thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบปรับลดหลังค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น

ราคาน้ำมันดิบปรับลดหลังค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น

19 พ.ค. 59 | 03:08 น.
อัปเดตล่าสุด :19 พ.ค. 59 | 09:30 น.
ราคาน้ำมันดิบปรับลดหลังค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จากคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนหน้า

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ. ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2559

+ ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 วันติดต่อวัน หลังดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเทียบค่าเงินดอลลาร์กับตะกร้าสกุลเงิน (ยูโร เยน ปอนด์ ดอลลาร์แคนาดา โครน และฟรังส์) ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจากมีการเปิดเผยบันทึกการประชุมธนาคารกลางของสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 26-27 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา พบว่ามีการส่งสัญญาณที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายของสหรัฐฯ ในการประชุมครั้งหน้าในเดือนมิถุนายนนี้ หากข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ บ่งชี้การเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นของเศรษฐกิจในไตรมาสที่สองนี้ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อที่ขณะนี้เข้าใกล้ระดับร้อยละ 2 ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นได้ส่งผลทำให้นักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นจะต้องซื้อน้ำมันดิบได้ในราคาที่สูงขึ้น

+ ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากระดับปริมาณน้ำมันดิบสำรองคงคลังของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวลดลง 2.8 ล้านบาร์เรล

+ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุนจากระดับน้ำมันเบนซินสำรองคงคลังและระดับน้ำมันดีเซลสำรองคงคลังของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) พบว่าปรับตัวลดลง 2.5 ล้านบาร์เรลและ 3.2 ล้านบาร์เรลตามลำดับ ซึ่งผิดกับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ก่อนนหน้าว่าระดับปริมาณน้ำมันเบนซินสำรองจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 150,000 บาร์เรลและระดับปริมาณน้ำมันดีเซลสำรองจะลดลง 642,000 บาร์เรลเท่านั้น

+ นักวิเคราะห์ยังคงกังวลว่า หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นไปมากกว่านี้ จะส่งผลทำให้มีการเร่งผลิตน้ำมันดิบออกมาขายเพื่อทำกำไร ซึ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์อุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดในขณะนี้ให้เลวร้ายขึ้นไปอีก

+ ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 วันติดต่อวัน หลังดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเทียบค่าเงินดอลลาร์กับตะกร้าสกุลเงิน (ยูโร เยน ปอนด์ ดอลลาร์แคนาดา โครน และฟรังส์) ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจากมีการเปิดเผยบันทึกการประชุมธนาคารกลางของสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 26-27 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา พบว่ามีการส่งสัญญาณที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายของสหรัฐฯ ในการประชุมครั้งหน้าในเดือนมิถุนายนนี้ หากข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ บ่งชี้การเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นของเศรษฐกิจในไตรมาสที่สองนี้ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อที่ขณะนี้เข้าใกล้ระดับร้อยละ 2 ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นได้ส่งผลทำให้นักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นจะต้องซื้อน้ำมันดิบได้ในราคาที่สูงขึ้น

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-49 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 44-50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ความไม่สงบในประเทศไนจีเรียที่ส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบเดือน พ.ค. แตะระดับต่ำสุดในรอบ 22 ปีที่ 1.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลัง Shell อพยพคนงานออกจากแหล่งผลิตน้ำมัน Bonga (กำลังการผลิต 90,000 บาร์เรลต่อวัน) เนื่องจากถูกโจมตี ขณะที่ Chevron เองก็หยุดการผลิตน้ำมันในแหล่ง Okan (กำลังการผลิต 35,000 บาร์เรลต่อวัน) ด้วย

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มจะลดลงต่อหลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ รายงานโดย EIA ณ วันที่ 6 พ.ค. ปรับตัวลดลงกว่า 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 8.80 ล้านบาร์เรลต่อวัน

จับตาว่าการผลิตน้ำมันดิบแคนาดาจะกลับมาเป็นปกติได้เร็วแค่ไหน หลังสถานการณ์ไฟป่าที่ประเทศแคนาดาเริ่มคลี่คลาย ซึ่งก่อนหน้านี้เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทน้ำมันรวมทั้งสิ้นกว่า 11 รายมีการลดกำลังการผลิตลงไปกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน