดน

10 มิ.ย. 59 | 08:06 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 59 | 15:12 น.
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่จังหวัดตราด จันทบุรี และระยอง วันที่ 11-12 มิถุนายน 2559  เพื่อพบปะกับกลุ่มเกษตรกร และสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออก รวมทั้ง มีการประชุมหารือกับผู้ประกอบการรับซื้อผลไม้(ล้ง)ไทย เพื่อทราบสถานการณ์ผลไม้ และเพื่อผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย เพื่อให้มีศักยภาพในการส่งออก โดยเฉพาะส่งข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของผลไม้ไทย

ในการเดินทางไปครั้งนี้จะร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงซื้อ-ขายผลไม้ระหว่าง บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล จำกัด และบริษัทสยามแม็คโคร จำกัด(มหาชน) กับสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตร   จังหวัดตราด  และวิสาหกิจชุมชนสับปะรดตราดสีทอง รวม 4 สัญญา คือ 1.ระหว่างบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล จำกัด  กับ สหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรจังหวัดตราด 2 สัญญา เป็นผลไม้ปกติ และผลไม้ ออแกนนิค  2.บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล จำกัด  กับ  วิสาหกิจชุมชนสับปะรดตราดสีทอง

3.บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด(มหาชน) กับ วิสาหกิจชุมชนสับปะรดตราดสีทองรวมทั้ง 4 สัญญา ปริมาณเกือบ 500 ตัน ซึ่งบริษัทต้องการขยายการรับซื้อ แต่เนื่องจากปีนี้มีปริมาณผลไม้จำกัด

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางไปพบกับผู้ประกอบการชายแดนด่าน บ้านแหลม เพื่อหารือ เรื่องการค้าชายแดน และการผลักดันเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าผ่านด่านดังกล่าว

ตลาดชายแดนไทย-กัมพูชาในเขตจังหวัดจันทบุรี ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดการหมุนเวียน ด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทย - กัมพูชา เป็นทั้งจุดติดต่อค้าขาย นำเข้า ส่งออก รวมถึงการว่าจ้างแรงงาน ซึ่งปัจจุบันนี้ นอกจากจะมีการค้าโดยตรงกับประเทศกัมพูชาแล้ว ความสัมพันธ์ทางการค้า  ยังขยายตัวข้ามไปยังประเทศเวียดนามด้วย

สินค้าที่ไทยส่งออกไปขาย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ผลไม้ อาหารสัตว์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องยนต์ อะไหล่รถยนต์ ส่วนที่ประเทศไทยซื้อขายนำเข้าจากประเทศกัมพูชา ได้แก่มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง เศษเหล็ก เศษอลูมิเนียม อุปกรณ์เครื่องจักร์ เป็นต้น

ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรี มีจุดผ่านแดนถาวร 2 แห่ง ในจังหวัดจันทบุรี คือด่านบ้านแหลม และด่านบ้านผักกาด ทั้งสองแห่งอยู่ในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อน และสองแห่งนี้สามารถขออนุญาติผ่านเข้า-ออก ได้ทั้งบุคคล และยานพาหนะ โดยในปี 2558 มีมูลค่าการค้ารวม 12,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 76.53 และในปี 2559 (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่าการค้ารวม 4,763 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.49

 

 

 

ปัจจุบันสัดส่วนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ร้อยละ 62.00 เป็นการค้าผ่านด่านอรัฐประเทศ ซึ่งมีปัญหาความแออัดมาก รถบรรทุกสินค้าที่จะส่งออกไปกัมพูชาต้องใช้เวลารอการทำพิธีตรวจปล่อยครั้งละ 3-4 ชั่วโมง ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ภาพรวมสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทั้งนี้ในปี 2558 มีมูลค่าการค้าชายแดนรวม 124,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.60 เป็นการส่งออก 104,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.04 การนำเข้า 19,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.56 เป็นการส่งออก 36,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.58  การนำเข้า 9,552 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.49