
เศรษฐกิจภูมิภาคฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
เศรษฐกิจภูมิภาคฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป นำโดย กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวดีเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ส่วนการบริโภคสินค้าและบริการของภูมิภาคปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีการหดตัวของการบริโภคสินค้าคงทน ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังหดตัวในหลายภูมิภาค อย่างไรก็ดี เสถียรภาพเศรษฐกิจทุกภูมิภาคยังอยู่ในเกณฑ์ดี
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ที่ปรึกษาด้านนโยบายยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนเมษายน ปี 2559 "เศรษฐกิจภูมิภาคฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป นำโดย กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวดีเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ส่วนการบริโภคสินค้าและบริการของภูมิภาคปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีการหดตัวของการบริโภคสินค้าคงทน ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังหดตัวในหลายภูมิภาค อย่างไรก็ดี เสถียรภาพเศรษฐกิจทุกภูมิภาคยังอยู่ในเกณฑ์ดี" โดยมีรายละเอียด สรุปได้ดังนี้
1. ภาคเหนือ ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการชะลอตัวลงจากเดือนก่อน โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายขยายตัวในอัตราชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 12.4 ต่อปี ในขณะที่การบริโภคสินค้าคงทนยังคงหดตัวจากยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่หดร้อยละ -5.1 และ -0.4 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 63.0 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้ง ในขณะที่การลงทุนยังหดตัวต่อเนื่องตามสถานการณ์การลงทุนในภาพรวม สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่และยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวร้อยละ -12.2 และ -6.5 ต่อปี ตามลำดับ ในขณะที่เม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัวสูงที่ร้อยละ 87.7 ต่อปี ในด้านรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ 14.1 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวขยายตัวดีทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 2.8 ล้านคนครั้ง ขยายตัวเร่งขึ้นเป็นร้อยละ 10.2 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 11,816 ล้านบาท ขยายตัวชะลอลงร้อยละ 9.6 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 77.1 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.7 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 62,912 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.0 ของกำลังแรงงา
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการชะลอตัวลงจากเดือนก่อน โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายขยายตัวในอัตราชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 3.7 ต่อปี ในขณะที่การบริโภคสินค้าคงทนยังคงหดตัวจากยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่หดร้อยละ -1.8 และ -1.7 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 63.2 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้ง ในขณะที่การลงทุนยังหดตัวต่อเนื่องตามสถานการณ์การลงทุนในภาพรวม สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่ ยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ และเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม หดตัวร้อยละ -16.1 -6.9 และ -60.4 ต่อปี ตามลำดับ ในขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคยังขยายตัวได้ร้อยละ 6.8 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวหดตัวทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.0 ล้านคนครั้ง หดตัวร้อยละ -10.2 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 5,153 ล้านบาท หดตัวร้อยละ -8.4 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 75.3 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.3 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 85,128 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.8 ของกำลังแรงงาน
3. ภาคกลาง ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการชะลอตัวลงจากเดือนก่อน โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายขยายตัวในอัตราชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ต่อปี ส่วนการบริโภคสินค้าคงทนชะลอลง โดยดูจากยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ ร้อยละ 1.2 และ 16.3 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 59.1 ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มดีขึ้น โดยดูจากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 3.0 ต่อปี เม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 15.3 ต่อปี การลงทุนขนาดใหญ่หลายโรงงานอยู่ในจังหวัดสระบุรี เช่น โรงงานผลิตเซลแสงอาทิตย์ ในขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคขยายตัวได้ที่ร้อยละ 2.3 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวหดตัวทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 1.2 ล้านคนครั้ง หดตัวร้อยละ -34.9 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 2,102 ล้านบาท หดตัวร้อยละ -47.5 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 89.7 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.3 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 22,173 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.5 ของกำลังแรงงาน สูงกว่าอัตราการว่างงานของประเทศ
4. ภาคตะวันออก ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการขยายตัวสูง โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นเป็นร้อยละ 14.9 ต่อปี เช่นเดียวกันกับยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่ขยายตัวร้อยละ 2.6 ต่อปี แต่ยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ร้อยละ -1.2 ต่อปี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 63.0 ในขณะที่การลงทุนยังหดตัวต่อเนื่องตามสถานการณ์การลงทุนในภาพรวม สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่ ยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ และเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม ที่หดตัวร้อยละ -19.7 -29.5 และ -53.0 ต่อปี ตามลำดับ ในด้านการลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 24.4 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวขยายตัวดีทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคนครั้ง ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 33.3 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 24,085 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 69.9 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 91.5 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ -0.2 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 34,651 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.0 ของกำลังแรงงาน
5. ภาคตะวันตก ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการขยายตัวได้สูง โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายขยายตัวถึงร้อยละ 45.2 ต่อปี ส่วนการบริโภคสินค้าคงทนหดตัวลง โดยดูจากยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่หดตัวร้อยละ -1.6 และ -12.7 ต่อปี ตามลำดับ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 59.1 ในขณะที่การลงทุนยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน โดยดูจากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่และยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดร้อยละ -11.8 และ -25.5 ต่อปี ตามลำดับ ในขณะที่เม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัวสูงถึงร้อยละ 457.2 ต่อปี ส่วนรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคหดตัวที่ร้อยละ -12.5 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวหดตัวทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 2.1 ล้านคนครั้ง หดตัวร้อยละ -15.4 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 5,996 ล้านบาท หดตัวร้อยละ -8.6 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 89.7 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ -0.3 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 15,284 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.6 ของกำลังแรงงาน
6. ภาคใต้ ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการขยายตัวดี โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นเป็นร้อยละ 13.4 ต่อปี ส่วนยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์ จดทะเบียนใหม่ขยายตัวได้ร้อยละ 8.5 และ 5.4 ต่อปี ตามลำดับ ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 65.0 ในขณะที่การลงทุนเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่และยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ที่ขยายตัวได้ที่ร้อยละ 14.1 และ 7.0 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ -76.5 ต่อปี ในด้านรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 19.8 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวขยายตัวทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.5 ล้านคนครั้ง ขยายตัวร้อยละ 4.1 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 39,169 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.1 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 84.2 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ -0.3 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 70,716 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.4 ของกำลังแรงงาน สูงกว่าอัตราการว่างงานของประเทศ
7. กทม. และปริมณฑล ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นเป็นร้อยละ 4.1 ต่อปี เช่นเดียวกันกับยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 11.0 ต่อปี แต่ยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ร้อยละ 9.4 ต่อปี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 59 ในขณะที่การลงทุนยังหดตัวต่อเนื่องตามสถานการณ์การลงทุนในภาพรวม สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่ ยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ และเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม หดตัวร้อยละ -5.4 -16.8 และ -30.0 ต่อปี ตามลำดับ ในด้านรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 11.1 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวขยายตัวดีทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคนครั้ง ขยายตัวร้อยละ 8.4 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 40,257 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 16.3 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 89.7 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.2 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 91,548 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.0 ของกำลังแรงงาน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ที่ปรึกษาด้านนโยบายยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนเมษายน ปี 2559 "เศรษฐกิจภูมิภาคฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป นำโดย กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวดีเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ส่วนการบริโภคสินค้าและบริการของภูมิภาคปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีการหดตัวของการบริโภคสินค้าคงทน ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังหดตัวในหลายภูมิภาค อย่างไรก็ดี เสถียรภาพเศรษฐกิจทุกภูมิภาคยังอยู่ในเกณฑ์ดี" โดยมีรายละเอียด สรุปได้ดังนี้
1. ภาคเหนือ ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการชะลอตัวลงจากเดือนก่อน โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายขยายตัวในอัตราชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 12.4 ต่อปี ในขณะที่การบริโภคสินค้าคงทนยังคงหดตัวจากยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่หดร้อยละ -5.1 และ -0.4 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 63.0 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้ง ในขณะที่การลงทุนยังหดตัวต่อเนื่องตามสถานการณ์การลงทุนในภาพรวม สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่และยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวร้อยละ -12.2 และ -6.5 ต่อปี ตามลำดับ ในขณะที่เม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัวสูงที่ร้อยละ 87.7 ต่อปี ในด้านรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ 14.1 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวขยายตัวดีทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 2.8 ล้านคนครั้ง ขยายตัวเร่งขึ้นเป็นร้อยละ 10.2 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 11,816 ล้านบาท ขยายตัวชะลอลงร้อยละ 9.6 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 77.1 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.7 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 62,912 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.0 ของกำลังแรงงา
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการชะลอตัวลงจากเดือนก่อน โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายขยายตัวในอัตราชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 3.7 ต่อปี ในขณะที่การบริโภคสินค้าคงทนยังคงหดตัวจากยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่หดร้อยละ -1.8 และ -1.7 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 63.2 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้ง ในขณะที่การลงทุนยังหดตัวต่อเนื่องตามสถานการณ์การลงทุนในภาพรวม สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่ ยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ และเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม หดตัวร้อยละ -16.1 -6.9 และ -60.4 ต่อปี ตามลำดับ ในขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคยังขยายตัวได้ร้อยละ 6.8 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวหดตัวทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.0 ล้านคนครั้ง หดตัวร้อยละ -10.2 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 5,153 ล้านบาท หดตัวร้อยละ -8.4 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 75.3 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.3 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 85,128 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.8 ของกำลังแรงงาน
3. ภาคกลาง ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการชะลอตัวลงจากเดือนก่อน โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายขยายตัวในอัตราชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ต่อปี ส่วนการบริโภคสินค้าคงทนชะลอลง โดยดูจากยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ ร้อยละ 1.2 และ 16.3 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 59.1 ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มดีขึ้น โดยดูจากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 3.0 ต่อปี เม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 15.3 ต่อปี การลงทุนขนาดใหญ่หลายโรงงานอยู่ในจังหวัดสระบุรี เช่น โรงงานผลิตเซลแสงอาทิตย์ ในขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคขยายตัวได้ที่ร้อยละ 2.3 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวหดตัวทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 1.2 ล้านคนครั้ง หดตัวร้อยละ -34.9 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 2,102 ล้านบาท หดตัวร้อยละ -47.5 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 89.7 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.3 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 22,173 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.5 ของกำลังแรงงาน สูงกว่าอัตราการว่างงานของประเทศ
4. ภาคตะวันออก ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการขยายตัวสูง โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นเป็นร้อยละ 14.9 ต่อปี เช่นเดียวกันกับยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่ขยายตัวร้อยละ 2.6 ต่อปี แต่ยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ร้อยละ -1.2 ต่อปี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 63.0 ในขณะที่การลงทุนยังหดตัวต่อเนื่องตามสถานการณ์การลงทุนในภาพรวม สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่ ยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ และเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม ที่หดตัวร้อยละ -19.7 -29.5 และ -53.0 ต่อปี ตามลำดับ ในด้านการลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 24.4 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวขยายตัวดีทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคนครั้ง ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 33.3 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 24,085 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 69.9 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 91.5 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ -0.2 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 34,651 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.0 ของกำลังแรงงาน
5. ภาคตะวันตก ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการขยายตัวได้สูง โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายขยายตัวถึงร้อยละ 45.2 ต่อปี ส่วนการบริโภคสินค้าคงทนหดตัวลง โดยดูจากยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่หดตัวร้อยละ -1.6 และ -12.7 ต่อปี ตามลำดับ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 59.1 ในขณะที่การลงทุนยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน โดยดูจากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่และยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดร้อยละ -11.8 และ -25.5 ต่อปี ตามลำดับ ในขณะที่เม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัวสูงถึงร้อยละ 457.2 ต่อปี ส่วนรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคหดตัวที่ร้อยละ -12.5 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวหดตัวทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 2.1 ล้านคนครั้ง หดตัวร้อยละ -15.4 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 5,996 ล้านบาท หดตัวร้อยละ -8.6 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 89.7 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ -0.3 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 15,284 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.6 ของกำลังแรงงาน
6. ภาคใต้ ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการขยายตัวดี โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นเป็นร้อยละ 13.4 ต่อปี ส่วนยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และยอดรถจักรยานยนต์ จดทะเบียนใหม่ขยายตัวได้ร้อยละ 8.5 และ 5.4 ต่อปี ตามลำดับ ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 65.0 ในขณะที่การลงทุนเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่และยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ที่ขยายตัวได้ที่ร้อยละ 14.1 และ 7.0 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ -76.5 ต่อปี ในด้านรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 19.8 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวขยายตัวทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.5 ล้านคนครั้ง ขยายตัวร้อยละ 4.1 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 39,169 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.1 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 84.2 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ -0.3 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 70,716 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.4 ของกำลังแรงงาน สูงกว่าอัตราการว่างงานของประเทศ
7. กทม. และปริมณฑล ในด้านอุปสงค์ พบว่าการบริโภคสินค้าและบริการเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ เฉพาะส่วนที่เก็บบนฐานการใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นเป็นร้อยละ 4.1 ต่อปี เช่นเดียวกันกับยอดรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 11.0 ต่อปี แต่ยอดรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ร้อยละ 9.4 ต่อปี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำที่ 59 ในขณะที่การลงทุนยังหดตัวต่อเนื่องตามสถานการณ์การลงทุนในภาพรวม สะท้อนได้จากยอดรถปิคอัพจดทะเบียนใหม่ ยอดรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ และเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม หดตัวร้อยละ -5.4 -16.8 และ -30.0 ต่อปี ตามลำดับ ในด้านรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลในภูมิภาคขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 11.1 ต่อปี ในด้านอุปทาน พบว่าการท่องเที่ยวขยายตัวดีทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคนครั้ง ขยายตัวร้อยละ 8.4 ต่อปี ส่วนรายได้จากการเยี่ยมเยือนอยู่ที่ 40,257 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 16.3 ต่อปี ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณชะลอตัว โดยดูจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 89.7 ในด้านเสถียรภาพภายใน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟัอทั่วไปอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.2 ต่อปี ขณะที่จำนวนการว่างงานในเดือนมีนาคม 2559 อยู่ที่ 91,548 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.0 ของกำลังแรงงาน






