
‘รมย์รวินท์’รุกหนักจับวัยทีน ปูพรมสื่อออนไลน์/ ชูจุดขายรักษาสิวแค่690 บาท
รมย์รวินท์คลินิก บุกตลาดวัยรุ่นรุกเป็นสปอนเซอร์นักร้องเกาหลี พร้อมอัดกิจกรรมกระหน่ำงบเพิ่มเข้าสื่อออนไลน์ ชูค่าบริการรักษาสิว 690 บาท หวังเจาะใจลูกค้าวัยทีนขยับสัดส่วนเป็น 30% จากฐานลูกค้าเดิม ที่มีอยู่ 20% หลังสัญญาณกลุ่มผู้ใหญ่ใช้จ่ายลดลง 20% ทำให้ผลประกอบการ4 เดือนแรกไม่เติบโต
[caption id="attachment_54373" align="aligncenter" width="361"]
ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน
กรรมการผู้จัดการ
คลินิกความงาม รมย์รวินท์ คลินิก[/caption]
นางขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ คลินิกความงาม รมย์รวินท์ คลินิก เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ได้วางแผนขยายตลาดไปสู่กลุ่มวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี ที่มีปัญหาผิวหน้า โดยเฉพาะปัญหาสิว ด้วยการทำกิจกรรมการตลาดแบบครบวงจร เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมตามโรงเรียนและสถานที่ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การร่วมเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมที่กลุ่มนี้สนใจ อาทิ สนับสนุนการจัดคอนเสิร์ตวง GOT7 ซึ่งเป็นกลุ่มนักร้องจากประเทศเกาหลี เป็นต้น
ขณะเดียวกันได้กำหนดราคาค่าบริการที่ให้สามารถใช้บริการได้ง่าย อาทิอัตราค่ารักษาสิวทั้งการกดสิวและฉีดสิว รวมถึงการทำทรีทเมนต์หน้าราคารวม 690 บาท แต่ไม่รวมค่ายาสำหรับการซื้อเพิ่มเติม ถือว่าราคาดังกล่าวใกล้เคียงกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน และมีราคาถูกกว่าคลินิกระดับแมสกว่า 100 บาท โดยอัตราค่ารักษาในช่วงที่ผ่านมาจะอยู่ที่ประมาณ 200-600 บาทสำหรับการกดสิวหรือฉีดสิวต่อครั้ง และการทำทรีทเมนต์จะมีราคาเริ่มต้นที่ 500 บาท
“ที่ผ่านมาส่วนใหญ่วัยรุ่นจะมารักษาพร้อมกับผู้ปกครอง และภาพลักษณ์ของรมย์รวินท์คนจะจดจำว่าให้บริการสำหรับผู้ใหญ่เป็นหลัก และราคาค่าบริการสูง ทำให้ปีนี้ต้องการสื่อสารการตลาดให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ว่า มีการบริการเรื่องสิวสำหรับวัยรุ่นด้วย และมีราคาไม่สูง จึงเน้นการทำตลาดและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดการทดลองใช้บริการ เพราะเชื่อว่าวัยรุ่นเป็นคนที่ชอบทดลอง หากเข้ามาทดลองแล้วจะพอใจในการบริการและคุณภาพ เพราะแพทย์เป็นผู้รักษาโดยตรง ต่างจากบางแห่งใช้ผู้ช่วยแพทย์ทำการรักษา”
ปัจจุบันคลินิกมีฐานลูกค้าวัยรุ่นสัดส่วนประมาณ 20% โดยคาดว่าหลังจากการทำตลาดและสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางต่างๆ แล้ว จะสามารถเพิ่มสัดส่วนลูกค้าวัยรุ่นขึ้นเป็น 30% ซึ่งปีนี้คลินิกใช้งบประมาณในการทำตลาดเท่ากับปีที่ผ่านมา แต่ได้ปรับสัดส่วนการใช้งบประมาณผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเป็น 20-30% จากปีที่ผ่านมาใช้ประมาณ 5-10% เนื่องจากเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ซึ่งจะมีกิจกรรมการตลาด รวมถึงการลงสื่อโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ด้วย
นางขวัญฤทัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการลงทุนในปีนี้ได้เตรียมงบประมาณไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เพื่อนำเครื่องมือสำหรับการให้บริการด้านการรักษาสิว ฝ้า และริ้วรอยเข้ามาให้บริการด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพื่อประเมินผลการใช้งาน นอกจากนี้ ยังได้เตรียมงบประมาณสำหรับการขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 2 สาขาจากปัจจุบันมี 25 สาขา โดยวางแผนระยะ 1-2 ปีจะขยายสาขาไปยังจังหวัดนครราชสีมา และ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะใช้งบประมาณลงทุนต่อสาขาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
ส่วนภาพรวมของธุรกิจช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการเติบโตในอัตรา 20% เนื่องจากผลกระทบทางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลง กลุ่มลูกค้ามีความระมัดระวังการใช้จ่าย หากเป็นกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปยอดการใช้จ่ายลดลงประมาณ 20% แต่กลุ่มลูกค้าระดับบนยังใช้จ่ายเป็นปกติ และจากการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผลประกอบการที่เท่ากับปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวเป็นปกติ จากนโยบายของภาครัฐที่พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทำตลาดอย่างต่อเนื่องและขยายฐานกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่เพิ่มมากขึ้น
Photo : Caitlin Regan
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,158 วันที่ 19 - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_54373" align="aligncenter" width="361"]
กรรมการผู้จัดการ
คลินิกความงาม รมย์รวินท์ คลินิก[/caption]
นางขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ คลินิกความงาม รมย์รวินท์ คลินิก เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ได้วางแผนขยายตลาดไปสู่กลุ่มวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี ที่มีปัญหาผิวหน้า โดยเฉพาะปัญหาสิว ด้วยการทำกิจกรรมการตลาดแบบครบวงจร เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมตามโรงเรียนและสถานที่ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การร่วมเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมที่กลุ่มนี้สนใจ อาทิ สนับสนุนการจัดคอนเสิร์ตวง GOT7 ซึ่งเป็นกลุ่มนักร้องจากประเทศเกาหลี เป็นต้น
ขณะเดียวกันได้กำหนดราคาค่าบริการที่ให้สามารถใช้บริการได้ง่าย อาทิอัตราค่ารักษาสิวทั้งการกดสิวและฉีดสิว รวมถึงการทำทรีทเมนต์หน้าราคารวม 690 บาท แต่ไม่รวมค่ายาสำหรับการซื้อเพิ่มเติม ถือว่าราคาดังกล่าวใกล้เคียงกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน และมีราคาถูกกว่าคลินิกระดับแมสกว่า 100 บาท โดยอัตราค่ารักษาในช่วงที่ผ่านมาจะอยู่ที่ประมาณ 200-600 บาทสำหรับการกดสิวหรือฉีดสิวต่อครั้ง และการทำทรีทเมนต์จะมีราคาเริ่มต้นที่ 500 บาท
“ที่ผ่านมาส่วนใหญ่วัยรุ่นจะมารักษาพร้อมกับผู้ปกครอง และภาพลักษณ์ของรมย์รวินท์คนจะจดจำว่าให้บริการสำหรับผู้ใหญ่เป็นหลัก และราคาค่าบริการสูง ทำให้ปีนี้ต้องการสื่อสารการตลาดให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ว่า มีการบริการเรื่องสิวสำหรับวัยรุ่นด้วย และมีราคาไม่สูง จึงเน้นการทำตลาดและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดการทดลองใช้บริการ เพราะเชื่อว่าวัยรุ่นเป็นคนที่ชอบทดลอง หากเข้ามาทดลองแล้วจะพอใจในการบริการและคุณภาพ เพราะแพทย์เป็นผู้รักษาโดยตรง ต่างจากบางแห่งใช้ผู้ช่วยแพทย์ทำการรักษา”
ปัจจุบันคลินิกมีฐานลูกค้าวัยรุ่นสัดส่วนประมาณ 20% โดยคาดว่าหลังจากการทำตลาดและสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางต่างๆ แล้ว จะสามารถเพิ่มสัดส่วนลูกค้าวัยรุ่นขึ้นเป็น 30% ซึ่งปีนี้คลินิกใช้งบประมาณในการทำตลาดเท่ากับปีที่ผ่านมา แต่ได้ปรับสัดส่วนการใช้งบประมาณผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเป็น 20-30% จากปีที่ผ่านมาใช้ประมาณ 5-10% เนื่องจากเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ซึ่งจะมีกิจกรรมการตลาด รวมถึงการลงสื่อโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ด้วย
นางขวัญฤทัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการลงทุนในปีนี้ได้เตรียมงบประมาณไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เพื่อนำเครื่องมือสำหรับการให้บริการด้านการรักษาสิว ฝ้า และริ้วรอยเข้ามาให้บริการด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพื่อประเมินผลการใช้งาน นอกจากนี้ ยังได้เตรียมงบประมาณสำหรับการขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 2 สาขาจากปัจจุบันมี 25 สาขา โดยวางแผนระยะ 1-2 ปีจะขยายสาขาไปยังจังหวัดนครราชสีมา และ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะใช้งบประมาณลงทุนต่อสาขาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
ส่วนภาพรวมของธุรกิจช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการเติบโตในอัตรา 20% เนื่องจากผลกระทบทางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลง กลุ่มลูกค้ามีความระมัดระวังการใช้จ่าย หากเป็นกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปยอดการใช้จ่ายลดลงประมาณ 20% แต่กลุ่มลูกค้าระดับบนยังใช้จ่ายเป็นปกติ และจากการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผลประกอบการที่เท่ากับปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวเป็นปกติ จากนโยบายของภาครัฐที่พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทำตลาดอย่างต่อเนื่องและขยายฐานกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่เพิ่มมากขึ้น
Photo : Caitlin Regan
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,158 วันที่ 19 - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






