
ทีทีเอ็มพลัสบูมเที่ยวCLMVTคาดสะพัด1.5พันล้านดัน5คันทรี1 เดสติเนชันเชื่อมอาเซียน
ทีทีเอ็มพลัส เอื้อไทยต่อยอดแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาค ททท.ชี้ไปได้ดีแม้เป็นครั้งแรกที่ย้ายสถานที่จัดงานสู่เชียงใหม่ ประเมินมูลค่าการซื้อขายสินค้าท่องเที่ยวสะพัด 1.5 พันล้านบาท จากผู้ซื้อทั่วโลกที่เข้า
ร่วมงาน ทั้งประกาศความร่วมมือกลุ่มประเทศ CLMVT ในลักษณะ 5 คันทรี 1 เดสติเนชัน ชู 3 ความร่วมมือกระตุ้นท่องเที่ยวเชื่อมโยงอาเซียน ทั้งทางบก-อากาศ ทำแพ็กเกจทัวร์ร่วมกัน รวมถึงแชร์ค่าใช้จ่ายงานทราเวลในตลาดยุโรป
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท.เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การจัดงานทีทีเอ็มพลัสในปีนี้ ในสว่ นของทราเวลเทรด จากการสอบถามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน พบว่าการตัดสินใจย้ายการจัดงานมายังเชียงใหม่เป็นครั้งแรก เป็นไปด้วยดี แม้จำนวนผู้ประกอบการจะเข้าร่วมในสัดส่วนที่ใกล้เคียงการจัดงานในปีที่ผ่านมา แต่กลับพบว่าเกิดความตื่นตัวในเรื่องของสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆที่ได้รับความสนใจจากตลาดอย่างมากเพราะนอกจากจะมีการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ของจ.เชียงใหม่ ยังมีการนำเสนอโปรดักต์ในเมืองต้องห้ามพลัส ที่ทำให้ผู้ซื้อและสื่อมวลชนที่มาร่วมงานจากทั่วโลกรับทราบถึงจุดหมายการท่องเที่ยวเมืองรอง อย่างลำพูน ลำปางด้วย
ทั้งนี้ททท.ประเมินว่ามูลค่าการซื้อขายสินค้าด้านการท่องเที่ยวในงานทีทีเอ็มพลัสปีนี้น่าจะอยู่ที่ราว 1.5 พันล้านบาท เพิ่มจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา ที่มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ราว 1 พันล้านบาท
ส่วนความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศ CLMV ททท.ได้เปิดกลยุทธ์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน ภายใต้นโยบาย CLMVT (กลุ่มประเทศCLMV รวมไทย) ที่นายกรัฐมนตรี มองถึงความร่วมมือในเรื่องของการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยททท.ใช้เวที ทีทีเอ็มพลัส ในครั้งนี้ ประกาศจุดยืนถึงการร่วมมือกัน ในลักษณะ " 5 คันทรี 1 เดสติเนชัน" ที่เริ่มจากการจัดงานการแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนจากต่างประเทศที่เข้ามาร่วมงาน เดิมแต่ละประเทศในกลุ่ม CLMV จะจัดเวลาในการแถลงข่าวเพื่ออัพเดทสินค้าด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศแยกกันไป แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการแถลงรวมกัน โดยแต่ละประเทศจะนำสินค้าทางการท่องเที่ยวประเทศละ 7 นาที
นอกจากนี้ททท. ยังได้ผนึกความร่วมมือกับกลุ่ม CLMV เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงอาเซียน ที่จะดำเนินการร่วมกันใน 3 ประเด็น ประเด็นแรก คือ เรื่องการเข้าถึง ภายใต้ความร่วมมือ " CLMVT Linkage" เน้นเชื่อมต่อการเดินทางทั้งทางอากาศ หรือ Air Linkage และทางบก Land Linkage โดยในส่วนของ Air Linkage ททท. ได้เป็นผู้นำการประชุมกับสายการบินพันธมิตรเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางใหม่เชื่อมเมืองใหญ่ ๆ เข้าด้วยกัน และรวมไปถึงการเชื่อมเส้นทางระหว่างเมืองรองเข้าด้วยกัน ล่าสุดมีสายการบินสนใจและเปิดเที่ยวบินตามนโยบายดังกล่าว เช่น บางกอกแอร์เวย์ส เปิดบิน เชียงใหม่ - หลวงพระบาง และเชียงใหม่ - เวียงจันทน์ เส้นทางบินละ 7 เที่ยวต่อสัปดาห์ เริ่ม 1 ตุลาคมนี้ นอกจากนี้ ยังมี เชียงใหม่ - บากัน ประเทศเมียนมา และยังตราด - พนมเปญ กัมพูชา ซึ่งจะเปิดบินต่อเนื่อง ไทยแอร์เอเชีย เปิดเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ นกแอร์ เปิดเส้นทางบิน กรุงเทพฯ - มัณฑะเลย์ (เมียนมา) 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ภายในตุลาคม-พฤศจิกายนนี้
ขณะที่ Land Linkage จะเป็นเรื่องของการสร้างถนนขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อพัฒนาให้เป็น "อาเซียน ไฮเวย์" โดยเน้นการเชื่อมต่อของไทยกับเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางหลายเส้นทางที่เชื่อมระหว่างประเทศสมาชิก CLMVT เช่น เส้นทางสาย R3A เชื่อม สปป.ลาว ไทย และจีน เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก และเส้นทาง New Trade Line เชื่อมไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม เข้าด้วยกัน
ประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องการเชื่อมโยงแพ็คเกจท่องเที่ยวร่วมกัน เช่น เมียนมาร์ เสนอเชื่อมโยงแพ็กเกจท่องเที่ยวเส้นทางมรดกโลก อาทิ มัณฑะเลย์-หลวงพระบาง, มัณฑะเลย์-อุดรธานี และ3.กระบวนการดำเนินการด้านการตลาดร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เช่นเวลาไปจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในต่างประเทศ งานบางคนที่เหมาะสมในปีหน้า อาจมีการแชร์ค่าใช้จ่ายในการไปออกงานร่วมกัน ซึ่งมองโอกาสในตลาดยุโรป เพราะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่ม CLMVT
ไม่เพียงแต่การร่วมมือระหว่างกันในงานทีทีเอ็มพลัสเท่านั้น ในการจัดงาน CLMVT Forum 2016 ระหว่างวันที่ 16-18 มิถุนายนนี้ ที่กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่จะมีการหารือทั้งเรื่องของการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวร่วมกันระหว่างภาครัฐ และมีภาคเอกชนเข้าร่วมงาน ซึ่งในเรื่องของการท่องเที่ยวจะเน้นเรื่องการนำเสนอการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน
"ในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศสมาชิกอาเซียน ถึง 98 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 7.3% โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกลุ่มประเทศสมาชิก CLMVT คิดเป็น 42% ของนักท่องเที่ยวอาเซียน อีกทั้งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 26.8 ล้านคน ในปี 2553 เป็น 44.42 ล้านคน ในปี 2557 เติบโต 62 % ภายใน 5 ปี จากการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ททท. เล็งเห็นถึงความสำคัญและนำเสนอแผน CLMVT Linkage เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงอาเซียน ซึ่งเป้าหมายของ ททท. คือ การนำนักท่องเที่ยวคุณภาพในอาเซียน ซึ่งมีจำนวนกว่า 680 ล้านคน เข้ามาเที่ยวในไทย และกลุ่ม CLML เพิ่มขึ้น หากสามารถดึงมาได้ซัก 10% หรือ 68 ล้านคน ก็สามารถรองรับความเสี่ยงจากตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ขณะนี้ได้"
อีกทั้ง ททท. ยังได้ประชาสัมพันธ์แพ็กเกจท่องเที่ยวในลักษณะ " สองประเทศหนึ่งจุดหมายปลายทาง" สู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก อาทิ แพ็กเกจทัวร์ "ข้าม 2 จุดตรวจ ท่องเที่ยวใน 2 ประเทศ" พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมทางการตลาดทั้งระดับทวิภาคีและไตรภาคีจำนวนมาก
ขณะเดียวกันททท.ยังอยู่ระหว่างวางแผนเสนอโครงการ "ASEAN Bucket List : Fifty Things to Discover ASEANESS" เพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใน 10 ประเทศอาเซียนที่สามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกันและสะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ของอาเซียน เพื่อสร้างให้เกิดเป็นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ที่เป็นรูปธรรม โดยคัดสรรสินค้าท่องเที่ยวของสมาชิกอาเซียนที่มีความคล้ายคลึงกัน ใน 6 กลุ่ม คือ ASEAN Festival/Spiritual Events, Community-Based Tourism, Cruise and River-Based Tourism, The Journey of Rice, ASEAN Overland Connectivity, ASEAN Markets and Bazaars เพื่อร่วมฉลองครบรอบการก่อตั้ง 50 ปี อาเซียน ผ่านแคมเปญ "VISIT ASEAN@50"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,165 วันที่ 12 - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ร่วมงาน ทั้งประกาศความร่วมมือกลุ่มประเทศ CLMVT ในลักษณะ 5 คันทรี 1 เดสติเนชัน ชู 3 ความร่วมมือกระตุ้นท่องเที่ยวเชื่อมโยงอาเซียน ทั้งทางบก-อากาศ ทำแพ็กเกจทัวร์ร่วมกัน รวมถึงแชร์ค่าใช้จ่ายงานทราเวลในตลาดยุโรป
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท.เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การจัดงานทีทีเอ็มพลัสในปีนี้ ในสว่ นของทราเวลเทรด จากการสอบถามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน พบว่าการตัดสินใจย้ายการจัดงานมายังเชียงใหม่เป็นครั้งแรก เป็นไปด้วยดี แม้จำนวนผู้ประกอบการจะเข้าร่วมในสัดส่วนที่ใกล้เคียงการจัดงานในปีที่ผ่านมา แต่กลับพบว่าเกิดความตื่นตัวในเรื่องของสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆที่ได้รับความสนใจจากตลาดอย่างมากเพราะนอกจากจะมีการนำเสนอโปรดักต์ใหม่ของจ.เชียงใหม่ ยังมีการนำเสนอโปรดักต์ในเมืองต้องห้ามพลัส ที่ทำให้ผู้ซื้อและสื่อมวลชนที่มาร่วมงานจากทั่วโลกรับทราบถึงจุดหมายการท่องเที่ยวเมืองรอง อย่างลำพูน ลำปางด้วย
ทั้งนี้ททท.ประเมินว่ามูลค่าการซื้อขายสินค้าด้านการท่องเที่ยวในงานทีทีเอ็มพลัสปีนี้น่าจะอยู่ที่ราว 1.5 พันล้านบาท เพิ่มจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา ที่มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ราว 1 พันล้านบาท
ส่วนความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศ CLMV ททท.ได้เปิดกลยุทธ์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน ภายใต้นโยบาย CLMVT (กลุ่มประเทศCLMV รวมไทย) ที่นายกรัฐมนตรี มองถึงความร่วมมือในเรื่องของการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยททท.ใช้เวที ทีทีเอ็มพลัส ในครั้งนี้ ประกาศจุดยืนถึงการร่วมมือกัน ในลักษณะ " 5 คันทรี 1 เดสติเนชัน" ที่เริ่มจากการจัดงานการแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนจากต่างประเทศที่เข้ามาร่วมงาน เดิมแต่ละประเทศในกลุ่ม CLMV จะจัดเวลาในการแถลงข่าวเพื่ออัพเดทสินค้าด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศแยกกันไป แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการแถลงรวมกัน โดยแต่ละประเทศจะนำสินค้าทางการท่องเที่ยวประเทศละ 7 นาที
นอกจากนี้ททท. ยังได้ผนึกความร่วมมือกับกลุ่ม CLMV เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงอาเซียน ที่จะดำเนินการร่วมกันใน 3 ประเด็น ประเด็นแรก คือ เรื่องการเข้าถึง ภายใต้ความร่วมมือ " CLMVT Linkage" เน้นเชื่อมต่อการเดินทางทั้งทางอากาศ หรือ Air Linkage และทางบก Land Linkage โดยในส่วนของ Air Linkage ททท. ได้เป็นผู้นำการประชุมกับสายการบินพันธมิตรเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางใหม่เชื่อมเมืองใหญ่ ๆ เข้าด้วยกัน และรวมไปถึงการเชื่อมเส้นทางระหว่างเมืองรองเข้าด้วยกัน ล่าสุดมีสายการบินสนใจและเปิดเที่ยวบินตามนโยบายดังกล่าว เช่น บางกอกแอร์เวย์ส เปิดบิน เชียงใหม่ - หลวงพระบาง และเชียงใหม่ - เวียงจันทน์ เส้นทางบินละ 7 เที่ยวต่อสัปดาห์ เริ่ม 1 ตุลาคมนี้ นอกจากนี้ ยังมี เชียงใหม่ - บากัน ประเทศเมียนมา และยังตราด - พนมเปญ กัมพูชา ซึ่งจะเปิดบินต่อเนื่อง ไทยแอร์เอเชีย เปิดเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ นกแอร์ เปิดเส้นทางบิน กรุงเทพฯ - มัณฑะเลย์ (เมียนมา) 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ภายในตุลาคม-พฤศจิกายนนี้
ขณะที่ Land Linkage จะเป็นเรื่องของการสร้างถนนขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อพัฒนาให้เป็น "อาเซียน ไฮเวย์" โดยเน้นการเชื่อมต่อของไทยกับเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางหลายเส้นทางที่เชื่อมระหว่างประเทศสมาชิก CLMVT เช่น เส้นทางสาย R3A เชื่อม สปป.ลาว ไทย และจีน เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก และเส้นทาง New Trade Line เชื่อมไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม เข้าด้วยกัน
ประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องการเชื่อมโยงแพ็คเกจท่องเที่ยวร่วมกัน เช่น เมียนมาร์ เสนอเชื่อมโยงแพ็กเกจท่องเที่ยวเส้นทางมรดกโลก อาทิ มัณฑะเลย์-หลวงพระบาง, มัณฑะเลย์-อุดรธานี และ3.กระบวนการดำเนินการด้านการตลาดร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เช่นเวลาไปจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในต่างประเทศ งานบางคนที่เหมาะสมในปีหน้า อาจมีการแชร์ค่าใช้จ่ายในการไปออกงานร่วมกัน ซึ่งมองโอกาสในตลาดยุโรป เพราะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่ม CLMVT
ไม่เพียงแต่การร่วมมือระหว่างกันในงานทีทีเอ็มพลัสเท่านั้น ในการจัดงาน CLMVT Forum 2016 ระหว่างวันที่ 16-18 มิถุนายนนี้ ที่กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่จะมีการหารือทั้งเรื่องของการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวร่วมกันระหว่างภาครัฐ และมีภาคเอกชนเข้าร่วมงาน ซึ่งในเรื่องของการท่องเที่ยวจะเน้นเรื่องการนำเสนอการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน
"ในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศสมาชิกอาเซียน ถึง 98 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 7.3% โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกลุ่มประเทศสมาชิก CLMVT คิดเป็น 42% ของนักท่องเที่ยวอาเซียน อีกทั้งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 26.8 ล้านคน ในปี 2553 เป็น 44.42 ล้านคน ในปี 2557 เติบโต 62 % ภายใน 5 ปี จากการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ททท. เล็งเห็นถึงความสำคัญและนำเสนอแผน CLMVT Linkage เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงอาเซียน ซึ่งเป้าหมายของ ททท. คือ การนำนักท่องเที่ยวคุณภาพในอาเซียน ซึ่งมีจำนวนกว่า 680 ล้านคน เข้ามาเที่ยวในไทย และกลุ่ม CLML เพิ่มขึ้น หากสามารถดึงมาได้ซัก 10% หรือ 68 ล้านคน ก็สามารถรองรับความเสี่ยงจากตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ขณะนี้ได้"
อีกทั้ง ททท. ยังได้ประชาสัมพันธ์แพ็กเกจท่องเที่ยวในลักษณะ " สองประเทศหนึ่งจุดหมายปลายทาง" สู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก อาทิ แพ็กเกจทัวร์ "ข้าม 2 จุดตรวจ ท่องเที่ยวใน 2 ประเทศ" พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมทางการตลาดทั้งระดับทวิภาคีและไตรภาคีจำนวนมาก
ขณะเดียวกันททท.ยังอยู่ระหว่างวางแผนเสนอโครงการ "ASEAN Bucket List : Fifty Things to Discover ASEANESS" เพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใน 10 ประเทศอาเซียนที่สามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกันและสะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ของอาเซียน เพื่อสร้างให้เกิดเป็นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ที่เป็นรูปธรรม โดยคัดสรรสินค้าท่องเที่ยวของสมาชิกอาเซียนที่มีความคล้ายคลึงกัน ใน 6 กลุ่ม คือ ASEAN Festival/Spiritual Events, Community-Based Tourism, Cruise and River-Based Tourism, The Journey of Rice, ASEAN Overland Connectivity, ASEAN Markets and Bazaars เพื่อร่วมฉลองครบรอบการก่อตั้ง 50 ปี อาเซียน ผ่านแคมเปญ "VISIT ASEAN@50"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,165 วันที่ 12 - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559






