thansettakij
thansettakij
ตั้งเป้า3ปีรายได้ทะลุ5พันล้าน ซัคเซสมอร์ชี้มั่นใจกลยุทธ์/ ผู้บริหาร / สินค้าพาธุรกิจฉลุย

ตั้งเป้า3ปีรายได้ทะลุ5พันล้าน ซัคเซสมอร์ชี้มั่นใจกลยุทธ์/ ผู้บริหาร / สินค้าพาธุรกิจฉลุย

14 มิ.ย. 59 | 13:00 น.
ซัคเซสมอร์ ตั้งเป้า 3 ปีข้างหน้าโกยรายได้ 5 พันล้าน มั่นใจแผนธุรกิจและความสามารถด้านบริหารงานของผู้บริหาร ชี้ 5 เดือนแรกของปีโตเท่าตัว สวนกระแสเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว คาดสิ้นปีคนแห่เข้าร่วมธุรกิจทะลุ 5 แสนคน

น.พ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้ง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงแบรนด์ซัคเซสมอร์ (SUCCESSMORE) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะ 3 ปีนับจากนี้ว่า ตั้งเป้าหมายทำรายได้ 5 พันล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะทำรายได้ 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ทำรายได้กว่า 1.3 พันล้านบาท โดยกลยุทธ์สำคัญ คือ การวางแนวทางการดำเนินธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นที่ต้องการช่วยให้คนนับล้านคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการวางระบบการดำเนินธุรกิจและระบบสนับสนุนต่างๆ อาทิ ระบบการฝึกอบรม การพัฒนาสินค้า การจัดจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและราคามาตรฐาน ซึ่งถือว่ามีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วจากการจัดตั้งบริษัทมาได้ประมาณ 3 ปี

สำหรับผลการดำเนินงานช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้เติบโตขึ้น 1 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการวางแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ทำให้มีคนสนใจสมัครสมาชิกเข้ามาซื้อสินค้าและดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นถึง 9 หมื่นราย หรือเฉลี่ยเดือนละกว่า 1.8 หมื่นราย และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีสมาชิกรวม 5 แสนรายจากปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 3.2 แสนราย และมีสมาชิกที่แอคทีฟซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องสัดส่วน 22 % ซึ่งการวางแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจภายนอก

“จากความเข้าใจธุรกิจของผู้บริหาร การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและราคามาตรฐาน ทำให้การดำเนินธุรกิจสามารถชนะปัจจัยภายนอก ซึ่งเป็นเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาได้ รวมถึงปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีรายจ่ายคงที่แต่รายรับน้อย คนจำนวนมากจึงมองหาธุรกิจ และมองหาบริษัทที่มีความมั่นคง ซึ่งบริษัทมีระบบการดำเนินธุรกิจที่พัฒนาคนให้ประสบความสำเร็จ แม้ว่าไม่มีความรู้หรือไม่มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ”

สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในปัจจุบันมี 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่ สินค้ากลุ่มเสริมอาหาร กลุ่มดูแลผิวพรรณ กลุ่มสินค้าส่วนบุคคล กลุ่มสินค้าในครัวเรือน และสินค้าการเกษตร สำหรับการเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร โดยมีจำนวนกว่า 50 รายการ ส่วนช่วงครึ่งปีหลังบริษัทได้วางแผนเพิ่มรายการสินค้าใหม่อีก 8 รายการ ในกลุ่มสินค้าสุขภาพและของใช้ส่วนบุคคล ปัจจุบันยอดขายต่อบิลยังอยู่ในภาวะคงที่ แต่การที่บริษัทมียอดขายเติบโต เป็นผลจากยอดการสั่งซื้อของสมาชิกรายใหม่

น.พ.สิทธวีร์ กล่าวอีกว่า ด้านการลงทุนในปีนี้ได้เตรียมงบประมาณไว้ 50-60 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายศูนย์ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 8-9 แห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากที่มีจำนวน 23 แห่ง โดยในประเทศเวียดนามจะขยาย 4 แห่ง เมียนมา 1 แห่ง และประเทศไทย 3-4 แห่ง ซึ่งในต่างประเทศปัจจุบันมีศูนย์ธุรกิจที่เปิดให้บริการในประเทศเมียนมา 1 แห่งที่ได้ขยายให้มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยพื้นที่ 1.8 พันตารางเมตร จากเดิมที่มีขนาดพื้นที่ 300 ตารางเมตร ที่สปป.ลาว 2 แห่ง และกัมพูชา 1 แห่ง

สำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ปัจจุบันมีสัดส่วนสมาชิกและนักธุรกิจประมาณ40% และมีรายได้ในสัดส่วน 40% ของรายได้รวม โดยแนวทางการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ ยังคงใช้แนวทางการตลาดเช่นเดียวกับที่ใช้ในประเทศไทย เนื่องจากมองว่าเป็นระบบการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้จริง และมองว่าคนในต่างประเทศยังมีความต้องการที่จะมีรายได้และมีธุรกิจที่มั่นคงเช่นเดียวกับคนไทยด้วย โดยแผนธุรกิจที่นำมาใช้เชื่อว่าจะช่วยสร้างการเติบโตให้กับผู้เข้าร่วมธุรกิจ รวมถึงช่วยทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงด้วยเช่นกัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,165 วันที่ 12 - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business