thansettakij
thansettakij
สภาพคล่องเดือน เม.ย.59 ผ่อนคลายต่อเนื่อง...สินเชื่อยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่เงินฝากขยับขึ้นต่อเนื่อง

สภาพคล่องเดือน เม.ย.59 ผ่อนคลายต่อเนื่อง...สินเชื่อยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่เงินฝากขยับขึ้นต่อเนื่อง

24 พ.ค. 59 | 10:20 น.
อัปเดตล่าสุด :24 พ.ค. 59 | 16:21 น.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือนเมษายน 2559 จากเอกสารรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) พร้อมประเมินแนวโน้มในระยะถัดไปไว้ ดังนี้

สินเชื่อเดือนเมษายนขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย...ขณะที่เงินฝากยังคงเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะเป็นอัตราที่ลดลงจากเดือนก่อน

เงินให้สินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 10.40 ล้านล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นเพียง 3.31 พันล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 2.11%YoY และ -0.63%YTD เติบโตชะลอลงเมื่อเทียบกับอัตรา 2.65%YoY ในเดือนก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่สูง ทั้งนี้ ภาพรวมสินเชื่อเดือนเมษายนขยับขึ้นจากสินเชื่อในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และกลาง โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายใหญ่ในบางธนาคาร และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งได้แรงหนุนบางส่วนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐที่สิ้นสุดลงในเดือนนี้ ขณะที่สินเชื่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์เล็กหดตัวลง MoM เนื่องจากหลายธนาคารยังคงได้รับผลกระทบจากการชำระคืนสินเชื่อเช่าซื้อ

เงินฝากยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 11.35 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.75 หมื่นล้านบาทจากเดือนก่อน คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ระดับ 1.17% YoY และ 1.34% YTD นำโดยการเพิ่มขึ้นของเงินฝากในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ จากการไหลเข้าเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ตามความต้องการพักเงินของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ขณะที่บางส่วนเป็นการไหลเข้าเงินฝากประจำในบางธนาคารซึ่งมีการออกผลิตภัณฑ์รองรับเงินฝากที่ครบกำหนด

เครื่องชี้สภาพคล่อง...ยังคงผ่อนคลายต่อเนื่องจากเดือนก่อน

สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือนเมษายน 2559 ผ่อนคลายขึ้นจากเดือนก่อน ตามทิศทางการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องของเงินฝาก ขณะที่สินเชื่อยังไม่ฟื้นตัว โดยสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) อยู่ที่ระดับ 89.24% เทียบกับระดับ 89.71% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ เครื่องชี้สภาพคล่องอีกตัวหนึ่ง ได้แก่ สัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวม ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 21.77% จากระดับ 21.35% ในเดือนมีนาคม

ทิศทางสภาพคล่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 คาดว่าจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง…และปิดปีอาจตึงตัวขึ้นอีกไม่มากนัก

แนวโน้มสภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงและปิดปีอาจตึงตัวขึ้นอีกไม่มากนัก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยซึ่งช่วยหนุนนำการปล่อยสินเชื่อ และแนวทางการบริหารสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ โดยมองว่าทิศทางการเติบโตของสินเชื่อในช่วงที่ยังเหลือของปีมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น QoQ และ YoY ในไตรมาสถัดๆไป หลังจากที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2559 สะท้อนถึงการเติบโตเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาดการณ์ ซึ่งอาจส่งผลให้สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ (ธ.พ.) จบปีด้วย กรอบประมาณการที่ 4-6%YoY แรงหนุนคาดว่าน่าจะมาจากการฟื้นตัวของสินเชื่อภาคธุรกิจ ในกลุ่มสินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาวของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ล้อไปกับโครงการลงทุนของภาครัฐ ขณะที่ทางด้านสินเชื่อรายย่อยนั้น คาดว่าจะยังคงได้รับแรงขับเคลื่อนจากความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยในกลุ่มลูกค้าระดับกลางบนซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธนาคาร ประกอบกับ สินเชื่อเช่าซื้อที่น่าจะทยอยปรับดีขึ้นหลังผลกระทบจากโครงการรถคันแรกเริ่มลดลงและราคารถมือสองที่น่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามความคืบหน้าของการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนของภาครัฐ ซึ่งจะมีผลต่อทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นในการเบิกใช้สินเชื่อของภาคเอกชนในระยะต่อไป รวมถึงทิศทางการระดมทุนของธุรกิจผ่านตลาดตราสารหนี้ซึ่งออกมาค่อนข้าหนาแน่นในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่ทิศทางของเงินฝาก คาดว่าขยายตัวในระดับต่ำ แม้ว่ายังอาจมีเม็ดเงินฝากไหลเข้าบางส่วนจากกลุ่มคนที่ต้องการพักเงินชั่วคราวในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง กอปรกับการเลื่อนระยะเวลาการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันเกี่ยวกับการโยกย้ายเงินฝากของกลุ่มลูกค้าระดับสูงและความเข้มข้นในการแข่งขันด้านราคาเงินฝากเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้าระดับสูงของธนาคารได้บ้างในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ เชื่อว่าธนาคารยังคงพยายามดูแลการเติบโตของเงินฝากให้สอดคล้องกับการเติบโตของสินเชื่อ ควบคู่ไปกับบริหารต้นทุนเงินฝาก และประคองผลการดำเนินงานต่อไป อย่างไรก็ตาม ในระยะที่เหลือของปียังมีประเด็นติดตามอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบทางตรงและทางอ้อมต่อสภาพคล่องในระบบได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติออกจากสินทรัพย์สกุลเงินบาท โดยเฉพาะหากเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ตลอดจนการโยกย้ายเงินลงทุนของผู้ออมในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูง ไปสู่ทางเลือกในการลงทุนอื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก ท่ามกลางสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานานซึ่งเป็นประเด็นติดตามอย่างใกล้ชิด