thansettakij
thansettakij
กรมสบส.เตรียมรับมือฝนตกหนัก

กรมสบส.เตรียมรับมือฝนตกหนัก

17 พ.ค. 59 | 10:00 น.
อัปเดตล่าสุด :17 พ.ค. 59 | 14:58 น.
วันนี้ (17 พฤษภาคม 2559) นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้เตรียมแผนรับมือฝนตกหนัก ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 18-22 พ.ค. 2559 ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จึงได้เตรียมพร้อมระบบการดูแลเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับการบริการประชาชน โดยในส่วนของอาคารนั้นมีมาตรฐานความมั่นคง แข็งแรง สามารถรองรับภัยจากแผ่นดินไหวและวาตภัยได้ ขอให้ประชาชน เจ้าหน้าที่มั่นใจ แต่อย่างไรก็ตามได้จัดส่งทีมวิศวกรรมการแพทย์และทีมวิศวกรก่อสร้างทั้งส่วนกลาง และสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต 12 เขตทั่วประเทศ เข้าไปสนับสนุนดำเนินการตรวจสอบจุดที่มีความเสี่ยงสำคัญร่วมกับเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาล ได้แก่ ระบบระบายน้ำจากหลังคา ดาดฟ้าของอาคารบริการต่างๆ กันสาด ระบบไฟฟ้าสำรอง ความแข็งแรงของประตูหน้าต่าง ลิฟต์โดยสารผู้ป่วยและญาติ รวมทั้งระบบของวิทยุสื่อสาร เพื่อติดต่อประสานงานการบริการรักษาพยาบาลและการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินในกรณีที่ระบบการสื่อสารปกติใช้การไม่ได้หรือประสบภาวะภัยพิบัติฉุกเฉิน

ในส่วนของโรงพยาบาล (รพ.)อุดรธานี ซึ่งได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ได้เร่งให้ทีมวิศวกรก่อสร้างดำเนินการซ่อมแซมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด และได้มอบหมายให้นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ไปติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

ทางด้านนายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากการติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมอาคารบริการ รพ.อุดรธานี พบว่าขณะนี้ คืบหน้าไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ โดยตรวจพบความเสียหายเพิ่มเติม ได้แก่ เสาวิทยุสื่อสาร ในส่วนของแผงรับสัญญาณเกิดความเสียหายประมาณการค่าใช้จ่าย 100,000 -150,000 บาท ลิฟต์ขนส่งคนไข้ที่อาคารสูติกรรมมีน้ำซึม ขณะนี้ได้ปิดใช้บริการชั่วคราว จะได้เร่งดำเนินการซ่อมโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันกรมสบส.จะส่งทีมวิศวกรรมการแพทย์ตรวจสอบความมั่นคงของเสารับส่งวิทยุสื่อสารของสถานพยาบาลต่างๆ ที่มีความสูงตั้งแต่ 18 -45 เมตร ซึ่งในรพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป และรพ.ชุมชนจะมีทุกแห่ง และในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อให้สามารถใช้การได้ตลอดเวลา