thansettakij
thansettakij
สบส.ยันอาคารโรงพยาบาลสังกัดสธ. มีระบบป้องกันเพลิงไหม้ 

สบส.ยันอาคารโรงพยาบาลสังกัดสธ. มีระบบป้องกันเพลิงไหม้ 

25 พ.ค. 59 | 06:38 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 59 | 13:26 น.
จากกรณีที่เกิดเพลิงไหม้หอพักนักเรียนหญิงโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา หมู่ 6 ต.เวียง  อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย  เมื่อคืนวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ทำให้นักเรียนเสียชีวิตมากถึง 17 ราย และบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 2 ราย และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการทุกกระทรวง ทบวง กรมตรวจสอบมาตรฐานของหน่วยงานนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้  วันนี้ (25 พฤษภาคม 2559 )นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนอาคารบริการ หอผู้ป่วยต่างๆ ของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง กองแบบแผนกรมสบส.ได้ออกแบบเป็นไปตามมาตรฐานอาคาร   ติดตั้งระบบดับเพลิง สัญญาณเตือนภัยทุกอาคาร  พร้อมทั้งระบบป้องกันอันตรายของสายไฟฟ้าต่างๆภายในอาคารด้วย   ในส่วนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้ติดตั้งเครื่องดับเพลิงประจำทุกแห่ง  มีการตรวจสอบความพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง   มีการเตรียมพร้อมในการซ้อมการรับมือขณะเกิดเพลิงไหม้ตามระยะเวลา และจัดทีมรับผิดชอบภายในหน่วยงานอยู่แล้ว  จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย

ด้านนายแพทย์ภานุวัฒน์  ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสบส.กล่าวว่า  เหตุการณ์สูญเสียของนักเรียนจากเพลิงไหม้อาคารหอพักในโรงเรียนครั้งนี้   สะท้อนให้ว่าเด็กไทยยังขาดความรู้และทักษะในการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน อุบัติเหตุ อุบัติภัย  ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้นับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศ   โดยกรมสบส.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจสร้างความเข้มแข็งภาคประชาชนในการดูแลสุขภาพ   และผลักดันการปลูกฝังสุขบัญญัติแห่งชาติ  เพื่อสอนเด็กนักเรียนวัยประถมศึกษาตอนต้นและตอนปลายทั่วประเทศ  สร้างพฤติกรรมและสุขนิสัยต่างๆในการดูแลสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วย ใช้มา กว่า 38 ปี  ซึ่งมี 10 ประการ และเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ คือข้อที่ 7 ได้แก่ การป้องกันอุบัติภัยด้วยความไม่ประมาท จะต้องมีการแปลงเนื้อหาสุขบัญญัติแห่งชาติทั้ง 10 ประการ ให้ทันสมัย และแปลงออกมาในรูปของพฤติกรรม เพื่อทำให้เป็นทักษะที่เยาวชนในแต่ละพื้นที่จะต้องมี เพื่อการเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับเด็กญี่ปุ่นที่มีทักษะในการหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว หรือสึนามิได้

ในส่วนของประเทศไทยก็เช่นกัน การให้ความรู้แก่เด็กอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ  จะต้องฝึกทักษะให้เด็กทำเป็นด้วย ในเบื้องต้นนี้อาจคัดเลือกทักษะการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไป เช่น เพลิงไหม้ วาตภัย และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่ เช่น ในภาคเหนืออาจเป็นเรื่องของดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว ภาคกลาง ภาคตะวันอออก ภาคใต้ เช่นน้ำท่วมฉับพลัน  สึนามิ เป็นต้น การสอนให้เด็กสามารถช่วยคนหมดสติ เบื้องต้นได้จัดการเรียนการสอน และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยป้องกันสาธารณภัย รวมทั้งเพิ่มเวลารู้ในเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้นเพื่อป้องกันการสูญเสียให้ได้มากที่สุด และเด็กจะมีความรู้ติดตัวไปตลอดชีวิต สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อีกด้วย