thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ผลักดันเปิด“ตลาดต้องชม” ต่อเนื่อง เปิดแล้ว 44 แห่ง เล็งเปิดอีก 12 แห่งในเดือนมิ.ย.

พาณิชย์ผลักดันเปิด“ตลาดต้องชม” ต่อเนื่อง เปิดแล้ว 44 แห่ง เล็งเปิดอีก 12 แห่งในเดือนมิ.ย.

03 มิ.ย. 59 | 09:23 น.
อัปเดตล่าสุด :03 มิ.ย. 59 | 16:38 น.
นางอภิรดี  ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้เริ่มดำเนินโครงการ“ตลาดต้องชม”มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 เพื่อเป็นกลไกในการขยายช่องทางการตลาดสร้างรายได้ให้กับชุมชน และเชื่อมโยงภาคการค้ากับการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน อันส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้    การบริโภคภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น(Local Economy) ได้เป็นอย่างดี สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความเข้มเข็งในทุกมิติ และขับเคลื่อนประเทศชาติตามยุทธศาสตร์ “ประชารัฐ” จนถึงเดือนพฤษภาคม 2559  มีจำนวนตลาดต้องชมเปิดดำเนินการแล้ว 44 จังหวัด แผนเปิดตลาดต้องชมเพิ่มเติมอีก 12 แห่งในเดือนมิถุนายน และจะทยอยเปิดจนครบทุกจังหวัดภายในเดือนกันยายน ศกนี้

ตลาดต้องชมที่จะเปิดในเดือนมิถุนายน 2559 เป็นแห่งแรก คือ ตลาดโนนหอมไผ่ล้อมพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ในวันที่ 3 มิถุนายน และล่าสุดที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายน 2559 คือ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ (นายพินิจ   หาญพาณิชย์) และผู้ตรวจราชการและโฆษกกระทรวงพาณิชย์ (นางสาว บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์) ร่วมทำพิธีเปิดตลาดแห่งนี้เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป จุดเด่นของตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง คือ เป็นตลาดน้ำเพื่อสุขภาพที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ อัตลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นวิถีชีวิตริมน้ำของชาวพระประแดง และกิจกรรม ทั้งในเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพใจ โดยพื้นที่สีเขียวโอบล้อมตลาด มีสวนผลไม้ อาทิ สวนมะม่วง และสวนมะพร้าว มีบริการเรือพายให้ชมทัศนียภาพสองฝั่งคลอง กิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพเที่ยวบางกระเจ้า รวมทั้งยังเป็นศูนย์รวมสินค้า OTOP ที่สร้างสรรค์จากชุมชน เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา บ้านธูปสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากทะเล อาทิ กุ้งแห้ง กะปิ หอยดอง ภาพประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว ของตกแต่งบ้านที่ทำจากหญ้าหลากสี รวมถึงผลิตภัณฑ์ผักตบชวา ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งคุณลักษณะพิเศษต่างๆ ของตลาดต้องชมสามารถที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้ามาใช้บริการและจับจ่ายสินค้า ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนกลับมายังชุมชนอย่างต่อเนื่อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการพัฒนาไปสู่การเป็น “ตลาดต้องชม”     ก็คือ การยกระดับตลาดชุมชน ด้วยการคงไว้ซึ่งอัตตลักษณ์ของตลาดชุมชน โดยกระทรวงพาณิชย์จะนำเอกลักษณ์พาณิชย์เข้าไปส่งเสริม เริ่มตั้งแต่ราคาขายที่เป็นธรรมและติดป้ายแสดงราคาชัดเจน น้ำหนักสินค้าเที่ยงตรงความสะอาด ความเป็นระเบียบ ตลอดจนสินค้าคุณภาพดีและมีความหลากหลาย ตลาดต้องชมนับเป็นโครงการประชารัฐ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนระดับจังหวัด โดยมีเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนและภาครัฐเป็นผู้คอยให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง