thansettakij
thansettakij
ชูกลยุทธ์สปอร์ตรับยูโร2016 แมคโดนัลด์- เบอร์เกอร์คิงอัดแคมเปญเอาใจคอบอล

ชูกลยุทธ์สปอร์ตรับยูโร2016 แมคโดนัลด์- เบอร์เกอร์คิงอัดแคมเปญเอาใจคอบอล

05 มิ.ย. 59 | 10:00 น.
ศึกร้านอาหารบริการด่วนคึก แบรนด์ดังปรับทัพรับมหกรรมกีฬาระดับโลก ฟุตบอลยูโร 2016 และโอลิมปิกเกม “แมคโดนัลด์” ยํ้าแชมป์ความเป็นเจ้าตลาดคลอดแคมเปญรับ ทั้งเมนูใหม่ยันกิจกรรมร่วมในสนามมั่นใจสร้างการเติบโตมากกว่า 50% ขณะที่ “เบอร์เกอร์คิง” พร้อมรบเตรียม 38 สาขา เปิดบริการ 24 ชั่วโมงก่อนทุ่ม 425 ล้านสูงสุดรอบ 16ปีปูพรมขยายสาขา สร้างกิจกรรมการตลาดต่อเนื่อง

[caption id="attachment_58394" align="aligncenter" width="356"] เพชรัตน์ อุทัยสาง เพชรัตน์ อุทัยสาง[/caption]

นางสาวเพชรัตน์ อุทัยสางประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดบริษัท แมคไทย จำกัด ผู้บริหารร้านบริการด่วนแมคโดนัลด์ เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลฟุตบอลยูโร 2016 และกีฬาโอลิมปิกในช่วงกลางปีที่จะมาถึงนี้ แมคโดนัลด์ได้มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรม โอลิมปิก คิดส์เพื่อเฟ้นหาหนูน้อยผู้โชคดี 2 รายร่วมเดินทางไปเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศบราซิล ขณะที่ในช่วงฟุตบอลยูโรที่จะถึงนี้ บริษัทได้จัดชุดอาหารสุดคุ้มที่ล้อไปกับธีมฟุตบอลยูโร โดยจะมีทั้งการเปิดตัวโลโกที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญเข้ามากระตุ้นยอดขาย ซึ่งจะเปิดตัวแคมเปญอย่างเป็นทางการในวันที่ 3มิถุนายนนี้

“แมคโดนัลด์ให้ความสำคัญกับกิจกรรมทางการตลาด ผ่านรูปแบบของสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง โดยเฉพาะในส่วนของกีฬาฟุตบอลที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอด ตั้งแต่ฟุตบอลโลก ฟุตบอลยูโรหรือแม้กระทั่งโอลิมปิก เป็นต้น เนื่องจากมองว่ากีฬาฟุตบอลสามารถเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยได้มากกว่าขณะเดียวกันกีฬาฟุตบอลก็ถือเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาอันดับต้นๆ ของโลก ที่ผู้ชมให้ความสนใจ ซึ่งจะสามารถสร้างแบรนด์ได้ง่ายกว่า”

ทั้งนี้สำหรับการสร้างแบรนด์ของแมคโดนัลด์ผ่านกิจกรรมทางการตลาดรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งคาแรกเตอร์มาร์เก็ตติ้ง นั้น ถือเป็นการสร้างสรรค์การเข้าถึงของผู้บริโภคผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ที่เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงกลุ่มครอบครัวโดยการตลาดในรูปแบบคาแรกเตอร์มาร์เก็ตติ้งนั้นจะเน้นเจาะกลุ่มครอบครัวขณะที่สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งจะเน้นเจาะกลุ่มที่เป็นวัยรุ่น วัยทำงาน เป็นต้น

นอกจากนี้บริษัทยังสร้างการเข้าถึงให้ง่ายขึ้นผ่านรูปแบบแอพพลิเคชันและดีลิเวอรี รวมไปถึงการขยายสาขาในรูปแบบไดรฟ์ธรู เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมความสะดวกสบายอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังมีการสร้างสรรค์เมนูที่หลากหลาย ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ถึง 6 มื้อตั้งแต่มื้อเช้า กลางวัน เย็น ดึก และหลังเที่ยงคืน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีการแข่งขันเทศกาลฟุตบอลหรือมหกรรมกีฬาระดับโลก พบว่ายอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะในส่วนของดีลิเวอรีเติบโตขึ้นมากกว่า 50% จากช่วงเวลาปกติ ซึ่งสามารถสร้างการเติบโตในภาพรวมได้เป็นตัวเลข 2 หลัก

ด้านนายประพัฒน์ เสียงจันทร์ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์(ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริษัทไมเนอร์ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลฟุตบอลยูโรที่จะถึงนี้ได้เตรียมพร้อมในการให้บริการแก่แฟนกีฬาฟุตบอลที่ต้องการรับประทานในช่วงดึก ด้วยจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการ 24ชั่วโมงถึง 38 สาขา ซึ่งประเมินว่าจะสามารถสร้างยอดขายให้เติบโตในช่วงดังกล่าว ได้มากกว่าช่วงปกติอย่างแน่นอน

ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ได้เตรียมงบประมาณการลงทุนทั้งสิ้น425 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณการลงทุนสูงสุดในรอบ 16 ปี แบ่งเป็นงบประมาณที่ใช้ในการขยายสาขา 375 ล้านบาทสำหรับขยายสาขาทั้งสิ้น 15 สาขาหรือใช้งบประมาณในการลงทุนเฉลี่ย 25ล้านบาทต่อสาขา แบ่งเป็นสาขาในรูปแบบไดรฟ์ธรู 7-8 สาขา ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีได้มีการทยอยเปิดไปแล้ว 4-5 สาขาและอีก 50 ล้านบาท เป็นงบประมาณด้านการตลาด เพื่อใช้ในการสื่อสารแบรนด์ไปยังผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด โดยตั้งเป้าหมายจะขยายสาขาเบอร์เกอร์คิงเพิ่มเกิน100 สาขาในช่วง 3 ปีนับจากนี้ จากปัจจุบันที่มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 60 สาขาแบ่งเป็น สาขาในสนามบิน 10 สาขา รูปแบบไดรฟ์ธรู 10 สาขา และส่วนที่เหลือคือรูปแบบสแตนด์อะโลน

อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดเบอร์เกอร์ในปัจจุบันอยู่ที่ 7-8 พันล้านบาท มีอัตราการเติบโตที่ 10-20%โดยเบอร์เกอร์คิงครองส่วนแบ่งเป็นลำดับที่ 3 ในตลาดด้วยมาร์เก็ตแชร์28% โดยตั้งเป้าการเติบโตสิ้นปีนี้ไว้ที่กว่า50% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโตใกล้เคียง60%

Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,162 วันที่ 2 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business