thansettakij
thansettakij
โกศล โควิสุทธิ์ 'ความจริงใจ' พื้นฐานสู่ความสำเร็จ

โกศล โควิสุทธิ์ 'ความจริงใจ' พื้นฐานสู่ความสำเร็จ

29 พ.ค. 59 | 10:00 น.
ภายหลังจากที่ “ศักดา โควิสุทธิ์” ผู้นำทัพบริษัทรับสร้างบ้าน รอแยลเฮ้าส์ ประกาศเตรียมส่งไม้ต่อให้กับเจเนอเรชัน 2 อย่าง “โกศล โควิสุทธิ์” เพื่อให้เข้ามาดูแลกิจการเต็มตัว พร้อมผันตัวเองไปเป็นที่ปรึกษาแทน เพราะต้องการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงและแตกต่างให้กับองค์กร ซึ่งก็ดูเหมือนว่าหลานชายคนนี้จะไม่ทำให้เขาผิดหวัง ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่จึงมีมุมมองในการบริหารและการตลาดที่น่าสนใจ แต่ยังคงผสมผสานรูปแบบการบริหารแบบใหม่และแบบเก่าได้อย่างลงตัว

“ศล-โกศล โควิสุทธิ์ ” หนึ่งในหลานชายของ ศักดา โควิสุทธิ์ ด้วยวัยเพียง 30 ปี ต้องเข้ามารับภาระดูแลงานด้านการตลาดอย่างเต็มตัว ในตำแหน่ง “ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ” บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในตำแหน่งต่างๆของบริษัทมานานกว่า 5 ปี ไม่นับรวมประสบการณ์ด้านอื่นๆ ที่เคยผ่านมา

[caption id="attachment_57009" align="aligncenter" width="390"] ศักดา โควิสุทธิ์ ศักดา โควิสุทธิ์[/caption]

“คุณศล” เล่าถึงประวัติส่วนตัวและประสบการณ์ด้านการทำงานที่เคยผ่านมาให้ฟังว่า ตนเองจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวโยธา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถมยังได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ในคณะและสาขาวิชาเดียวกันที่ The University of Nottingham, UK หลังจากนั้นก็มาศึกษาต่อที่ Cass Business School City University สาขา เรียลเอสเตท เพราะมองว่าทั้ง 2 ศาสตร์นี้จะช่วยต่อยอดกิจการของที่บ้านแต่หลังจากที่เรียนจบเขาก็ไม่ได้กลับมาทำงานที่รอแยลเฮ้าส์ เหตุเพราะต้องการออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์งานด้านอื่นเสียก่อน จึงเริ่มงานที่แรกกับบริษัท DTZ DEBENHAM TIE LEUNG ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ สัญชาติอังกฤษ ที่มีสาขาทั่วโลก ซึ่งคุณศลได้ประจำสาขาที่เมืองไทย ในแผนกวิจัยและให้คำปรึกษา หน้าที่หลักคือหาข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาฯในเมืองไทย เน้นย่าน ซีบีดี สีลม สาทร สุขุมวิท และต้องทำรายงานทุกเดือน ทำได้ประมาณ 1 ปีก็ลาออก เพราะด้วยอุปนิสัยส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยชอบอยู่นิ่ง หรืออยู่ประจำออฟฟิศ แต่เป็นคนชอบออกงานข้างนอกมากกว่า จึงหางานที่เหมาะกับตัวเองจนได้มาทำงานที่บริษัท ชีวาทัย จำกัด ในตำแหน่งวิศวกรคุมงาน ซึ่งเป็นงานที่ตรงกับอุปนิสัยและความชื่นชอบส่วนตัว

“เหตุที่ไม่เข้ามาทำงานที่บริษัททันทีก็เพราะ อยากหาประสบการณ์ข้างนอกก่อน ซึ่งจะทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องการปรับตัว ทัศนะคติในการทำงาน เพราะทุกที่มีปัญหา ไม่มีอะไรสบายอย่างที่คิด ประสบการณ์อันไหนที่ไม่ดี เราก็นำมาเป็นบทเรียนและนำมาปรับใช้กับการทำงานที่บริษัท เพราะเมื่อถึงเวลาที่เราเป็นผู้บริหารจะได้รู้ว่าสิ่งไหนที่คนที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ชอบ เราก็ไม่ทำ แต่ในส่วนของสิ่งที่ดีๆ ก็นำมาต่อยอดในการบริหาร”

แม้ว่างานที่ชีวาทัยจะตรงกับความต้องการ แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ต้องเข้ามาสานต่องานที่บ้าน ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว โดยเริ่มเข้ามาทำงานในตำแหน่งแรกคือ วิศวกร ฝ่ายขาย ประจำสาขาแจ้งวัฒนะ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง ก่อนที่จะขยับตำแหน่งขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายขายสาขาบางแค และมาสู่ตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ที่ต้องดูแลรับผิดชอบในเรื่องของงานด้านการตลาดเขาบอกว่า “แบรนด์ รอแยลเฮ้าส์ ถูกมองว่าเป็นแบรนด์ของกลุ่มคนอายุมากกว่า 40 ปี แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน จึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างแบรนด์ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มอายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งรอแยลเฮ้าส์มีจุดแข็งในเรื่องของงานก่อสร้าง แต่จุดอ่อน เวลานี้คือเรื่องของการสื่อสารระหว่างบริษัทกับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เราต้องการขยายยังมีน้อยอยู่ และพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านระบบดิจิตอลมากขึ้น ดังนั้นในปีนี้จึงมุ่งเน้นสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักผ่านเฟซบุ๊ก”

เขาเริ่มด้วยการปรับปรุงเฟซบุ๊กให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น ลงข้อมูลข่าวสารต่างๆที่มีประโยชน์ต่อลูกค้า ทั้งเรื่องของการสร้างบ้าน ฮวงจุ้ยบ้าน การตกแต่งบ้าน ตลอดจนไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ คาดว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ภายใน 3 เดือนนี้ ส่วนของเว็บไซต์ก็จะมีการปรับปรุงเช่นเดียวกัน แต่จะเน้นที่เฟซบุ๊กมากกว่า เนื่องจากเป็นสื่อที่เป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง คือ สามารถแชร์ได้ ไลก์ได้ หรือสอบถามข้อมูลได้ เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการรับสารแค่ทางเดียว อยากที่จะมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นหรือบอกต่อในสิ่งที่ตัวเองชอบ

ขณะที่ในส่วนของตัวสินค้าก็จะต้องมีการจัดรูปแบบและหมวดหมู่ใหม่ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลให้เหมาะกับความชื่นชอบของแต่ละบุคคล และสร้างความชัดเจนให้กับตัวสินค้า โดยจะแบ่งบ้านออกเป็น 6 สไตล์ ได้แก่ คอนเทมโพรารี โมเดิร์น คลาสสิก ทัสคานี โคโลเนียล และทรอปิคัล ตลอดจนรูปแบบในการนำเสนอแบบบ้านด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ภาพที่ออกมาสามารถสื่อได้ถึงอารมณ์ของบ้านได้มากที่สุด นอกจากนี้จะนำโครงสร้างเหล็กมาใช้ในบ้าน เช่น การตกแต่งในส่วนที่โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทำไม่ได้ เพื่อสร้างความโฉบเฉี่ยว และทันสมัยให้บ้าน

ทั้งเข้ามาจัดระบบการจัดการภายในองค์กรใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบและสร้างความเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ ลดงานด้านเอกสารสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด นับตั้งแต่งานขาย จัดซื้อ ก่อสร้าง ตลอดจนการบริการหลังการขาย ซึ่งถ้าทุกอย่างอยู่ในรูปแบบของกระดาษก็จะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย แต่ถ้าอยู่ในระบบก็จะง่ายต่อการทำงาน

“การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการนำพารอแยลเฮ้าส์สู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งในอนาคตผมหวังว่ารอแยลเฮ้าส์จะก้าวสู่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือขยายสาขาสู่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่สิ่งสำคัญที่สุดก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นได้ บริษัทและทุกคนภายในองค์กรจะต้องมีความจริงใจเป็นพื้นฐานในการทำงาน เพราะ 1 ความจริงใจจะนำมาสู่อีกร้อยล้านความเชื่อมั่น เพราะลูกค้ากลุ่มงานรับสร้างบ้านกว่า 50% มาจากการบอกต่อ”

แม้จะเป็นเพียงชายหนุ่มที่มีอายุ 30 ปี แต่ความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะนำพาบริษัท รอแยลเฮ้าส์ฯ สู่ ความมั่นคงและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ...จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ชายคนนี้เดินหน้าตามแผนงานสู่จุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้ได้อย่างแน่นอน ..

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,160 วันที่ 26 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business