thansettakij
thansettakij
ปตท.แจงต.ล.ท.คืนท่อก๊าซครบถ้วน

ปตท.แจงต.ล.ท.คืนท่อก๊าซครบถ้วน

27 พ.ค. 59 | 13:20 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ค. 59 | 20:20 น.
Breaking-News นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ปตท.ได้ทำหนังสือชี้แจ้งข่าวมติคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตร.) เกี่ยวกับการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในการคืนท่อก๊าซธรรมชาติ ส่งไปยังกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) ให้รับทราบถึงข้อเท็จจริง รวมถึงนักลงทุนและประชาชนทั่วไปรับทราบด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ได้มีมติกรณีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและคณะได้ยื่นคำร้องให้ คตง. ตรวจสอบว่ามีการฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการคืนท่อก๊าซธรรมชาติยังไม่ครบถ้วน และขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ ครม. ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุด  เพื่อให้มีการบังคับคดีที่ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป

โดยปตท.ยืนยันว่า ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ตามศาลปกครองที่ได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องนี้หลายคราว  ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 ศาลปกครองสูงสุด (โดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด) ได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกับพวกที่อุทธรณ์ในประเด็นเดิมอีกครั้ง ซึ่ง ปตท. ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปแล้ว

ขณะที่การชี้มูลความผิด อดีตรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง อดีตผู้บริหารรายหนึ่งของ ปตท. และพนักงานรายหนึ่งของ ปตท. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ คตง. ได้ส่งเรื่องให้ ปปช. พิจารณาดำเนินคดีอาญา และให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยและความรับผิดทางละเมิดด้วย  มิฉะนั้น คตง. จะดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าว แต่ขณะนี้ ปตท. ยังไม่ได้รับหนังสือจาก คตง. แต่อย่างใด และการดำเนินงานดังกล่าวก็ไม่ได้ดำเนินการในฐานะส่วนตัวโดยพลการ หรือเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด

อีกทั้ง อำนาจการพิจารณาวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด และการแบ่งแยกทรัพย์สินของ ปตท. ได้ผ่านการพิจารณาของสำนักงานบังคับคดีศาลปกครอง โดยศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำวินิจฉัยหลายคราวแล้วว่าได้มีการดำเนินการครบถ้วนแล้ว และไม่อาจวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีดังกล่าวได้อีก ก็จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องให้ความเคารพและไม่ควรก้าวล่วงต่อคำพิพากษา คำวินิจฉัย หรือคำสั่งศาล ทั้งนี้ ในส่วนของ ปตท. เองนั้น แม้ว่าในขั้นตอนการแปลงสภาพการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาเป็นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะได้มีการหารือและได้รับความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า การโอนทรัพย์สินทุกอย่างสามารถดำเนินการได้ก็ตาม แต่เมื่อภายหลังศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาที่แตกต่างไปจากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้เคยให้ไว้ ปตท. และผู้ถูกฟ้องคดีก็น้อมรับและเคารพและได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าวโดยเคร่งครัด

นอกจากนี้ กรณีที่ ปตท.ได้รับหนังสือจากศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา เพื่อชี้แจงกรณีคืนท่อก๊าซธรรมชาติ โดยต้องการให้ ปตท.ชี้แจงในส่วนนี้ ดังนั้น ปตท.มีระยะเวลาทำคำชี้แจง 30 วัน เพื่อส่งไปยังศาลปกครองกลาง โดยในระหว่างนี้จะแจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ต.ล.ท.) ในกรณีดังกล่าวต่อไป