thansettakij
thansettakij
เอเปกตกลงเร่งเจรจา FTAAP

เอเปกตกลงเร่งเจรจา FTAAP

27 พ.ค. 59 | 12:32 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ค. 59 | 19:32 น.
Breaking-News เอเปกตกลงเร่งเจรจา FTAAP เตรียมเสนอผู้นำเห็นชอบปลายปีนี้ พร้อมเดินหน้าช่วย SMEเข้าสู่ตลาดโลก ด้านไทยเตรียมนำประสบการณ์ช่วยเหลือSME ของประเทศสมาชิกใช้อี-คอมเมิร์ชค้าขาย
นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง ผลการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก ครั้งที่ 22 เมืองอาเรกีปา สาธารณรัฐเปรู ว่า ที่ประชุมได้ผลักดันให้มีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคให้เข้มแข็งมากขึ้น เพื่อมุ่งไปสู่การเจรจาจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) ซึ่งถือเป็นเป้าหมายต่อไปของเอเปก หลังจากการเปิดเสรีการค้าและการลงทุนภายใต้เป้าหมายโบกอร์จะสิ้นสุดลงในปี 2563 โดยขณะนี้สมาชิกเอเปกได้ร่วมกันจัดทำการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ และได้ทำข้อเสนอแนะแนวทางสำหรับการจัดทำความตกลง FTAAP คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเสนอต่อที่ประชุมผู้นำเอเปกได้ในปลายปีนี้
ทั้งนี้ สมาชิกเอเปกยังได้หารือถึงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) เข้าสู่ตลาดโลก เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอีและให้ เอสเอ็มี เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งไทยได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเอสเอ็มอี โดยถือเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ปี 2557 และได้ส่งเสริม ให้ความรู้แก่ เอสเอ็มอี ในการใช้อี-คอมเมิร์ซ ในการค้าขาย และเข้าสู่ตลาดโลก และพร้อมที่จะนำความรู้และประสบการณ์ให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี ของสมาชิกเอเปกในการเข้าสู่ตลาดโลก
“ปัจจุบันไทยได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันเอสเอ็มอีเข้าสู่ตลาดโลก โดยมีนโยบายในการสนับสนุนชัดเจน ที่ให้การช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจ การพัฒนาสินค้าและบริการ จนสามารถเข้าสู่ตลาดได้ ทั้งในและต่างประเทศ และล่าสุดไทยได้รับรางวัลWorld Summit of Information Society Prize (WSIS) ปี 2015 ในประเภทการเสริมสร้างความสามารถสำหรับโครงการ Smart Online SMEs (S.O.S.) จากองค์การสหประชาชาติ (UN) มาแล้ว”นายวินิจฉัยกล่าว
สำหรับการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ที่ประชุมขอให้ประเทศต่างๆ เร่งการเจรจาในประเด็นที่ค้างของการเจรจารอบโดฮาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยจัดลำดับความสำคัญและกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และการเจรจาต้องตั้งอยู่บนความโปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ
ส่วนการพบปะหารือกับประเทศต่างๆ ในการประชุมครั้งนี้ ไทยได้หารือกับเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น รัสเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเปรู เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการเตรียมการของไทย และยังได้หารือเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะการเร่งรัดให้เกาหลีใต้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบโรงงานไก่แช่แข็ง และเร่งกระบวนการพิจารณาเปิดตลาดมะม่วงพันธุ์มหาชนกให้กับไทย
การประชุมเอเปกในปีนี้ จะมีอีก 2 ครั้ง คือ การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปก ครั้งที่ 3/2559 ในเดือนสิงหาคม2559 และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ในเดือนพ.ย.2559 ซึ่งจะมีความชัดเจนมากขึ้น ในเรื่องการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก และจะเป็นการวางรากฐานสำหรับการดำเนินงานของเอเปกต่อไปในอนาคต